“บ้านซูเปอร์ลักชัวรี่”มั่นใจปัจจัยลบไม่กระทบเศรษฐี

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ปรับแผนมารุกตลาดบ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดดังกล่าวมีส่วนแบ่งในตลาดที่น้อยมาก ในขณะเดียวกันดีมานด์ในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและไม่หวั่นต่อปัจจัยลบต่างๆ ยังมีความต้องการซื้อบ้านระดับนี้อยู่ ซึ่งมีเพียง 4 โครงการจาก 4 บริษัทเท่านั้น โดยรูปแบบการทำตลาดนั้นแต่ละค่ายก็จะมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป

 

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บมจ. แสนสิริ หรือ SIRI

“บ้านแสนสิริ พัฒนาการ”พรีเซล5เดือนยอดขายพุ่งกว่า 75%

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)หรือ SIRI เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ ที่ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปว่า ยังมีอัตราเติบโตเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าในอนาคตตลาดระดับกลาง-บน จะมีการขยายตัวมากขึ้น  สำหรับย่านกรุงเทพกรีฑา มีอัตราการดูดซับเฉลี่ยของบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ที่เติบโตขึ้นสูงถึง 3.55 ยูนิต/เดือน/โครงการ เพิ่มขึ้นกว่า 9 เท่ จากค่าเฉลี่ย 0.38 ยูนิต/เดือน/โครงการ ในปี 2560

 

ในส่วนของ “บ้านแสนสิริ พัฒนาการ” โครงการแฟลกชิพบ้านเดี่ยวโครงการล่าสุด ซึ่งอยู่ในโซนกรุงเทพกรีฑา  ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 37 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 150 – 560 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 459 – 941 ตารางเมตร  จำนวน 36 ยูนิต ราคา 65-240 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า หลังจากเปิดขาย 5 เดือน ขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 75%

 

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าตลาดลักชัวรี่ในปี2562  ยังคงที่ อาจมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าหรือเท่ากับปี 2561 สำหรับลูกค้าแสนสิริฯ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีศักยภาพเป็น real demand ซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง จึงมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบ  สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อสภาพรวมของตลาดอสังหาฯ คงเป็นเรื่องแนวนโยบาย  Macroprudential  มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่อาจจะกระทบต่อกลุ่มนักลงทุนตลาดบน เพื่อสกัดนักลงทุนที่ซื้อโครงการระดับลักชัวรี่เพื่อเก็งกำไร

มั่นใจเศรษฐกิจมาตรการแบงก์ชาติไม่กระทบกำลังซื้อ

อย่างไรก็ตาม หากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีคงไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้ากลุ่มบุคคลที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูง  (High Net Worth Individual :HNWI) เพราะปกติวางเงินดาวน์ที่ 20% อยู่แล้ว  สำหรับแสนสิริ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม real demand ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย และกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อเป็นการลงทุนระยะยาวหรือเป็นการลงทุนเพื่อให้เกิด passive income คือ มีผลตอบแทนสม่ำเสมอรายเดือน ไม่ใช่ผู้ที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเก็บเงินดาวน์ ของบ้านที่มีราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทในระดับที่สูงอยู่แล้ว รวมถึงการมีลูกค้าต่างชาติประมาณ 25% ซึ่งเกือบ 100% จ่ายเงินสด

 

ทั้งนี้กลุ่มผู้ที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง เช่น นักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะสั้นหรือรวดเร็ว ซึ่งคงจะคงต้องพิจารณามากขึ้นในการซื้อและซื้อได้ยากกว่าแต่ก่อน ในขณะเดียวกันกลับมองว่าเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อโดยคำนึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้น จากปัจจัยต่างๆที่ช่วยตัดสินใจในการซื้อโครงการ เช่น ที่ตั้งโครงการ รูปแบบโครงการ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ

 

สำหรับการซื้อบ้านหลังที่ 3 เป็นต้นไป ไม่ว่าระดับราคาเท่าไหร่ จะต้องจ่ายเงินดาวน์ 30% ซึ่งสำหรับคอนโดฯหรือบ้านระดับลักชัวรี่ที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้ากลุ่มคนไทยไม่มีผลกระทบ เนื่องจากเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพและเป็นกลุ่ม real demand นอกจากนี้ ยังดีมานด์ต่างชาติช่วยดูดซับอุปทานเหล่านี้ด้วย ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงให้ผู้ซื้อต่างชาติวางเงินมัดจำมากกว่า 20% ของราคาที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบมจ. ชาญอิสสระ ฯ หรือ CI

ที่ดินแพงผุดแนวราบไม่คุ้มหาทำเลยาก

ด้านนายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI  กล่าวว่า อัตราการเติบโตในปี2562 ยังดีต่อเนื่อง แต่ที่ดินและราคาที่เหมาะสมค่อนข้างหายาก ในขณะที่ดีมานด์ยังมีอยู่ ซึ่งการทำบ้านหรูต้องอยู่ใกล้เมือง หากไกลเมืองออกไปก็สามารถพัฒนาได้เพียงระดับลักชัวรี่  ส่งผลให้การพัฒนาบ้านระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ทำเลดีค่อนข้างมีน้อย ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่โครงการที่พัฒนาบ้านระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ซึ่งมีจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก แต่ความต้องการยังมีอีกมาก ในส่วนของบริษัทโชคดีที่ยังมีแลนด์แบงก์เก่าเหลืออยู่ ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่มีการพัฒนาบ้านหรูอีกแล้ว เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับราคาที่ดินที่นับวันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นต้องพัฒนาโครงการแนวสูงเท่านั้นจึงจะมีความคุ้มค่า

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแม้สภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็จะไม่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ แต่ห่วงโครงการประเภทคอนโดฯราคาสูง ที่ออกมาในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทำเลทองหล่อ ที่มีเปิดขายประมาณ 10 โครงการแล้ว ซึ่งขณะนี้การขายเริ่มส่อเค้าที่จะช้าลง

 

สำหรับความคืบหน้าโครงการ “อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 9 ไร่เศษ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น   ขนาด 133 – 209 ตารางวา  จำนวน 20 ยูนิต  ราคาเริ่มต้นที่ 100-170 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว 50% ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ และเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไปที่ประสบความสำเร็จแล้ว

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ เค.อี.กรุ๊ป

ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่โตปีละกว่า10%

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ เค.อี.กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี2562 ตลาดบ้านระดับ ซูเปอร์ลักชัวรี่ยังเติบโตได้ดี แต่ไม่หวือหวามาก แม้ว่าปัจจุบันจะมีซัพพลายบ้านหรูระดับ 30-50 ล้านบาท ออกมามากและมีการแข่งขันที่มากเช่นกัน แต่ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่นั้นยังมีซัพพลายที่น้อยกว่า มีเพียงประมาณ 4 โครงการเท่านั้น ซี่งตลาดกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตปีละกว่า 10% ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยเพิ่งเริ่มมีครอบครัวใหม่ และแม้ว่าในปี 2562 จะมีปัจจัยลบมากจากมาตรการกำหนดเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนด้วย แต่ก็แทบจะไม่มีผลกับลูกค้ากลุ่มซูเปอร์ลักชัวรี่ ขณะเดียวกันก็จะมีปัจจัยบวก หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้มากขึ้น

สำหรับความคืบหน้าโครงการ“คริสตัล โซลานา” ซึ่งเป็นการนำที่ดินเก่าสะสมกว่า 20 ปี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ มาพัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยว อัลตร้าลักชัวรี่ ระดับ 6 ดาว ขนาด 123-800 ตารางวา ราคา 60-300 ล้านบาท จำนวน 51 แปลง มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท โดยได้เปิดพรีเซลในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดจองแล้ว 20% โดยลูกค้าแต่ละรายสั่งสร้างบ้านแต่ละหลังที่แตกต่างกันไป  คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังบ้านตัวอย่างแล้วเสร็จในกลางปี2562ซึ่งทั้งโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565

 

ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2562 ยังคงเน้นการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบคอมเมอร์เชียลและบ้านเดี่ยวย่านใจกลางเมือง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ในขณะนี้

“สันติบุรี”มาแรงแพงสุด360ล้านบาท

ส่วนโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ อีก 1 โครงการ และมีราคาแพงที่สุด ณ ปัจจุบันคือ โครงการ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซสซึ่งพัฒนาโดย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)หรือ S ตั้งอยู่บนพื้นที่ 45 ไร่เศษ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 25 หลังๆละตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 1,366-1,455 ตารางเมตร ราคาตั้งแต่ 245-360 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน 2561 มียอดขายแล้ว 3 หลัง รวมมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยลูกค้า 1 ใน 3 รายดังกล่าว เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล “ภิรมย์ภักดี” แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ส่วนอีก 2 รายก็เป็นนักธุรกิจ ซึ่งการซื้อบ้านในโครงการจะแยกเป็น 2 สัญญาคือที่ดิน และค่าก่อสร้างบ้าน

 

โดยลูกค้าที่จะซื้อบ้านได้ต้องผ่านการคัดสรรจากบริษัทก่อน  คือต้องเป็นบุคคลที่มีประวัติดี มีธุรกิจและมีแอสเสทหลักพันล้านบาท เมื่อลูกค้ามาอยู่ร่วมกันแล้วต้องมีความสงบสุข โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2561 จะสามารถโอนที่ดินโครงการนี้ได้ 6 แปลง มูลค่า 600-700 ล้านบาท และปิดการขายได้ภายในปี 2562 ด้านการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1ปีครึ่งภายหลังจากที่ปิดการขายแล้ว

 

อย่างไรก็ต้องจับตาดูในปี2562 ซึ่งเป็นปีที่มีหลากหลายปัจจัยลบมารุมเร้าภาพรวมตลาดอสังหาฯ แต่ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ นั้นจะไม่มีผลกระทบดังที่ผู้ประกอบการแต่ละโครงการประกาศไว้จริงหรือไม่ คงต้องรอลุ้นกัน

 

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง