ปักหมุดทำเล “ชิดลม-เพลินจิต-วิทยุ–หลังสวน” ผุดโปรเจ็กต์ Branded Residence รองรับกลุ่ม High-Net-Worth ทั่วโลก

ตลาด Branded Residences ในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมีจุดแข็งอยู่ที่มาตรฐานบริการระดับโลก ชื่อเสียงของแบรนด์ และศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน โดยทำเลสำคัญยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งจะเป็นพื้นที่หลักในการขับเคลื่อนตลาดลักชัวรีของไทยในระยะต่อไป ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ พิกัดหลักของตลาด Branded Residence จะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่สุขุมวิทตอนต้น วิทยุ หลังสวน ชิดลม เพลินจิต และพื้นที่รอบสวนลุมพินี  

สำหรับสินค้าหลักของ Branded Residence ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดฯที่พัฒนาขึ้นร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาอสังหาฯกับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ เช่น แบรนด์โรงแรม แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ หรือแบรนด์แฟชั่นที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง โดยความร่วมมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การจับมือกับแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ ซึ่งจะรับหน้าที่บริหารจัดการอาคาร ตั้งแต่รูมเซอร์วิส พนักงานเปิดประตู และบริการจอดรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษาห้อชุด สิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พัก สถานที่ และการตกแต่งภายใน รวมถึงทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมด เพื่อให้ได้มาตรฐานของแบรนด์นั้น ๆ

ส่วน Branded Residence อีกประเภทจะไม่ใช้แบรนด์โรงแรม (Non-Hotel Branded Residence) เช่น โครงการ Residence by Armani Casa หรือโครงการ Aston Martin Residence ที่ร่วมมือกับค่ายรถยนต์ดัง โดยที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์เหล่านี้จะเป็นการว่าจ้างผู้จัดการคอนโดฯมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านการจัดการโรงแรมมาบริหารงานแทนเจ้าของโรงแรม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ย่านชิดลมเป็นหนึ่งในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District: CBD) ที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนแนวถนนเพลินจิตและถนนพระราม 1 เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ สยาม ราชประสงค์ เพลินจิต วิทยุ สีลม และสุขุมวิท ทำให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม โดยมีทั้งอาคารสำนักงานเกรด A โรงแรมระดับ 5 ดาว สถานทูต และศูนย์การค้าชั้นนำกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ส่งผลให้ชิดลมเป็นทำเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าที่ดินสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

โดยเฉพาะที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทไทยและต่างประเทศจำนวนมาก รวมถึงสถาบันการเงินและอาคารสำนักงาน ทำให้มีประชากรกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ผู้บริหาร นักลงทุน และนักธุรกิจหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการมีฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยที่ดินในย่านชิดลมมีจำนวนจำกัด ขณะที่ความต้องการใช้พื้นที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงทำให้ราคาที่ดินและมูลค่าอสังหาฯมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการแบบ Mixed-use อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียมหรู ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน

ปัจจุบันมีโครงการของกลุ่มแสนสิริที่กำลังก่อสร้างอยู่ คือ โครงการซีแอล เรสสิเด้นซ์ (CL Residence) เป็นคอนโด ฯHigh-Rise สูง 38 ชั้น ชั้นใต้ดิน 6 ชั้น และชั้นลอยใต้ดิน 1 ชั้น และอาคารจอดรถ สูง 2 ชั้น ตั้งอยู่พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง จำนวนห้องชุดทั้งหมด 173 ยูนิต มูลค่าโครงการสูงถึง 13,700 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จาก SCB โดยโครงการได้ผ่าน EIA Approved เรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มต้นงานสร้างเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

“เพลินจิต-วิทยุ” ศูนย์กลางธุรกิจระดับนานาชาติ

ย่านเพลินจิต เป็นอีกหนึ่งในย่านศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯที่ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ เชื่อมต่อกับชิดลม ราชประสงค์ และสุขุมวิท ทำเลแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของสำนักงานใหญ่ของบริษัทไทยและต่างประเทศ อาคารสำนักงานเกรด A และ A+ รวมถึงสำนักงานขององค์กรระหว่างประเทศและสถานทูตหลายแห่ง ทำให้มีผู้บริหาร นักลงทุน และพนักงานออฟฟิศที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม อาคารสำนักงาน และโรงแรมระดับบน และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ส่งผลให้เพลินจิตเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีมูลค่าที่ดินและศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของประเทศ แต่เนื่องจากมีที่ดินเหลือสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ค่อนข้างจำกัด การพัฒนาโครงการส่วนใหญ่จึงเป็นการปรับปรุงหรือพัฒนาใหม่บนที่ดินเดิม เป็นเหตุให้มูลค่าทรัพย์สินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

โดยล่าสุดมีโครงการระดับบิ๊กโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คือ โครงการ CENTRAL EMBASSY เฟส 2 เนื้อที่ 23 ไร่ที่เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการ CENTRAL EMBASSY PARK ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย พื้นที่สรรพสินค้า, พาณิชยกรรม, ห้องโถง, สำนักงาน, สถานศึกษา และภัตตาคาร ที่อยู่อาศัย (ให้เช่าระยะยาว) และที่จอดรถ ภายใต้อาคารสูง 53 ชั้น พร้อมชั้นห้องเครื่อง 3 ชั้น และชั้นใต้ดิน 6 ชั้น มีจำนวนห้องพักส่วนอยู่อาศัยรวม 141 ห้อง ทั้งนี้ CENTRAL EMBASSY (ส่วนขยาย) จะเชื่อมต่อกับ CENTRAL EMBASSY PARK (ส่วนเดิม) เป็นอาคารเดียวกันบริเวณชั้นใต้ดิน B5 ถึง B2 และชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 7

 

โครงการดิ เอ็มบาสซี ไวร์เลส (The Embassy Wireless) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ CENTRAL EMBASSY เฟส 2 พัฒนาโดยบริษัทเอชเคแอล โนเบิล (ไวร์เลส) จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มฮ่องกงแลนด์ และบริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ เป็นคอนโดฯ High-Rise สูง 41 ชั้น จำนวน 757 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ มีที่จอดรถกว่า 63% หรือจอดได้ประมาณ 478 คัน ปัจจุบันโครงการทำยอดขายไปแล้วกว่า 59% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2570 ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 290,000  บาทหรือเริ่มต้น 9 ล้านบาทสำหรับห้องชุดขนาด 1 ห้องนอนขนาด 34.5 –35 ตารางเมตร  และ 2 ห้องนอนราคาเริ่มต้น 18.8 ล้านบาทขนาด 54.5 – 70 ตารางเมตร พร้อมเพดานห้องสูง 2.8 ม. และ กระจก Full Height เต็มบาน

อีกหนึ่งทำเลของโครงการ Branded Residence ตั้งอยู่ย่านใจกลางถนนวิทยุที่อยู่ระหว่างสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินี ปัจจุบันมีโครงการที่กำลังก่อสร้าง  คือ โครงการ Upper House Residences Bangkok สูง 52 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 6 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต และ The Wireless Residences by Upper House สูง 71 ชั้น และชั้นใต้ดิน 5 ชั้น จำนวน 239 ยูนิต โดยทั้ง 2 ตึกอยู่ในพื้นที่ที่เดียวกัน บริหารโดยซิตี้ ไดนามิค บริษัทร่วมทุนระหว่างซิตี้ เรียลตี้และสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ โดยนำแบรนด์โรงแรมชื่อดังระดับโลกภายใต้แบรนด์ Upper House มาใช้ในการเปิดตัว Branded Residences ทั้ง 2 โครงการ โดยโครงการจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีครึ่ง ซึ่งได้เริ่มงานก่อสร้างไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี  2573 ราคาขายเริ่มต้นประมาณ 650,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันมีห้องตัวอย่างให้เข้าชมแล้ว

ส่วนแปลงที่ดินที่กำลังเป็น Talk of the Town ของทำเลโซนนี้ คือ ที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ในซอยต้นสน บนที่ดินกว่า 20 ไร่ ซึ่งล่าสุดทางสถานทูตเตรียมย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ Central Park Offices ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และได้ประกาศขายที่ดินของสถานทูตไปเมื่อช่วงมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คาดว่าราคาขายจะสูงถึง 2.8-3.5 แสนบาทต่อตารางวา หรือประมาณ 2.4-2.8 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ทำเลย่านสารสิน ฝั่งตรงข้ามสวนลุมพินี มี 2 ค่ายใหญ่ระดับมหาชนที่ได้ปักหมุดเตรียมเปิดตัว2 บิ๊กโปรเจ็กต์ คือ โครงการ WellEra Bangkok พัฒนาโดยบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่ดิน 13 ไร่บนทำเลถนนหลังสวน–สารสิน ติดสวนลุมพินี ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Branded Residence เป็นที่พักอาศัยระยะยาว อาคารสูง 45 ชั้น จำนวน 262 ยูนิต,Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ รวมถึงมี Health Station กระจายอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่าย

Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ เป็นอาคารสูง 20 ชั้น จำนวน 168 ยูนิต ภายในประกอบด้วยห้องพัก สถานที่ออกกำลังกายครบวงจร รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพและพื้นที่พบปะสังสรรค์, Lifestyle Retail ในรูปแบบ Podium (The Core) สูง 5 ชั้น ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก (Core) เชื่อมต่อระหว่างส่วนของ Retreat และ Residence เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย Lifestyle Mall & Wellness Clinic ร้านค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตที่รองรับคนในชุมชน โดยโครงการตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 2573

ส่วนอีกโครงการโครงการชื่อ SRS Residence พัฒนาโดยบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็นคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี ขนาดความสูง 17 ชั้น และชั้นใต้ดิน 7 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีจำนวนห้องชุดพักอาศัยรวมทั้งสิ้น 11 ยูนิต และมีที่จอดรถยนต์รวม 86 คัน โครงการตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 300 ตารางวา   ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสารสินตัดกับซอยสารสิน 2 ปัจจุบันกำลังรื้อถอนตึกเก่าคาดว่าจะรื้อถอนแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้

นอกจากนี้ยังมีทำเลย่านพระราม 4 และสีลม มี 2 โครงการใหญ่ที่ตั้งอยู่ในโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสระดับหลายหมื่นล้านบาทถึงหลักแสนล้านบาท   คือโครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส  แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (The Residences at Dusit Central Park) พัฒนาโดยบริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่หัวมุมแยกศาลาแดง บนจุดตัดระหว่างถนนพระราม 4 และถนนสีลม อยู่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี เป็นที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของโครงการมิกซ์ยูส “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มีความสูงถึง 69 ชั้น หรือมีความสูงเท่ากับ299 เมตร จำนวน 406 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายกว่า 94% โดยมีห้องชุดแบบ 2 ห้องนอนเหลือขายมากที่สุด ขนาด 85 และ 185 ตารางเตร รวมถึงห้องเพ้นท์เฮ้าส์ 2 ยูนิตจากทั้งหมด 7 ยูนิต เป็นห้องชุดแบบ Duplex ขนาด 450 และ 910 ตารางเมตรที่เน้นการเจรจาและการเสนอขายแบบพิเศษ

ขณะที่ห้องชุดในปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่  4-5 แสนบาทต่อตารางเมตร คาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบและโอนที่พักอาศัยให้กับลูกค้าในช่วงปลายปี 2569  และจะเริ่มต้นสัญญาเช่ากับลูกค้าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปภายใต้สัญญาเช่า 59 ปีครึ่ง เนื่องจากที่ตั้งของโครงการดุสิตเซ็นทรัล พาร์ค เป็นที่ดิน Leasehold ของสำนักงานพระคลังข้างที่

ขยับมาที่ โครงการ เอททีน เซเว่น-วัน แบงค็อก (EI8HTEEN SEVEN – One Bangkok) เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ความสูง 55 ชั้น จำนวน 291 ยูนิต ตั้งอยู่ใจกลางเมือง One Bangkok โดดเด่นด้วยวิวสวนลุมพินี ตั้งอยู่จุดตัดถนนวิทยุและถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี

ส่วนตรงโซนสุขุมวิทบริเวณแยกอโศกมนตรี มี 2 โครงการใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆกัน  คือ คอนโดฯระดับอัลตราลักชัวรี ที่ชื่อว่า InterContinental Residences Bangkok Asoke หรือ 16 Residence เป็นคอนโด Branded Residence ใหม่ พัฒนาโดยกลุ่มซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด (CG CAPITAL) บริษัทผู้บริหารกองทุน Private Equity ในกลุ่มธุรกิจ Real Estate and Hospitality ที่ใหญ่ที่สุดในไทยภายใต้เซ็นทรัล กรุ๊ป  และกลุ่ม Koon Estate  ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฟู๊ดแลนด์ ออกแบบเป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 32 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 6 ชั้น จำนวน 88 ยูนิต มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท เฉลี่ยต่อชั้นมีจำนนวน 4 ยูนิต แบบ Corner Unit  ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 139–547 ตารางเมตรแบบ 2-3 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ 2 ยูนิต ขนาด 453 ตารางเมตร และ ขนาด 547 ตารางเมตร  ราคาขายเริ่มต้น 40.8 ล้านบาทหรือเฉลี่ยประมาณ 3 แสนบาทต่อตารางเมตร จะเปิดขายรอบ VIP ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างหลังจากได้ผ่านการายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ของปี 2572 และอีกโครงการชื่อว่า 16th Avenue เป็นคอนโดฯ High-Riseระดับลักชัวรี สูง 48 ชั้น จำนวน 192 ยูนิต จากกลุ่มเอพี (ไทยแลนด์)   ตั้งอยู่ด้านหลังอาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 ติดถนนรัชดาภิเษก ก่อนถึงซอยสุขุมวิท 16 เป็นโครงการแบบ Pet-Friendly อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA และต้องรอลุ้นว่าโครงการนี้ทางกลุ่มเอพี (ไทยแลนด์) จะปรับเป็น Branded Residence  หรือไม่

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง