สัมผัสเสน่ห์อันเหนือกาลเวลาของการพักผ่อนระดับลักชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ (The Langham, Custom House, Bangkok) โรงแรมบูติกลักชัวรีแห่งใหม่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์บางรัก ที่ชุบชีวิตกลุ่มอาคารโบราณสถาน “โรงภาษีร้อยชักสาม” หรือ “ศุลกสถาน” ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2431 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “ประตูสู่สยาม“ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมรังสรรค์เป็นจุดหมายปลายทางที่หลอมรวมมรดกทางประวัติศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัย ภายใต้การบริหารของ แลงแฮม ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (Langham Hospitality Group)
ตัวโรงแรมโดดเด่นด้วยห้องพักและห้องสวีทรวม 75 ห้อง แบ่งเป็นห้องพัก 60 ห้อง และห้องสวีท 15 ห้อง ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารร่วมสมัยที่สร้างขึ้นเคียงข้างศุลกสถาน ผลงานการออกแบบโดย สมิตร โอบายะวาทย์ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าสถาปนิกแห่ง OBA (Office of Bangkok Architects) ด้วยรูปทรงโค้งอันอ่อนช้อยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของสายน้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่เป็นบทสนทนาทางสถาปัตยกรรมกับศุลกสถานที่ตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง เปรียบเสมือน “คุณปู่” และ “หลาน” ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน โดยศุลกสถานเป็นตัวแทนของอดีต ขณะที่อาคารใหม่สะท้อนการก้าวสู่อนาคต ทั้งสองหลอมรวมเป็นเรื่องราวของกาลเวลา ความต่อเนื่อง และการสืบสานคุณค่าของสถานที่แห่งนี้สู่คนรุ่นต่อไป
ภายในห้องพัก ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้เปี่ยมด้วยความสง่างามในบรรยากาศเสมือนบ้านพักอันหรูหรา ผสานการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเข้ากับความสะดวกสบายร่วมสมัย ถ่ายทอดความเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ห้องพักแต่ละห้องเปิดรับทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสวนแนวตั้งอันเขียวชอุ่มที่โอบล้อมลานพักผ่อนภายในอันร่มรื่น เส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานคร หรือแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวเคียงข้างอาคารศุลกสถานอันสง่างาม ภายในห้องตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ แสงไฟโทนอุ่น และรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทยอย่างละเมียดละไม เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น สงบ และหรูหราเหนือกาลเวลา

อ่างอาบน้ำภายในห้องพักได้รับการออกแบบให้เป็นประติมากรรมอันโดดเด่น โอบล้อมด้วยผนังโลหะขัดเงาสีทอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานโลหศิลป์ไทย เช่น เหรียญกษาปณ์และศิลปกรรมปิดทอง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความรุ่งเรืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลวดลายเรขาคณิตรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนผนังโลหะสีทองถ่ายทอดเอกลักษณ์ของศิลปะลวดลายไทย ซึ่งปรากฏอยู่ในวัดวาอาราม งานสถาปัตยกรรม และงานประติมากรรมไทย ขณะที่แสงไฟประดับซึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนภายในลวดลายของผนัง ช่วยขับเน้นผิวโลหะให้เปล่งประกายอย่างนุ่มนวล ถ่ายทอดเสน่ห์ของศิลปะไทยในมุมมองร่วมสมัย

รายละเอียดการออกแบบภายในห้องสวีทได้รับการรังสรรค์ให้สะท้อนความโอ่อ่าสง่างาม อันได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชนชั้นสูงไทย หลอมรวมคุณค่าของงานช่างฝีมือร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ได้อย่างกลมกลืน พร้อมเติมเต็มด้วยโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเดอะ แลงแฮม และสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัย
อาคารห้องพักร่วมสมัยยังเป็นที่ตั้งของ ชวนสปา (Chuan Spa) และห้องออกกำลังกายที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ระดับ พรีเมียมจาก Technogym รุ่น Sandstone Collection โดยเดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ นับเป็นโรงแรมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่นำอุปกรณ์รุ่นนี้มาให้บริการ
แลนด์มาร์กสำคัญของโครงการคือกลุ่มอาคารโบราณสถานโรงภาษีร้อยชักสาม หรือศุลกสถาน มรดกแห่งชาติที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถัน เพื่อเปิดประตูต้อนรับผู้เข้าพักและผู้มาเยือนอีกครั้ง อาคารประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้รับการรังสรรค์ให้เป็นสถานที่แห่งการพบปะ สังสรรค์ และการเฉลิมฉลอง พร้อมร้านอาหาร บาร์ และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณดั้งเดิมของอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้
บ็อบ ฟาน เดน ออร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แลงแฮม ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เผยว่า ศุลกสถานทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้กำลังจะได้กลับมาต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกอีกครั้ง ในฐานะส่วนหนึ่งของ เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ ห้องพัก ห้องสวีท และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกของโรงแรม จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนอันหรูหราที่เปี่ยมด้วยความเป็นส่วนตัวและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สะท้อนทั้งเอกลักษณ์ของสถานที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้ และแนวทางการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของเดอะแลงแฮม
โรงแรมตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ย่านเยาวราช และชุมชนสร้างสรรค์ถนนเจริญกรุง ซึ่งรายล้อมด้วยแกลเลอรี คาเฟ่ และพื้นที่ศิลปะและการออกแบบร่วมสมัย แขกผู้เข้าพักสามารถออกแบบประสบการณ์การเข้าพักในแบบของตนเอง โดยมีทีมบัตเลอร์คอยดูแลและแนะนำในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือส่วนตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา หรือบริการรับส่งด้วยรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมพนักงานขับรถ เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเข้าพักด้วยประสบการณ์ที่หลอมรวมมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความหรูหราเหนือระดับไว้อย่างลงตัว
เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว โรงแรมขอเสนอแพ็กเกจ The Grand Arrival สำหรับการเข้าพัก 3 คืน ในช่วงฤดูกาลแรกของการเปิดให้บริการ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 ราคาเริ่มต้นที่ 131,888++ บาท สำหรับห้องคลาสิก และ 248,888++ บาท สำหรับห้องสวีท พร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ อาทิ Langham Afternoon Tea ประสบการณ์รับประทานอาหารซิกเนเจอร์ ทรีตเมนต์ที่ชวนสปา ทัวร์ส่วนตัวเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศุลกสถาน และบริการรับส่งสนามบินด้วยลีมูซีน โดยผู้เข้าพักห้องสวีทยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม รวมถึงบริการรับส่งด้วยรถยนต์เบนท์ลีย์ และประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ The Key to Bangkok ทั้งนี้ สามารถสำรองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570





