พฤกษาฯเน้นหนักแนวราบ / ชูกลยุทธ์การตลาดและขายแบบ..ไร้ขอบเขต

จากผลประกอบการในปี 2560 ของบมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง หรือ PSH ปี 2560 สามารถทำยอดขายรวมได้ 47,536 ล้านบาท เติบโต 7% จากปี 2559  ที่มียอดขาย 44,414 ล้านบาท โดยสามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 43,922 ล้านบาท ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน  และกำไรสุทธิ 5,456 ล้านบาท ลดลง  8.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมียอดรับรู้รายได้ลดลงทั้งจากคอนโดมิเนียม, ทาวน์เฮ้าส์,และบ้านเดี่ยวลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและขายโดยรวมของบริษัทยังอยู่ในระดับที่สูง โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ที่โครงการระดับ Premium ในขณะที่ยอดการปฎิเสธสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 3,000-3,500 ล้านบาทของยอดขายทั้งหมดซึ่งถือว่าสูง

 

ในปี 2561 มีแผนจะเปิดโครงการใหม่รวม 75 โครงการ มูลค่า 66,700 ล้านบาทซึ่งมีการซื้อที่ดินไว้ทุกแปลงแล้ว  ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 53,742 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 50,500 ล้านบาท  และในปีนี้ตั้งงบซื้อที่ดินที่ 16,000 ล้านบาทสำหรับเตรียมไว้พัฒนาในปี 2562-63 โดยโครงการใหม่ที่เปิดทั้งหมด 75 โครงการในปีนี้บริษัท เน้นโครงการในแนวราบค่อนข้างมากถึง 62 โครงการ มีมูลค่า 47,600 ล้านบาทคิดเป็นกว่า 71% ของมูลค่ารวมทั้งหมด (เป็นทาวน์เฮ้าส์ 44 โครงการมูลค่า 27,900 ล้านบาและเป็นบ้านเดี่ยว 18 โครงการรวมมูลค่า 19,700 ล้านบาท)

 

เพื่อรองรับกับแผนธุรกิจและเสริมสร้างความแข็งแกร่งบริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในใหม่  โดย“สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของPSH กล่าวว่าเดิมแบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจแวลู และพรีเมี่ยม โดยกลุ่มธุรกิจใหม่ที่แบ่งนั้นมี 3 กลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มธุรกิจจะมี CEO ดูแลชัดเจน ดังนี้

 

 กลุ่มธุรกิจพรีเมี่ยม บริหารโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนใจกลางเมืองโดยมีนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต เป็นผู้บริหาร ที่ปีนี้จะเปิดที่ ซ.สวนพลู  ,พญาไท และ บางโพ

 

กลุ่มธุรกิจแวลู ประเภทบ้านเดียวและคอนโดมิเนียมระดับราคากลาง-ล่าง นายปิยะ ประยงค์ เป็นผู้บริหาร

 

และกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮ้าส์ มีนายธีรเดช เกิดสำอางค์  ซึ่งเป็นลูกหม้อของ PSH เป็นผู้บริหาร และกลุ่มสินค้าทาวน์เฮ้าส์นี้เดิมนายปิยะจะเป็นผู้ดูแล และเป็นตลาดหลักของบริษัท จึงจำเป็นต้องแยกออกมาเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจเพื่อให้สามารถบริหารจัดการและวางแผนธุรกิจได้เป็นอย่างดีรับมือกับคู่แข่งที่ สุพัตรา ยอมรับว่าตลาดทาวน์เฮ้าส์มีการแข่งขันกันรุนแรงมาก ทำให้บริษัทต้องมาโฟกัสเพื่อรักษาส่วนแบ่งของตลาดระดับสินค้า 2-3 ล้านบาท ในขณะเดียวกันก็จะขยายไปสู่สินค้าระดับราคา 3-5 ล้านบาท รวมถึงขยายออกสู่ตลาดไปยังต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการจริงๆหรือ เรียลดีมานด์ การทำการตลาดเชิงรุกนี้จะไปในลักษณะการทำโครงการไม่ใหญ่นัก

 

นอกจากตลาดทาวน์เฮ้าส์แล้วบริษัทยังใช้นโยบายเชิงรุกกับการพัฒนาสินค้าประเภทบ้านเดี่ยว ซึ่งบริษัทถนัดสินค้าในกลุ่มระดับราคา 3-5 ล้านบาท และจะขยายฐานไปสู่ตลาดระดับราคา 5-7 ล้านบาทขึ้นไป ขณะเดียวกันก็จะเน้นสินค้าที่สร้างเสร็จพร้อมขายมากขึ้นเพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซื้อแล้วต้องการเข้าอยู่อาศัยเลยโดยไม่ต้องรอ 1-2 ปี

ขยายฐานตลาดพร้อมชูกลยุทธ์การขายแบบ…ไร้ขอบเขต

นอกจากนี้ยังได้วางกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายด้วย Pruksa Member …เป็นการขายไร้ขอบเขต เพื่อขยายช่องทางการขาย ที่เน้นการบอกต่อ และการแนะนำ เพียงสมัครเป็นสมาชิก Pruksa Member และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น แนะนำเพื่อนที่สนใจซื้อบ้าน การพาเยี่ยมชมโครงการ การจอง การทำสัญญา การชำระเงินดาวน์ สมาชิกจะได้รับคะแนนสะสม และสามารถนำคะแนนสะสมไปแลกเป็นของรางวัล เช่น เงินสด  ทองคำ แพ็กเกจท่องเที่ยว สินค้าแบรนด์เนม เป็นต้น โดยได้เริ่มเปิดตัวสำหรับพนักงานในองค์กรเป็นเฟสแรกแล้ว กล่าวคือให้พนักงานทุกคนสามารถเป็นตัวแทนขายโดยจะได้รับค่านายหน้าเป็นผลตอบแทน และจะเริ่มใช้งานเต็มรูปแบบสำหรับสมาชิกในเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มโอกาสการขาย โดยบุคคลทั่วไป ที่ไม่ใช่ลูกค้าพฤกษาก็สามารถสมัครเป็นสมาชิก Pruksa Member ในการช่วยขายได้พร้อมรับสิทธิประโยชน์ได้เช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายจาก Pruksa Member ถึง 4,600 ล้านบาท โดยใช้งบการตลาดเพียง 20 ล้านบาท

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้เปิดตัว Pruksa Open Home ศูนย์กลางการให้บริการแบบ One-Stop Service ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 3 โดยลูกค้าสามารถหาข้อมูลและเลือกซื้อที่อยู่อาศัยทุกโครงการจากพฤกษา จองและทำสัญญา รับข้อเสนอพิเศษด้านสินเชื่อจาก สถาบันการเงิน พร้อมบริการตรวจสอบเครดิตบูโร แบบครบวงจรในที่เดียว นอกจากนี้ Pruksa Open Home ยังเป็นศูนย์กลางการฝากขาย ฝากเช่าโครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษาให้กับคนไทยรวมถึงต่างชาติอีกด้วย รวมถึงการขายแบบ BtoB หรือลูกค้าองค์กรที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 40 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคู่ค้าของบริษัท และจะเพิ่มจำนวนบริษัทมากขึ้นในปีนี้

 

ในโอกาสที่บริษัทครบรอบ 25 ปีที่ก่อตั้งจึงได้จัดแคมเปญการขายและโปรโมชั่น เพื่อระบายสต๊อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายที่มีอยู่ประมาณ16,100 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 8,300 ล้านบาท, บ้านเดี่ยว 4,100 ล้านบาท และคอนโดฯ 3,700 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งส่วนลดราคาบ้านและลุ้นจับรางวัลรถยนต์ 25 คัน รวมมูลค่า 18 ล้านบาท แคมเปญนี้จะเริ่มในเดือนมีนาคม 2561 ใช้เวลา 5 เดือน

 

จากนโยบายดังกล่าว สะท้อนให้เห็นสัญญาณจากการระบายสต๊อกโครงการเก่าออกมาในปีนี้ จะช่วยลดยอดสต๊อกไม่ให้อยู่ในระดับที่สูงจนเกินไป ในอีกมุมอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดนั้นเพิ่มขึ้น และกดดันอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ทีมผู้บริหารใหม่ที่มีการปรับล่าสุด รวมถึงการปรับกลยุทธ์ของบริษัทด้วยผลิตภัณฑ์และตราสินค้าใหม่นั้น ยังคงต้อรอการพิสูจน์ว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลุกค้าและจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายในปีนี้ที่ 13% ที่ระดับ 53,742 ล้านบาทได้หรือไม่ ?….

 

ข้อมูลสำคัญของบริษัทพฤกษาฯ ณ สิ้นปี 2560

  • ทำยอดขายรวมได้ 47,536 ล้านบาท เติบโต 7% จากปี 2559
  • มีรายได้รวมอยู่ที่ 43,922 ล้านบาท ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปี 2559
  • มีกำไรสุทธิ 5,456 ล้านบาท ลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับปี 2559
  • ณ สิ้นปี 2560 สต๊อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายที่ 16,100 ล้านบาท
  • ณ สิ้นปี 2560 มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 181 โครงการ จำนวน 34,859 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าที่เหลือขาย (Unsold)ประมาณ 99,331 ล้านบาท แบ่งเป็น ดังนี้
    • ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 20,947 ยูนิต รวมมูลค่า 53,862 ล้านบาท
    • บ้านเดี่ยว จำนวน 5,998 ยูนิต รวมมูลค่า 26,600 ล้านบาท
    • คอนโดฯ จำนวน 6,841 ยูนิต รวมมูลค่า 13,616 ล้านบาท
    • และกลุ่มพรีเมี่ยม จำนวน 1,073 ยูนิต รวมมูลค่า 5,253 ล้านบาท

ข้อมูลสำคัญของบริษัทพฤกษาฯ ปี 2561

  • เปิดโครงการใหม่รวม 75 โครงการ มูลค่า 66,700 ล้านบาท
  • ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 53,742 ล้านบาท เพิ่ม 13% จากปี 2560
  • ยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 50,500 ล้านบาท เพิ่ม 10% จากปี2560
  • ตั้งเป้ามีกำไรสุทธิเพิ่ม 13% จากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 5,456 ล้านบาท
  • ตั้งงบซื้อที่ดินที่ 16,000 ล้านบาทสำหรับเตรียมพัฒนาในปี 2562-63
  • จัดกลุ่มธุรกิจใหม่ 3 กลุ่มมี CEO ดูแลชัดเจน ดังนี้
    • กลุ่มธุรกิจพรีเมี่ยม บริหารโครงการคอนโด ฯ ระดับบนใจกลางเมือง
    • กลุ่มธุรกิจแวลู ประเภทบ้านเดียวและคอนโด ฯ ระดับราคากลาง-ล่าง
    • และกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮ้าส์
  • ชูกลยุทธ์การตลาด – การขายแบบ…ไร้ขอบเขต
  • ครบรอบ 25 ปี สร้างที่อยู่อาศัยและส่งมอบให้ลูกค้า 2.5 -3 แสนยูนิต

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://prop2morrow.com/2018/02/20/

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง