THE STRAND THONGLOR ชูยุทธศาสตร์ Asset Allocation ยุคใหม่ จังหวะเข้าซื้อจึงสำคัญไม่แพ้ทำเล

ในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ยุคของการปรับสมดุลราคา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนและผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับบนต่างเริ่มกลับมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ที่ให้ความคุ้มค่า โดย บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เผยวิสัยทัศน์ผ่านโครงการ THE STRAND THONGLOR (เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ) คอนโดมิเนียมระดับ Ultra-Luxury พร้อมอยู่ ชี้แนวคิดการลงทุนยุคใหม่ว่า ทำเลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเกิดจากสมการความสมดุลระหว่าง คุณภาพโครงการ + ทำเล + อุปสงค์จริง (Demand) + ราคาเข้าซื้อ (Entry Price) และจังหวะเวลา (Timing)

สินทรัพย์คุณภาพสูงในทำเล CBD ติด BTS กลายเป็นของหายาก (Rare Item)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพรวมของการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม High-Rise ใหม่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพถูกพัฒนาไปแล้วมากมาย ส่งผลให้สินทรัพย์ระดับ Prime Location ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และตั้งอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้ากลายเป็นของหายากในตลาด

ธัญทิพ เจียรวนนท์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยข้อมูลถึงการพิจารณาโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและตั้งอยู่ติดรถไฟฟ้า BTS จริง ๆ ในปัจจุบัน จะพบว่าโครงการระดับ Ultra-Luxury ในลักษณะนี้หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากที่ดินศักยภาพสูงถูกนำไปพัฒนาเกือบทั้งหมดแล้ว ในมุมของการลงทุนระยะยาว สินทรัพย์เดิมที่มีคุณภาพสูงและอยู่ในตำแหน่งที่ดีอยู่แล้ว จึงยิ่งมีความโดดเด่นและรักษาคุณค่าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ ในภาวะที่ตลาดปรับสมดุล THE STRAND THONGLOR ถูกออกแบบด้วยมาตรฐาน Ultra-Luxury ทั้งในด้านแบรนด์ วัสดุตกแต่ง และ Facade ที่เทียบเคียงได้กับโครงการระดับราคา 500,000 บาทต่อตร.ม. ในปัจจุบัน แต่ด้วยการวางแผนพัฒนาล่วงหน้า จึงทำให้ระดับราคาเข้าซื้อในปัจจุบันเสนอความคุ้มค่าอย่างน่าสนใจ โดยมีขนาดห้องพักตั้งแต่ 50–107 ตารางเมตร ในช่วงราคา 16–35 ล้านบาท หรือราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 330,000 บาทต่อตร.ม. ซึ่งนับเป็น Value-Driven Entry Point หรือจุดเข้าซื้อที่สมเหตุสมผลที่สุดในตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra-Luxury ใจกลางเมือง

โครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ (Ready-to-move-in) ช่วยลดความเสี่ยง ขจัด Development Risk

ในสภาวะเศรษฐกิจที่นักลงทุนเน้นการบริหารความเสี่ยง โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% กลายเป็นตัวเลือกที่ได้เปรียบอย่างยิ่ง THE STRAND THONGLOR เป็นคอนโดมิเนียม High-Rise แบบ Freehold สูง 30 ชั้น จำนวนเพียง 188 ยูนิต ตั้งอยู่ต้นซอยทองหล่อ เชื่อมต่อทั้งถนนสุขุมวิท 55 และ 57 ห่างจาก BTS ทองหล่อ เพียง 150 เมตร การเป็นโครงการพร้อมอยู่ช่วยขจัดความเสี่ยงด้านการพัฒนา ผู้ซื้อสามารถเข้าตรวจประเมินคุณภาพงานก่อสร้าง พื้นที่ส่วนกลาง การบริหารจัดการอาคาร รวมถึงสัมผัสบรรยากาศสังคมผู้อยู่อาศัยจริงได้ทันที

“เมื่อเป็นโครงการที่ Proof of Concept แล้ว มีผู้อยู่อาศัยจริงและปล่อยเช่าได้จริง สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจสูงสุดทั้งแก่ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและนักลงทุนที่ต้องการประเมินกระแสเงินสดและ Rental Yield จากสภาวะตลาดจริงโดยไม่ต้องคาดเดา” ธัญทิพ กล่าว

มูลค่าระยะยาวด้วยปรัชญา “Timeless Design” และระบบนิเวศ Lifestyle Corridor

THE STRAND THONGLOR เลือกใช้แนวคิดการออกแบบ Minimal Luxury และยึดมั่นในปรัชญา Understated Luxury (Essentially More) ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้โทนสีธรรมชาติ และเลือกสรรวัสดุคุณภาพสูง เพื่อให้ห้องพักเป็นเสมือน Canvas ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของต่อยอดสไตล์การอยู่อาศัยของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด การออกแบบเหนือกาลเวลานี้ช่วยให้โครงการคงความร่วมสมัย (Future-proof) ไม่ตกยุคแม้เวลาผ่านไปนับสิบปี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (District Value) ในระยะยาว

นอกเหนือจากมูลค่าของสินทรัพย์ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังถูกประเมินผ่านความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการปล่อยเช่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สะท้อนความต้องการของตลาดในโลกความเป็นจริง จากประสบการณ์ของ THE STRAND THONGLOR พบว่าฐานลูกค้าของโครงการแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักอย่างชัดเจน กลุ่มแรกคือนักลงทุนชาวไทยที่มองเห็นศักยภาพของตลาดเช่าในย่านทองหล่อ และเลือกถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Asset) ที่สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องในทำเลที่มีความต้องการรองรับอยู่แล้ว โดยความสนใจจากผู้เช่าและเอเจนต์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงของ Rental Demand ในพื้นที่ ขณะที่อีกกลุ่มคือผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา ที่เลือกซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและเป็นบ้านหลังที่สอง ที่ตอบโจทย์การเดินทางและวิถีชีวิตเมือง

ในมิติของทำเล “ทองหล่อ” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่มีราคาสูง แต่เป็น Established Lifestyle Location ที่สามารถ Reinvent ตัวเองอยู่เสมอ ดึงดูดทั้ง Expat, กลุ่ม Japanese Community และผู้บริหารระดับสูง ยิ่งเมื่อเชื่อมต่อกับเอกมัย เกิดเป็น Thonglor–Ekkamai Lifestyle Corridor ก็ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุปสงค์การอยู่อาศัยและการปล่อยเช่า ประกอบกับการเป็นโครงการ Mixed-Use ที่มีพื้นที่ Commercial ชั้นล่าง เช่น ร้านกาแฟ D’Ark ร้านอาหารสไตล์ไลฟ์สไตล์ ผสานส่วนกลางระดับพรีเมียม (Playroom, Clubhouse, สระว่ายน้ำ, Fitness & Meditation Studio, Sauna, Putting Green, Rooftop Terrace) ทำให้โครงการสามารถส่งมอบประสบการณ์ Quality of Life per Square Metre ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในมิติการจัดสรรสินทรัพย์ การชะลอการตัดสินใจเพื่อ “รอดูสถานการณ์” มี ต้นทุนเสียโอกาสที่สูงกว่าที่คิด ทั้งในแง่ของโอกาสในการเลือกยูนิตในตำแหน่ง ทิศทาง วิว และชั้นที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า เมื่อปัจจัยด้านคุณภาพสินทรัพย์ ทำเลศักยภาพ อุปสงค์จริง และราคาเข้าซื้อที่คุ้มค่ามาบรรจบกัน จังหวะเวลาในปัจจุบันจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการตัดสินใจถือครองสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าและพร้อมส่งต่อเป็นมรดกแห่งความมั่งคั่ง

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พีระพงศ์ จรูญเอก ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง