ลูนิค เรียลเอสเตท เปิดตัวโครงการ “Lucean Bay Jomtien Pattaya ” คอนโดฯระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาวะแห่งแรกในจอมเทียน พัทยา มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตรโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาดูแลสุขภาพจนาน 5 ปีสำหรับเจ้าของห้องชุดทุกยูนิต ตอบโจทย์ชาวไทยและต่างชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยระยะยาวและบ้านหลังที่สอง ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาทสำหรับลูกค้าคนไทยพร้อมตกแต่งแบบ Fully Furnished โดยเตรียมเปิดชมห้องตัวอย่างและเปิดพรีเซลในเดือนธันวาคม 2569

อุรดี กุลกีรติยุต ประธานเ จ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลูนิค เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มลูนิค เรียลเอสเตทเข้ามาลงทุนในธุรกิจอังหาริมทรัพย์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากครอบครัวดำเนินธุรกิจส่งออกจิวเวลรี เครื่องประดับ และนาฬิกา ให้กับแบรนด์ต่างๆ ในกรุงเทพฯ มายาวนานกว่ 30 ปี จากประการณ์การทำธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับครอบครัวมีความรู้และประสบการณ์ในด้านนี้อยู่บ้าง จึงตัดสินใจขยับขยายเข้าสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเลือกลงทุนพัฒนาโครงการในพื้นที่ พัทยา โซนจอมเทียนเป็นหลัก เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ราคายังจับต้องได้มากกว่าภูเก็ต ข๊ะเดียวหกันบริษัทมีตั้งใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และแตกต่างจากโครงการคอนโดฯทั่วไปในพัทยา
เลือกลงทุนพัฒนาโครงการในพื้นที่ พัทยา (โซนจอมเทียน) เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ราคายังจับต้องได้มากกว่าภูเก็ต และตั้งใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และแตกต่างจากโครงการคอนโดทั่วไปในพัทยา

โดยเน้นการวางพัฒนาพัฒนาโครงการแบบ Project by Project ที่เน้นคุณภาพและความแปลกใหม่ ไม่เร่งขยายปริมาณการเปิดตัวโครงการปีละหลายๆ โครงการ แต่เน้นทำทีละโครงการ โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในตลาด Affordable Luxury ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีที่เข้าถึงได้ในระดับราคาประมาณ 5 ล้านบาท ไปจนถึงเพนท์เฮาส์ระดับราคา 30 กว่าล้านบาท พร้อมดึงพาร์ทเนอร์อย่างโรงพยาบาลกรุงเทพและแบรนด์โรงแรมเข้ามาเสริมจุดเด่น เพื่อสร้างความต่างและหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรง
ประเดิมโปรเจ็กต์แรกป็นคอนโดฯไฮไรส์ในเมืองพัทยาเมื่อปี 2566 เปิดตัว “Skypark Lucean Jomtien Pattaya” ที่ร่วมมือกับบันยันกรุ๊ป (Banyan Group) ล่าสุดทำยอดขายได้แล้ว 60% และเตรียมโอนในปี 2571หลังจากนั้นได้เปิดตัวโครงการ The Schoolar ดอนเมือง เมื่อป๊ 2568 เป็นบ้านเดียวหรู 3 ชั้นถึง 3ชั้นครึ่งจำนสน 14 ยูนิต

ล่าสุด ลูนิค เรียลเอสเตท ได้เปิดตัวเปิดตัวที่2ในย่านหาดจอมเทียน พื้นที่ติดกันกับโครงการ Skypark Lucean Jomtien Pattaya ใช้ชื่อโครงการว่า “Lucean Bay Jomtien Pattaya” คอนโดฯลักชัวรีเพื่อสุขภาวะ มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท รับดีมานด์กลุ่ม Long-stay, Second Home และ Active Ageing พุ่งต่อเนื่อง พร้อมการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา เป็นคอนโดฯ High Rise แบบฟรีโฮลด์ สูง 60 ชั้น รวม 588 ยูนิต ห่างจากหาดจอมเทียนเพียง 200 เมตร พร้อมวิวทะเลทุกยูนิต ราคาสตาร์ทประมาณ 3.9 ล้านบาทสำหรับคนไทย และ 5.1ล้านบาท สำหรับต่างชาติ เตรียมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างและเปิดพรีเซลธันวาคม 2569
นอกจากโครงการยังออกแบบพื้นที่รองรับ Pet-friendly เต็มรูปแบบ ส่วนเจ้าของห้องชุดทุกยูนิตรับสิทธิประโยชน์และบริการสุขภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยานาน 5 ปี รองรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอยู่อาศัยจริง กลุ่มที่มองหาบ้านหลังที่สอง (Second Home) และกลุ่มที่เตรียมวางแผนเกษียณอายุในประเทศไทยภายในระยะเวลา 3–5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะผู้ซื้อที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของโครงการ
พัทยากำลังเปลี่ยนจากเมืองท่องเที่ยวระยะสั้นสู่เมืองแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพ โดยพร้อมรองรับผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยยาวขึ้น กลับมาบ่อยขึ้น หรือวางแผนที่จะเลือกใช้ชีวิตในระยะยาวมนเมืองพัทยา ทำให้บริษํทเล็งเห็นว่า ทำเลจอมเทียนโดดเด่นด้วยหาดทรายยาว 6 กิโลเมตร อีกทั้งยังห่างจากกรุงเทพฯ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พัทยายังเป็นเมืองใหญ่ที่พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์หลากหลายไม่ต่างจากกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ตลอดจนโรงพยาบาลชั้นนำที่มอบความอุ่นใจให้ผู้ที่เลือกทำเลแห่งนี้เป็นบ้านหลังใหม่ โดยจากอินไซต์ของลูนิค ที่ศึกษากลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านหลังที่สอง พบว่าคนกลุ่มนี้ต้องการชีวิตคุณภาพและประสบการณ์ที่มีคุณค่าในทุกวัน ทั้งการใช้ชีวิตริมทะเล การสร้างสุขภาวะในชีวิตประจำวัน และการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้โครงการยังพร้อมรองรับดีมานด์จากผู้ซื้อฝั่งยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา รวมถึงกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่สนใจที่อยู่อาศัยในประเทศไทยจากปัจจัยด้านความปลอดภัย การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความไม่สงบ และการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่สะดวก ตรงกันข้ามกับตลาดจีนที่พบว่ายอดขายชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยสัดส่วนผู้ซื้อชาวจีนในโครงการทั้งกลุ่ม Sky Park และโครงการใหม่มีจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าสัญชาติอื่น
ขณะเดียวกันโครงการยังให้ความสำคัญกับ Wellness Living โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้ตั้งใจซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และต้องการโครงการที่มีคอมมูนิตี้และมีอีโคซิสเต็มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จริงๆ ผลักดันจอมเทียนสู่การเป็น Global Wellness Residence Destination สอดรับกับความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่าตลาด Wellness Real Estate ทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่ออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ มีมูลค่า 876,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะแตะราว 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 15% ต่อปี โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ GWI ยังชี้ว่า ตลาด Wellness Real Estate กำลังเปลี่ยนจากการนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพ สู่การออกแบบการอยู่อาศัยทั้งระบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยผู้ซื้อให้ความสำคัญกับโครงการที่แสดงให้เห็นว่า การออกแบบและทำเลที่ตั้งสามารถสนับสนุนสุขภาวะและชีวิตที่ดีได้จริง
โครงการออกแบบด้วยแนวคิด “More Life. Every Day.” ถ่ายทอดผ่าน 4 หัวใจของการใช้ชีวิต ได้แก่ More Energy ชวนสัมผัสประสบการณ์การตื่นมาพร้อมวิวทะเล More Balance มอบชีวิตที่ห่างไกลความวุ่นวายท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ More Connection การอยู่อาศัยในคอมมูนิตี้ของผู้ที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน และ More Peace of Mind อุ่นใจด้วยคุณภาพของโครงการ ทำเล และบริการด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ งานออกแบบใช้แนวคิด “Coastal Calm” ที่ได้แรงบันดาลใจจากความสงบของชายฝั่ง ถ่ายทอดผ่านโทนสีอบอุ่นทั้งสีน้ำตาลในเฉดหาดทราย สีขาวงาช้าง และสีครีม พร้อมเลือกใช้วัสดุพรีเมียมจากธรรมชาติ ผสานหิน ไม้และรูปทรงโค้งมน สร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านที่ส่งเสริมการพักผ่อนในระยะยาว โครงการได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมโดย Tandem Architects (2001) งานออกแบบภายในโดย ECHO BKK และการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโดย 1819 พร้อมการออกแบบผังยูนิตแบบ Single-corridor มอบวิวทะเลทุกยูนิตและความเป็นส่วนตัวเพียง 3–12 ยูนิตต่อชั้น เพดานสูง 2.7 เมตรสำหรับยูนิตทั่วไป และ 3.6 เมตรสำหรับเพนต์เฮาส์
ภายใตโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 4,000 ตารางเมตรตั้งอยู่ใน 4 ชั้น ออกแบบให้สุขภาวะเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ชั้น G ที่มีสวนธรรมชาติ แปลงผัก สมุนไพร ผลไม้ออร์แกนิก และห้องให้คำปรึกษาสุขภาพส่วนตัว, ชั้น 5 และชั้นลอย มาพร้อมพื้นที่ออกกำลังกายและฟื้นฟูร่างกาย ทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำกรอง ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ออนเซ็นแยกชาย-หญิง ห้องซาวน่าเกลือหิมาลายัน สตูดิโอพิลาทิสและโยคะ และลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง, ชั้น 50 มีสระว่ายน้ำวิวพาโนรามาพร้อมอ่างจากุซซี สกายเลานจ์ ห้อง Private Dining สำหรับสังสรรค์ และเครื่องจำลองการเล่นกอล์ฟ และชั้น Upper Terrace เป็นพื้นที่เปิดโล่งสำหรับบาร์บีคิว สวนพักผ่อน และลานโยคะ พร้อมจุดชมวิวรับลมธรรมชาติ
อีกทั้งลูนิคได้ร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มอบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพแก่เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตเป็นระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล และบริการรถพยาบาลรับ-ส่งระหว่างโครงการกับโรงพยาบาล พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับห้องชุดประเภท 2 ห้องนอนขึ้นไป อาทิ การปรึกษาแพทย์ออนไลน์และบริการจัดส่งยา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพปีละ 4 กิจกรรม เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ใส่ใจสุขภาพร่วมกันในระยะยาว อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการและปัจจัยด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยแต่ละราย เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม, กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพระยะยาว โดยมีแผนจัดกิจกรรมให้ความรู้และการบรรยายด้านสุขภาพ (Health Talks) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อส่งเสริมความรู้และการดูแลสุขภาพของลูกบ้าน, สิทธิประโยชน์ด้านบริการทางการแพทย์ ครอบคลุมส่วนลดพิเศษสำหรับบริการทางการแพทย์ และระบบให้คำปรึกษาแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Teleconsultation) ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพ และการรองรับกรณีฉุกเฉิน ด้วยทำเลโครงการที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 15 นาที ช่วยเอื้อต่อการประสานงานและเข้าถึงบริการทางการแพทย์เมื่อมีความจำเป็น
สำหรับ ลูเชี่ยน เบย์ จอมเทียน พัทยา (Lucean Bay Jomtien Pattaya) เป็นคอนโดมีเนียม High Rise แบบฟรีโฮลด์ สูง 60 ชั้น รวม 588 ยูนิต ห่างจากหาดจอมเทียนเพียง 200 เมตร พร้อมวิวทะเลทุกยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา อาคารสูง 211 เมตร ประกอบด้วยห้องชุด 5 รูปแบบ ได้แก่ 1 ห้องนอน ตั้งแต่ 29.64–37.04 ตารางเมตร, 1 ห้องนอน สวีท ตั้งแต่ 41.03–42.90 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน ตั้งแต่ 77.30–79.85 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน สวีท 90.56 ตารางเมตร และเพนต์เฮาส์ ตั้งแต่ 121.42–130.10 ตารางเมตร ซึ่งมีเพียง 3 ยูนิตบนชั้นบนสุด ราคายูนิตเริ่มต้นประมาณ 3.9 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการผ่านการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA แล้ว โดยมีกำหนดเปิดให้ชมห้องตัวอย่างและเปิดพรีเซลในเดือนธันวาคม 2569 เริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 1 ปี 2571 และมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบภายในเดือนธันวาคม ปี 2574





