“แกรนด์โฮมมาร์ท”รุกขยายตลาดตจว.ตั้งเป้า5ปี200สาขาทั่วประเทศ

แกรนด์โฮมมาร์ท รีแบรนด์ปรับกลยุทธ์สนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล รุกขยายสาขาต่างจังหวัดรองรับการลงทุนภาครัฐ ตั้งเป้า 5 ปี ผุด 200 สาขาทั่วประเทศ รวมเม็ดเงินลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งรูปแบบลงทุนเอง-ร่วมทุนพันธมิตรท้องถิ่น สนธุรกิจโลจิสติกส์ซัพพอร์ตสินค้าส่งสาขา ตจว. ประกาศปีหน้าพร้อมเข้าสู่ดิจิทัลรีเทล เพิ่มช่องทางสื่อสาร คาดยอดขายปี 62 แตะ 5,200 ล้านบาท

 

 

นางประไพ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์วัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างในปี 2562 ว่า มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม(สศอ.)พบว่าจะมีอัตราการเติบโตจากการลงทุนของภาครัฐ และอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยปี 2560 กลุ่มกระเบื้อเซรามิค มีกำลังการผลิต 168.5 ล้านตารางเมตร ,ปี2561 มีกำลังการผลิต 169 ล้านตารางเมตร และปี 2562 คาดว่าจะอัตราการเติบโตจากปี 2561 ประมาณ 2%

 

สำหรับภาพรวมตลาดฯในปีนี้พบว่า มีการจำหน่ายผ่านช่องทางการขายแบบดั้งเดิม(Traditional Trade) 70% และขายผ่านโมเดิร์นเทรด 30% จากมูลค่าตลาดรวม 33,000 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีจะมีอัตราการเติบไม่เกิน 5%

 

ทั้งนี้มองว่าปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งจากเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น บริษัทฯจึงพยายามรีแบรนด์ ในด้าน core value เป็น minor change ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยการปรับกลยุทธ์สัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกให้มากขึ้น จาก 6 เหตุผลหลักที่จะทำให้ธุรกิจรีเทลแข็งแกร่งมากขึ้น

1.การแบ่งธุรกิจที่ชัดเจนของโชว์รูมแกรนด์โฮมแต่ละประเภท ได้แก่GRANDHOME CONCEPT,GRANDHOME VARITY และGRANDHOME  OUTLET 

 

 2.แต่และกลุ่มสามารถตอบสนองลูกค้าได้ทั้ง 4 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการอสังหาฯ,เจ้าของบ้าน,ดีไซน์เนอร์ และผู้รับเหมาก่อสร้าง 

 

3.เพิ่มสินค้าที่หลากหลายมากกว่า 65,000 SKU โดยมีการเพิ่ม 6หมวดหลักให้ชัดเจนมากขึ้น ได้แก่ เครื่องใช้ฟ้า,เฟอร์นิเจอร์,ประตู-หน้าต่าง,สีและซอร์ฟแวร์ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 4 หมวด คือ กระเบื้อง,สุขภัณฑ์,ครัวและ สินค้าประเภทDo-It-Yourself : DIY

 

 4.เติมเต็มการบริการใหม่ที่ทำให้ลูกค้าสบายใจ ด้วยG-SOLUTIONS ประกอบด้วย G-DESIGN บริการสร้าง      แรงบันดาลใจด้วยเทคโนโลยี 3D VISION ให้ภาพเสมือนจริงแบบ 360 องศา แห่งเดียวในไทย ,G-CREATION บริการแปรรูปกระเบื้อง และบริการออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ,G-DELIVERY บริการจัดส่งและติดตามการจัดส่ง ,G-SERVICE บริการออกแบบและต่อเติมบ้าน บริการติดตั้งวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า,G-ASSISTANT บริการให้ข้อมูลสินค้าและบริการ ผ่าน Call Center และเว็บไซต์  และ G-LIFESTYLEบริการธุรกิจร้านอาหาร และบริการให้เช่าพื้นที่จัดเลี้ยง พื้นที่ Co working Space ห้องประชุม และห้องสัมมนา

 

 5.ทำงานในเชิงลึกมากขึ้น กับ “คู่ค้า”ในโครงการต่างๆ เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดของ GRANDHOME  6.มีผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อสร้าง GRANDHOME  เป็น DIGITAL RETALL มากขึ้น

 

นอกจากนี้บริษัทฯยังมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่จะขยายไปต่างจังหวัด เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาร้านค้าวัสดุก่อสร้างหลายรายเริ่มปิดกิจการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทายาทไม่สืบทอดธุรกิจ ทำให้มองเห็นโอกาสดังกล่าว ดังนั้นภายในระยะเวลา 5 ปี บริษัทฯจึงมีแผนที่จะขยายแกรนด์โฮมในรูปแบบของ Outlet ทั่วประเทศให้ได้ 200 สาขา รวมมูลค่าลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท เพราะภาครับมีการขยายการลงทุนทุกภาคอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งการดำเนินการของบริษัทฯจะเป็นทั้งการลงทุนเอง ในรูปแบบการเข้าไปเช่าที่ดินระยะ 3 ปี และการร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุน โดยแต่ละสาขาจะมีขนาดตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 500-3,000 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดที่ดิน มูลค่าการลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท/สาขา โดยสาขาแรกที่ขยายฐานไปในต่างจังหวัดคือ ย่านกระทิงลาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาก่อสร้างและในปี 2562 จะขยายไปยัง 3 จังหวัดพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  (Eastern Economic Corridor: EEC) จำนวน 10 สาขา โดยคาดว่า 2 สาขาแรกที่จะเปิดได้ก่อนคือ ระยองและสัตหีบ ซึ่งแต่ละสาขาจะถึงจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี ปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาในกทม.และปริมณฑล จำนวน 6 สาขา ได้แก่ งามวงศ์วาน รัตนาธิเบศร์ ศรีนครินทร์ รามอินทรา บางบัวทองและบางนา

 

อีกทั้งยังมีแผนที่จะวางระบบขนส่งเพื่อรองรับการขยายสาขาในต่างจังหวัดด้วย  ด้วยการเจรจาดีลกับพันธมิตรในการฝากสินค้าไปยังสาขา เพื่อลดต้นทุนของทั้ง 2 ฝ่าย

นอกจากนี้ภายในระยะเวลา  3 ปียังมีแผนที่จะนำบริษัทในเครือคือ บริษัท แกรนด์โฮม โซลูชั่น ซึ่งดำเนินธุรกิจต่อเติมอาคารที่อยู่อาศัย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้คาดว่าแกรนด์โฮมจะมีรายได้รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท จาก 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจขายโครงการ (Project) สัดส่วน 70%ธุรกิจขายปลีก (Retail) สัดส่วน 30% และในปี 2562 แกรนด์โฮมตั้งเป้าหมายที่จะปรับสัดส่วนรายได้เป็น 60 : 40 และจะมีการบริการและธุรกิจใหม่มาเติมเต็มให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย คาดว่ายอดขายจะเพิ่มเป็น 5,200 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 15%

 

 

นางสาวนภานันทน์ แม้นชูวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานขายโครงการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กล่าวเสริมถึงการบุกธุรกิจงานขายโครงการในปี 2562ว่า ปัจจุบันลูกค้าหลักของของแกรนด์โฮมคื อผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สัดส่วน 70% แต่นับจากนี้ แกรนด์โฮมมีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าไปสู่ทุกระดับ รวมไปถึงผู้ออกแบบ และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าและโรงแรมด้วย โดยมีการพัฒนาทีมขายขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ออกแบบ นอกจากนี้ แกรนด์โฮมจะมุ่งสรรหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของโครงการแต่ละแห่ง อาทิ โครงการบ้านพักอาศัยที่เน้นกลุ่มผู้สูงอายุ โครงการบ้านพักอาศัยแบบ Smart Home และโครงการ Co Working Space เป็นต้น รวมทั้งจะมีการนำเสนอสินค้า House Brand เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าโครงการด้วย

 

ด้าน นายพีระพล ทยานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯมีแผนจะสร้างแกรนด์โฮมให้เป็นมืออาชีพ (Professional) ที่นำเสนอสินค้าที่ตรงเฉพาะกลุ่ม ผ่านโชว์รูม 3 รูปแบบ โดยโชว์รูมประเภท Concept ที่งามวงศ์วาน รองรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้ออกแบบ ด้วยรูปแบบการจัดเรียงสินค้าที่เอื้อต่อการสร้างไอเดียและแรงบันดาลใจ สำหรับโชว์รูมประเภท Variety ที่บางนา รัตนาธิเบศร์ และรามอินทรานั้น เน้นความหลากหลายของสินค้าไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง ห้องน้ำ ห้องครัว ไลท์ติ้ง พร็อพตกแต่ง และดีไอวาย ส่วนโชว์รูมประเภท Outlet ที่บางบัวทอง ศรีนครินทร์ และกระทิงลาย (ชลบุรี) เน้นสินค้าที่คุ้มค่า คุ้มราคาสำหรับลูกค้ากลุ่มช่าง ผู้รับเหมารายย่อย หรือเจ้าของบ้าน

 

ส่วนกิจกรรมทางการตลาดที่จะดำเนินการในปี 2562 นั้น แกรนด์โฮมจะเข้าสู่การเป็นดิจิทัลรีเทล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า และจะสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการขายและสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับลูกค้าผ่านช่องทางการสื่อสารทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง