รื้อภาษีป้ายครั้งใหญ่! คิดตามเดือนที่ติดตั้งจริง ปรับเพดานใหม่ เริ่ม 25 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ โดยมีสาระสำคัญของเรื่อง คือ

1. คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ได้จัดส่งรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บภาษีป้ายและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข เพื่อประกอบการพิจารณาศึกษาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ให้ มท. เพื่อให้การจัดเก็บภาษีป้ายมีอัตราที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

2. มท. โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย โดยหน่วยงานดังกล่าวได้ให้ความเห็นในการปรับปรุงพระราชบัญญัติภาษีป้ายฯ มท. จึงได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ขึ้น

3. ร่างพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ที่ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติต่าง ๆ เช่น แก้ไขวิธีการจัดเก็บภาษีป้ายจากเดิมที่เป็นรายปีเป็นรายเดือน ขยายระยะเวลาในการชำระภาษีจากเดิมที่ต้องชำระภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินเป็นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน แก้ไขวิธีการส่งคำสั่ง หนังสือแจ้งการประเมินหรือหนังสืออื่น ๆ ให้สามารถเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ปรับเพดานอัตราภาษีป้าย รวมทั้งกำหนดบทบัญญัติเพิ่มเติม เช่น กำหนดให้ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงล่วงล้ำในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เสียภาษีเป็น 2 เท่า การกำหนดให้สามารถมีมาตรการลดภาษีได้ตามสภาพความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

ร่างพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ..)ฯ

1. บทนิยาม (ร่างมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6)

1.1 แก้ไขบทนิยามคำว่า “ป้าย” โดยตัดคำว่า “ยี่ห้อ” ออกจากนิยามคำว่า “ป้าย” ออก เนื่องจากตามพจนานุกรมได้ให้ความหมายของคำว่า ยี่ห้อไว้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่ง ซึ่งนิยามคำว่า “ป้าย” ตามพระราชบัญญัติภาษีป้ายฯ นี้ กำหนดให้ “ป้าย” หมายความถึง “เครื่องหมาย” อยู่แล้ว และเพิ่มเติมคำว่า “ตัวเลข” เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีป้ายได้เนื่องจากตัวเลขไม่ใช่อักษรและเครื่องหมาย

1.2 แก้ไขบทนิยามคำว่า “ราชการส่วนท้องถิ่น” เพื่อให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายจัดตั้ง อปท.

1.3 เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” และ “ผู้เสียภาษี” เพื่อให้เกิดความชัดเจน

    • “ป้าย” หมายความว่า ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ ข้อความตัวเลขหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ ตัวเลข หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
    • “ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
    • “เครื่องหมาย” หมายความว่า สิ่งที่ทำขึ้นเพื่อให้จดจำได้ง่ายหรือสื่อความหมายในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าสิ่งที่ทำขึ้นนั้นจะเป็นอักษร ภาพ รวมถึงเครื่องหมายตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า (เพิ่มเติม)
    • “ผู้เสียภาษี” หมายความว่า เจ้าของชื่อ ข้อความ ตัวเลขหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบ กิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ (เพิ่มเติม)

2. การเสียภาษีป้าย (ร่างมาตรา 4 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7)

กำหนดเพิ่มเติมให้ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายไม่ตลอดทั้งปีเสียภาษีตามระยะเวลาที่ติดตั้งหรือแสดง โดยคิดเป็นรายเดือน เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน (เดิม ให้เสียภาษีล่วงหน้าทั้งปี โดยไม่ได้กำหนดให้คิดภาษีตามระยะเวลาที่ติดตั้ง) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ติดตั้งหรือแสดงป้ายไม่ตลอดทั้งปี และเป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษี “ได้เท่าไหร่ เสียเท่านั้น”

    • มาตรา 7 บัญญัติให้เจ้าของป้ายผู้เสียภาษีมีหน้าที่เสียภาษีป้าย โดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปีและให้คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัตินี้

กรณีผู้เสียภาษีติดตั้งหรือแสดงป้ายไม่ตลอดทั้งปี ให้เสียภาษีตามระยะเวลาที่ติดตั้งหรือแสดง และให้คิดภาษีเป็นรายเดือน เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

3. การได้รับยกเว้นการเสียภาษี (ร่างมาตรา 5 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8)

กำหนดให้ยกเว้นภาษีป้ายของหน่วยงานรัฐซึ่งเป็นกิจการที่มิได้หาผลประโยชน์เท่านั้น (เดิม ป้ายขององค์การของรัฐบาล หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรของรัฐ และธนาคารได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้าย)

    • มาตรา 8 บัญญัติให้เจ้าของป้ายไม่ต้องเสียภาษีป้ายสำหรับป้าย ดังต่อไปนี้

ฯลฯ

(7) ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐซึ่งเป็นกิจการที่มิได้หาผลประโยชน์

ฯลฯ

4. วิธีการส่งคำสั่ง หนังสือแจ้งการประเมินหรือหนังสืออื่น และวิธีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย การยื่นคำร้องขอรับเงินคืน และการยื่นอุทธรณ์ (ร่างมาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 11 และร่างมาตรา 21 เพิ่มมาตรา 24/1)

– กำหนดเพิ่มเติมให้วิธีการส่งคำสั่ง หนังสือแจ้งการประเมินหรือหนังสืออื่นสามารถเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ (เดิม ไม่ได้กำหนดไว้)
– กำหนดเพิ่มเติมให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย การยื่นคำร้องขอรับเงินคืน และการยื่นอุทธรณ์ สามารถดำเนินการผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้หรือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยตรงตามวิธีเดิมก็ได้ (เดิม กำหนดให้ต้องยื่นแบบฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานหรือที่ทำการของ อปท.)

5. การติดตั้งป้ายล่วงล้ำที่สาธารณะ (ร่างมาตรา 7 เพิ่มมาตรา 11/1 และร่างมาตรา 8 เพิ่มมาตรา 11/2)

กำหนดเพิ่มเติมให้ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงล่วงล้ำพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เสียภาษีเป็น 2 เท่าของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ โดยการเสียภาษีนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิตามกฎหมายอื่น ซึ่งเป็นประโยชน์ในการรักษาที่สาธารณะและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณการติดตั้งป้ายในลักษณะดังกล่าว (เดิม ไม่ได้กำหนดไว้)

6. การยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ร่างมาตรา 11 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 14)

กำหนดเพิ่มเติมให้ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไม่ตลอดทั้งปี และติดตั้งเกินระยะเวลาที่กำหนดในแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วันนับแต่วันครบกำหนด และให้เสียภาษีนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่เสียภาษีไปแล้ว (เดิมกำหนดให้ต้องเสียภาษีป้ายทั้งปี (แม้จะไม่ได้ติดตั้งหรือแสดงป้ายตลอดปี) และจะต้องเสียภาษีอีกครั้งในปีต่อไป (กรณียังแสดงป้ายเดิมต่อ) หรือมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงป้าย ซึ่งต้องยื่นแบบฯ ภายใน 15 วันหลังจากครบกำหนดระยะเวลา หรือภายหลังการเปลี่ยนแปลงแก้ไขป้าย)

7. การขยายการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ร่างมาตรา 14 เพิ่มมาตรา 15/1)

กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บริหารท้องถิ่นสามารถขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กรณีเกิดเหตุสาธารณภัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการยื่นแบบฯ ได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (เดิม ไม่ได้กำหนดไว้)

8. การลดภาษี (ร่างมาตรา 15 เพิ่มมาตรา 16/1)

กำหนดให้มีการลดภาษีป้ายได้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม โดยออกเป็นกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 90 ของภาษีป้ายที่ต้องเสีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียภาษี (เดิม ไม่ได้กำหนดไว้)

9. การชำระภาษี (ร่างมาตรา 18 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 19)

กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีป้ายภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน เพื่อให้มีระยะเวลาชำระภาษีเพิ่มขึ้น (เดิม ต้องชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน)

10. การคิดเงินเพิ่ม (ร่างมาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 25)

กำหนดให้กรณีไม่ชำระภาษีป้ายภายในกำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน แต่ไม่เกินค่าภาษีที่ต้องเสีย เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นการเพิ่มภาระต่อประชาชนจนเกินควร (เดิม กำหนดให้หากไม่ชำระภาษีป้ายภายในกำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน โดยเสียเงินเพิ่มจนกว่าจะชำระภาษีครบถ้วน)

11. การขอรับเงินคืน (ร่างมาตรา 24 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 33 ทวิ)

กำหนดให้กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายที่ได้อุทธรณ์การประเมินภาษีป้าย ซึ่งการอุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการชำระภาษีป้าย และผู้บริหารท้องถิ่นมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถึงที่สุดให้คืนเงินค่าภาษีป้ายให้แก่ผู้อุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินคืนได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยหากไม่มารับคืนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้เงินนั้นตกเป็นของ อปท. เพื่อให้ อปท. สามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายตามอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ (เดิม ไม่มีการกำหนดให้เงินดังกล่าวตกเป็นของ อปท.)

12. กำหนดประเภทภาษีป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้าย และอัตราภาษีป้าย

– กำหนดให้ป้ายมี 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทที่ 1 อักษรไทยหรือตัวเลขล้วน
ประเภทที่ 2 อื่น ๆ นอกเหนือจากป้ายประเภทที่ 1
(เดิม กำหนดให้มี 3 ประเภท ได้แก่ 1) อักษรไทยล้วน 2) อักษรไทยปนต่างประเทศหรือภาพหรือเครื่องหมาย 3) ไม่มีอักษรไทยมีแต่ภาพหรือเครื่องหมาย)

– ปรับอัตราเพดานภาษีให้สูงขึ้นจากเดิม เช่น ป้ายที่มีอักษรไทยในกรณีป้ายที่มีข้อความหรือตัวเลขที่เคลื่อนที่ให้คิดอัตรา 50 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร และในกรณีอื่นให้คิดอัตรา 25 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยอ้างอิงจากอัตราเงินเฟ้อ (เดิม 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร)

4. มท. ได้จัดทำแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 2 ฉบับมาด้วยแล้ว

5. ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวจะทำให้การจัดเก็บภาษีป้ายมีประสิทธิภาพส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีป้ายมากยิ่งขึ้น ประชาชนผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกจากการจัดเก็บภาษีป้าย รวมถึงได้รับความเป็นธรรมจากการเสียภาษีป้ายตามหลักการเสียภาษี “ได้เท่าไหร่ เสียเท่านั้น” และมีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียภาษีโดยกำหนดให้มีการลดภาษีป้ายเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม เหตุการณ์หรือสภาพแห่งท้องที่ รวมทั้งการขยายเวลาในการชำระภาษีป้ายให้กับผู้เสียภาษี เพื่อให้ผู้เสียภาษีมีเวลาในการชำระภาษีป้ายมากขึ้นและไม่ทำให้เกิดหนี้ภาษีค้างชำระ

5. มท. ได้ดำเนินการตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว โดยมีการรับฟังความคิดเห็นก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลังสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. เมืองพัทยา และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 – 15 ธันวาคม 2565 รวมระยะเวลา 30 วัน มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวน 1,737 คน โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยคิดเป็นร้อยละ 96.69 และได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ตามแนวทางมติคณะรัฐมนตรี (19 พฤศจิกายน 2562) เรื่อง การดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฯ รวมทั้งได้เปิดเผยรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายนั้นต่อประชาชน ผ่านทางเว็บไซต์ด้วยแล้ว

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พีระพงศ์ จรูญเอก ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง