ศาลปกครองกลางยกคำร้อง-ไฟเขียวประกาศสคบ.ทำตามเจตนารมณ์กฎหมาย

ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ได้ออกประกาศควบคุมให้ธุรกิจการให้เช่าตึกเพื่ออยู่ อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมคำสัญญา พุทธศักราช2561 ส่งผลเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม2561 เป็นต้นมา ก็ได้มีผู้ประกอบการให้เช่าห้องพัก อพาร์ตเมนต์ ที่ไม่เห็นพ้องกับการออกประกาศนี้ รวมทั้งมีปัญหาในทางปฏิบัติมาร้องกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกว่า 2,000 ราย ดังนั้น สคบ.จึงต้องจัดสัมมนาเพื่ออธิบายรายละเอียดในประกาศฉบับดังกล่าว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบกิจการ เพราะมองว่าประกาศดังกล่าวยังไม่มีความเป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจอพาร์ตเมนต์จากทั่วประเทศกว่า 6,000 ราย ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อศาลปกครองเพื่อให้พิจารณาคุ้มครองชั่วคราวว่าร่างประกาศดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกระบวนการ  และขอให้เพิกถอนประกาศดังกล่าวเนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างมาก

 

 

และเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนเพื่อมีคำสั่งระงับการบังคับใช้ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด ในคดีหมายเลขดำ ที่ 1006/2561 หจก.ธนกฤตพร เครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่อที่อยู่อาศัย ยื่นฟ้องคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา และ สคบ. ต่อศาลปกครองกลาง ว่า ร่วมกันออกประกาศสคบ. เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนกฎหมายดังกล่าว 

 

 

 

ทั้งนี้ศาลให้เหตุผลว่า การที่ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อให้ สคบ. ใช้เป็นมาตรการในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคจากการทำสัญญาเช่าให้บรรลุผล และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย หากศาลมีคำสั่งทุเลาตามคำร้อง ก็จะทำให้ สคบ. ขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิของผู้เช่าในฐานะที่เป็นผู้บริโภคจากการตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสัญญาเช่า และทำให้ สคบ.ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบได้ทันท่วงที เนื่องจากปัจจุบันมี เพียงพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายฉบับเดียวที่ใช้คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคก่อนการทำสัญญา ส่วนพ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 เป็นมาตรการที่ใช้คุ้มครองผู้บริโภคหลังจากมีสัญญาแล้วเท่านั้น 


ดังนั้น การมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว จึงเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานและการบริการสาธารณะของ สคบ. ส่วนการออกประกาศดังกล่าว จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะต้องพิจารณาพิพากษาต่อไป

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง