จากการประกาศเปิดตัวอภิโปรเจ็กต์หมื่นล้าน ICONPHUKET ของกลุ่มสยามพิวรรธ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ปลุกตลาดค้าปลีกของเมืองภูเก็ตให้กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการจากทั่วโลก และสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สู่การเป็น Global Lifestyle Destination ที่มีทั้งการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การลงทุน และการจับจ่ายใช้สอยในระดับนานาชาติ
ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกวิจัยตลาดและประชาสัมพันธ์) บริษัทซาวิลล์ (ประเทศไทย) ) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดพื้นที่ค้าปลีกของภูเก็ต ณ สิ้นปี 2568 มีอุปทานสะสมประมาณ 432,630 ตารางเมตร และมีพื้นที่ที่ถูกใช้งานแล้วประมาณ 400,345 ตารางเมตร หรือคิดเป็น 92.54% ทำให้เหลือพื้นที่ว่างประมาณ 32,285 ตารางเมตรเท่านั้น สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ค้าปลีกที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ในช่วง 4 ปีข้างหน้า อุปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะขึ้นไปแตะประมาณ 601,819 ตารางเมตรในปี 2572 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากปี 2569
โดยเมืองภูเก็ตครองสัดส่วนอุปทานสูงสุดประมาณ 163,630 ตารางเมตร หรือ 37.8% ของตลาดทั้งหมด ตามด้วยย่านป่าตองประมาณ 104,000 ตารางเมตร หรือ 24.0% ขณะที่ย่านเชิงทะเลมีอุปทานประมาณ 61,000 ตารางเมตร หรือ 14.1% และกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน โรงแรมระดับลักชัวรี และกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้การเติบโตของย่านเชิงทะเลสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดค้าปลีกภูเก็ตที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะศูนย์กลางเมืองและพื้นที่ท่องเที่ยวดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวตาม New Residential and Tourism Hubs โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งตะวันตก ซึ่งมีการพัฒนาโครงการ Mixed-use, Luxury Residential, Hospitality และ Lifestyle Destination อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่พื้นที่อื่นๆมีอุปทานรวมประมาณ 84,000 ตารางเมตร หรือ 19.4% กระจายอยู่ตามทำเลรองต่าง ๆ ของเกาะ ส่วนโซนราไวย์,ไม้ขาว และไนยยาง มีอุปทานประมาณ 9,000, 6,000 และ 5,000 ตารางเมตร ตามลำดับ สะท้อนการเติบโตของค้าปลีกที่ขยายตัวตามแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และพื้นที่พักอาศัยใหม่
ทั้งนี้การเติบโตของตลาดที่เกิดขึ้นดังกล่าวไม่ได้เกิดจาก Shopping Mall ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มีเปิดตัวพร้อมๆกันในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Shopping Mall, Community Mall, Lifestyle Mall ไปจนถึง Destination Retail โดยเฉพาะ Community Mall ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีโครงการใหม่จำนวนมากที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในทำเลศักยภาพ เช่น ย่านบางเทา, เชิงทะเล และกมลา ขณะเดียวกันการลงทุนใน Shopping Mall และ Destination Retail ขนาดใหญ่กำลังยกระดับมาตรฐานของตลาดค้าปลีกของภูเก็ตให้เข้าใกล้ระดับสากลมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งประชากรท้องถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มผู้พำนักระยะยาวที่มีกำลังซื้อสูง
ดังนั้นการประกาศเปิดตัวของ ICONPHUKET จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการค้าปลีกแห่งใหม่ แต่เป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลาด ด้วยมูลค่การลงทุนที่สูงถึง 10,000 ล้านบาท และแนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination ที่ผสานการช้อปปิ้ง ความบันเทิง การท่องเที่ยว และ Lifestyle Experience เข้าด้วยกัน สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดค้าปลีกภูเก็ตกำลังเปลี่ยนจากการวัดกันที่ “จำนวนพื้นที่” ไปสู่การสร้าง Destination ที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกและทำให้ผู้บริโภคอยากเดินทางมาใช้เวลาและกลับมาใช้บริการซ้ำ

ขณะเดียวกันการขยายตัวของ Central Phuket Floresta, Porto de Phuket และ Blue Tree Phuket และการลงทุนในโครงการ Community Mall ใหม่หลายแห่ง ยิ่งช่วยเสริมให้ภูเก็ตมีระบบค้าปลีกที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ศูนย์การค้าระดับ Luxury และ Destination Retail ไปจนถึงพื้นที่ค้าปลีกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในแต่ละย่าน ช่วยยกระดับรูปแบบการค้าปลีกและขยายศูนย์กลางการบริโภคออกจาก Phuket City
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการยกระดับ Central Phuket ซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับบนที่สำคัญของเกาะ โดยปัจจุบันมีพื้นที่โครงการรวมประมาณ 400,000 ตารางเมตร มีร้านค้ามากกว่า 700 ร้าน และพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 185,000 ตารางเมตร ขณะที่การขยาย Luxury Zone ในปี 2569 จะช่วยเสริมบทบาทของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับสินค้า Luxury และแบรนด์ระดับโลกมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ภาพรวมอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 92.54% ประกอบกับค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกในทำเลศักยภาพที่สามารถขึ้นไปถึง 2,000–3,000 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน และบางโครงการมีการจัดเก็บค่าเช่าร่วมกับ Gross Profit (GP) ประมาณ 18–25% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีแรงจูงใจสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาร่วมสร้าง Retail Ecosystem แห่งใหม่ของภูเก็ต
จาก Shopping Mall สู่ Destination Economy บทใหม่ของตลาดค้าปลีกเมืองภูเก็ตที่ทั่วโลกต้องจับตามอง
ทั้งนี้ซาวิลส์ (ประเทศไทย)ประเมินว่า การเปิดตัว ICONPHUKET จะเป็นมากกว่าการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกให้กับตลาด แต่เป็น Catalyst ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และศักยภาพของภูเก็ตบนแผนที่การค้าปลีกระดับโลก โดยเมื่อผนวกเข้ากับการเติบโตของตลาด Luxury Residential, Hospitality, Wellness และ Tourism แล้ว ภูเก็ตกำลังพัฒนาไปสู่เมืองที่ไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยวมาเยือน แต่เป็น จุดหมายปลายทางที่ผู้คนจากทั่วโลกต้องการมาใช้ชีวิต ใช้จ่ายและสัมผัสประสบการณ์ตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของอุปทานในช่วงปี 2569–2572 จะนำมาซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในทำเลเมืองภูเก็ต,บางเทา-เชิงทะเล,ถลา,ป่าตอและราไวย์ ดังนั้นความสำเร็จของโครงการในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของโครงการ ดึงดูดแบรนด์ที่เหมาะสม และสร้างประสบการณ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน






