ภาพรวมอสังหาฯรายใหญ่ร่วมทุนพันธมิตรยังเป็นบวก เสริมศักยภาพการเงินไม่ก่อหนี้เพิ่ม

เอเชีย พลัสฯเผยภาพรวมตลาดอสังหาฯไทยยังเป็นบวกเทียบวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่จำเป็นต้องใช้ฐานเงิน การร่วมทุนเป็นทางออกที่ดี เสริมความแกร่งด้านไฟแนนซ์ ไม่ก่อหนี้เพิ่ม พบ 9 เดือนแรก61 ยอดพรีเซลจากโครงการร่วมทุนมูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท ตะลึงไตรมาส2/61 พบ 12 ยักษ์อสังหาฯมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนามูลค่า 510,000 ล้านบาท คาดมาตรการLTVเริ่มพ่นพิษไตรมาส2/62 ซัพพลายใหม่ชะลอตัวแน่

 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อเซีย พลัส จำกัด  เปิดเผยถึงแนวโน้มการร่วมลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ว่า จะมองในเรื่องของเงินทุนเป็นหลัก  เพราะบริษัทอสังหาฯจำเป็นต้องใช้ฐานเงินทุนในการขยายธุรกิจ ดังนั้นช่องทางในการหาโอกาสคือ หาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน ขณะที่ความต้องการซื้อ(ดีมานด์) ถ้าเจาะกลุ่มคนไทย ทำให้ต้องหาพันธมิตรที่อยู่ต่างประเทศเข้ามาช่วยในการส่งเสริมธุรกิจ ซึ่งการมีพันธมิตร ทำให้ไม่ต้องรับความเสี่ยงเต็มร้อย โดยมองภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นบวก เทียบกับอดีตก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นลักษณะการก่อหนี้ที่สูง โดยพบว่า อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดความเสี่ยงธุรกิจ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ที่ 4-5 เท่า แต่เมื่อวิกฤตเกิดต้มยำกุ้ง อัตราส่วนเพิ่มเป็น 10-11 เท่า แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการที่อยู่รอดมา ก็ยังมีความกังวลเรื่องการก่อหนี้ ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หาทางเลือกด้วยการหาพันธมิตรในการร่วมลงทุน เช่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด(มหาชน) ,บริษัท  เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน),บริษัท  แสนสิริ จำกัด(มหาชน),บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ซึ่งเท่าที่ดูจะเห็นว่าปัจจุบันอัตราส่วนอยู่เพียง 1 เท่าและหากมองใน 15 บริษัท ที่มีหนี้ภาระดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 310,000 แสนล้านบาท กว่า 63% จะอาศัยตราสารหนี้และการออกหุ้นกู้ในการระดมทุน

 

สำหรับตัวเลขยอดพรีเซลในงวด 9 เดือนแรก 2561 (มกราคม-กันยายน) มีมูลค่า 280,000 ล้านบาท เป็นส่วนพรีเซลที่มาจากการร่วมลงทุนประมาณ 20% คิดเป็นมูลค่า 40,000 ล้านบาท (พรีเซลรวมแนวราบและคอนโดฯ ) และหากแยกเป็นสินค้ารอส่งมอบ(Backlog) ใน 15 รายใหญ่ มีมูลค่า 339,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดคอนโดฯ ที่มี Backlog มาจากการ่วมทุนมูลค่าใหญ่มากถึง 128,000 ล้านบาท และถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนของแต่บริษัทที่พัฒนาเอง  ขนาดจะมีจำนวนเท่าๆกัน อย่างไรก็ตาม มีการประเมินตัวเลขพรีเซลทั้งปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ 360,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2560 ที่มีตัวเลข  321,000 ล้านบาท

 

“ผมยังมองการร่วมทุนในธุรกิจอสังหาฯในเชิงบวก เพราะเป็นการหาพันธมิตรในเชิงไฟแนนซ์แทนที่จะไปก่อหนี้ โครงสร้างการเงินของายบริษัทอสังหาฯยังแข็งแกร่ง เพราะอสังหาฯไม่ได้ก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากมีหลายช่องทางช่วยในการระดมทุน เรื่องโปรดักส์ และรูปแบบในการพัฒนาคงไม่แตกต่างกันมากนัก ที่ต่างและสร้างความได้เปรียบคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โอกาสขยายตัวและใหญ่มีมากกว่า รายใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาด 2ใน3 และการพัฒนาโครงการร่วมทุน ถือเป็นกลไกที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างรายใหญ่และรายเล็กมากขึ้น และส่วนใหญ่จะไม่ออกไปนอกกรุงเทพฯ  เนื่องจากต้องคำนึงถึงเรื่องดีมานด์ ขนาดของโครงการที่พัฒนาโดยทั่วไปจะมีมูลค่าประมาณ 2,000-5,000 ล้านบาท หากจะไปต่างจังหวัด ต้องดูเรื่องดีมานด์เป็นหลัก การไปเปิดครงการที่มูลค่า 700-800 ล้านบาท ก็อาจไม่จำเป็นต้องร่วมทุน สุดท้ายต้องดูเรื่องดีมานด์เป็นสำคัญ”นายเทิดศักดิ์ กล่าว

 

นายเทิดศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมองไปข้างหน้า จะพบเห็นปัญหาเรื่องของปริมาณการเงินในระบบ เพราะนโยบายการเงินถูกสลับมาสู่การควบคุมการเงินที่เข้มงวด ขณะที่กฎเกณฑ์ที่ออกมาของหน่วยงานรัฐ จะดูเรื่องของตลาดคอนโดมิเนียม เพราะเป็นโปรดักส์ที่มีการเก็งกำไรมาก ราคาขยับขึ้นสูง ทำให้อัตราผลตอบแทนค่อนข้างลดลง และเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนลดลงเช่นกัน กลุ่มเก็งกำไรจะหายไป รวมถึงกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เรื่องการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ (Loan to Value: LTV) ในระยะสั้น ช่วงปลายปีและต่อเนื่องไปต้นปี 2562 คงยังไม่กระทบ เพราะผู้ประกอบการจะเร่งระบายสต๊อกอย่างเต็มที่  แต่หลังจากนั้น ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2562 โครงการใหม่จะเกิดการชะลอตัวลง

 

ทั้งนี้ จากตัวเลขไตรมาส2/2561 ตรวจพบข้อมูลว่ามี 12 บริษัทอสังหาฯรายใหญ่ มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนามีสูง 510,000 ล้านบาท และโครงการเหล่านี้ อาจจะชะลอหรือปรับลดลงตลอดปี 2562 เนื่องมาจากปัจจัยกระทบแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นและผลบังคับใช้มาตรการเรื่อง LTV ส่งผลให้ตัวเลขการขายช้าลง โดยในเนื้อในของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาไตรมาส 2 ปีนี้ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 292,000 ล้านบาท คอนโดฯ 208,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเลขไตรมาส 2/2560 ที่มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 479,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 285,000 ล้านบาท คอนโดฯ 194,000 ล้านบาท

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง