เจ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำชับการเคหะแห่งชาติเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โครงการต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ 43 โครงการรวม 76,800 ยูนิต มีจำนวนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 223,000 คน พร้อมระดมความช่วยเหลือ ดูแลประชาชน ฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด และวางมาตรการป้องกันในระยะยาว

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายจากนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและระดับน้ำในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิดและพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด และถอดบทเรียนเพื่อยกระดับการป้องกันในระยะยาว โดยพบว่ามีโครงการของการเคหะฯได้รับผลกระทบ 43 โครงการ รวมประมาณ 76,800 ยูนิต มีจำนวนประชาชน 223,000 คน แบ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง 6 โครงการ กระทบประชาชนประมาณ 78,000 คน โดยเฉพาะชุมชนการเคหะร่มเกล้า และแฟลตคลองจั่น 1–30 ซึ่งบางจุดมีปัญหาการเดินทางและรถไม่สามารถเข้า-ออกได้ ขณะนี้การเคหะฯอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดทางสัญจรและช่วยเหลือประชาชน ส่วนอีก 37 โครงการได้รับผลกระทบเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 145,000 คน ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้การเคหะฯได้วางแนวทางรับมือไว้ 3 ระยะ ได้แก่ ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู–ป้องกัน พร้อมทั้งเร่งดูแลประชาชนระหว่างเกิดเหตุ สำรวจและฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด ก่อนนำข้อมูลมาพัฒนามาตรการป้องกัน เพื่อให้ชุมชนรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยระหว่างวันที่ 27 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา การเคหะฯได้ส่งความช่วยเหลือถึงพื้นที่ประสบภัยแล้ว ประกอบด้วย ข้าวกล่อง 47,410 กล่อง น้ำดื่ม 6,250 แพ็ก และถุงยังชีพ 2,550 ชุด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ยังได้เตรียมพร้อมสำหรับช่วงหลังน้ำลด ทั้งการฟื้นฟูความเสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงซ้ำอีก โดยบทเรียนครั้งนี้จะนำไปยกระดับการรับมือภัยพิบัติของชุมชนต่อไป




