เสนาฯจ่อปรับแผนลงทุนครึ่งปีหลัง’62

เสนาฯหวังรัฐบาลประยุทธ์2 ดันมาตรการใหม่เป็นยาแรงกระตุ้นตลาดอสังหาฯฟื้น แย้มเตรียมปรับแผนครึ่งปีหลังตามหลากปัจจัยที่ยังท้าทาย ทั้งจ่อผุดคอนโดฯร่วมทุนอีก 1 แบรนด์ใหม่ เจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ต ล่าสุดเปิดตัว“นิช โมโน รามคำแหง”มูลค่ารวม 4,900ล้านบาท คาดถึงสิ้นปีกวาดยอดขาย50% ด้านไนท์แฟรงค์ฯเผยระบบขนส่งฯภาครัฐหนุนศักยภาพทำเลรามคำแหงโต ดีมานด์ไทย-เทศยังสนใจซื้ออยู่อาศัยเองในราคาจับต้องได้
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลัง2562ว่า แม้หลายฝ่ายจะมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวอันเนื่องมาจากMonentum ที่ทำให้เกิดจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส2 ที่ผ่านมา  และส่งผลให้ยอดขายของผู้ประกอบหลายรายหดตัวลง  อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาคอสังหาฯ แต่มองว่าเป็นการกระตุ้นแค่บางกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้ช่วยเหลือในภาพรวมมากนัก แต่ท้ังนี้ก็ยังมีปัจจัยบวกด้านอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่ปรับขึ้น ทำให้แนวโน้มราคาผ่อนบ้านลดลงได้ และคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ประยุทธ์2 จะออกมาตรการใหม่ๆมากระตุ้นภาพรวมตลาดในช่วงไตรมาส3-4 นี้ได้ โดยนโยบายที่ออกมาจะต้องปฏิบัติได้ดีและดำเนินการได้เร็วด้วย เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนลดการจดจำนอง และลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่ครอบคลุมตลาดที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 5 ล้านบาทลงมา จะเป็น ยาแรงและได้ผล

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในครึ่งปีหลัง2562 นี้ เดิมจะเปิดตัวทั้งสิ้น 13 โครงการ รวมมูลค่า 14,000 ล้านบาท (จากเป้าทั้งปี 20 โครงการมูลค่ารวม 18,563 ล้านบาท) แต่คงต้องมีการทบทวนปรับแผนเลื่อนเปิดตัวบางโครงการ และเปิดตัวเพิ่มในบางโครงการ อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยที่ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-value:LTV) ที่ทำให้ดีมานด์ที่มีอยู่น้อยยิ่งแคบลงมาอีก ในขณะที่ซัพพลายมีจำนวนเท่าเดิม ดังนั้นผู้ประกอบการก็ต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งมองว่าการใช้มาตรการLTV ไม่ควรหว่านไปทั้งตลาด  ขณะเดียวกันการเปิดตัวบางโครงการแม้จะตั้งอยู่ในทำเลที่ดี แต่ยังไม่ได้ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัว ก็ต้องชะลอออกไปก่อน  เนื่องจากเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯยังไม่ฟื้นตัว และยังคงต้องประสบปัญหาความท้าทายอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯยังมีแผนที่จะแตกไลน์อีก 1 แบรนด์ใหม่ ซึ่งจะเป็นคอนโดฯร่วมทุนกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป จำกัด ผ่านไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เป็นนิชมาร์เก็ต กลุ่มระดับกลาง  ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวประมาณ 1 โครงการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ล่าสุด ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียม โครงการที่ 6 ภายใต้การร่วมทุนกับ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป จำกัด (จากแผนการร่วมทุนที่ประกาศไว้ 13 โครงการ รวมมูลค่า37,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี คือปี2560-2563) คือโครงการ ”นิช โมโน รามคำแหง”ตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง (ระหว่างซอย36 และ36/1)บนพื้นที่ 14 ไร่เศษ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร สูง 37 ชั้น และ 33 ชั้น คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร พร้อมอาคารจอดรถสูง 5 ชั้น 1 อาคาร ขนาดตั้งแต่28-51 ตารางเมตร จำนวน  1,698 ยูนิต และ 9 ร้านค้า ราคาเริ่ม 1.99 – 5.2 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 89,000 บาท รวมมูลค่าโครงการ 4,900 ล้านบาท โดยได้เปิดขายในรอบวีไอพีไปเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดขายแล้วประมาณ 30% และจะเปิดพรีเซลในช่วงปลายปี2562 คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะสามารถทำยอดขายได้ 50%

“โครงการ “นิช โมโน รามคำแหง” มีจุดเด่นเรื่องของทำเลโครงการติดกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ) บริเวณสถานีหัวหมาก 0 เมตร ที่สำคัญยังคงนำแนวคิด MADE FROM HER ใส่ใจทุกดีเทลชีวิต จากแนวคิดแบบผู้หญิงมาใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการด้วยรวมถึงแนวคิด GEO fit+จากญี่ปุ่น”ดร.เกษรา กล่าว

ด้านนายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันย่านบางกะปิ-รามคำแหงเป็นทำเลศักยภาพแห่งใหม่ที่มีการขยายตัวของโครงการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย  โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนพื้นที่บริเวณนี้จากการลงทุนพัฒนาในระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล กล่าวคือการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าถึง 3 สายได้แก่  โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และบริเวณรามคำแหง ยังอยู่ในเส้นทางเดินรถของรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งที่สถานีรามคำแหง ซึ่งสามารถทำให้คนที่อยู่อาศัยหรือทำงานในบริเวณนี้สามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวกหรือหากจะเดินทางเข้าเมืองสู่บริเวณมักกะสัน หรือ พญาไท โดยรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งอีกด้วย

นอกจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ทางภาคเอกชนเองต่างมองเห็นศักยภาพของที่ดินบริเวณรามคำแหง โดยบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เตรียมปรับโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง 2  เพื่อรองรับผู้ที่อยู่อาศัยและทำงานบริเวณดังกล่าว ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการศูนย์การค้าด้วยพื้นที่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่เช่าประมาณ 88,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี  2564  อีกทั้งบริเวณรามคำแหงในอนาคต ยังเป็นแหล่งธุรกิจอีกด้วย ณ ปัจจุบัน มีการพัฒนาอาคารสำนักงานเกรดเอแบรนด์ “เมเจอร์ ทาวเวอร์” โดยใช้ชื่อว่า “เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9-รามคำแหง” มีพื้นที่เช่าประมาณ 25,000 ตารางเมตร โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และคอนโดมิเนียมเมทริส พระราม 9 – รามคำแหง โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

จากผลวิจัยของ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า จำนวนอุปทานคอนโดมิเนียมบริเวณรามคำแหง ณ กลางปี 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 14,750 หน่วย โดยคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มีจำนวนอุปทานใหม่เกิดขึ้นมากตั้งแต่ปี  2560 อันเนื่องมาจากการที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี ในวันที่ 19 เมษายน 2559 ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและเริ่มเปิดขายมากขึ้นตั้งแต่ปี  2560-2562 โดยในปี 2560 มีอุปทานใหม่คอนโดมิเนียมเปิดขายสูงถึง 3,658 หน่วย ส่วนปี 2561 มีอุปทานใหม่เปิดขาย 2,661 หน่วย และ ณ ครึ่งปีแรกของปี 2562 มีอุปทานใหม่เปิดขายประมาณ 2,236 หน่วย คาดว่าในปี 2562 จะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในบริเวณนี้สูงถึง 6,000 หน่วย

ซึ่ง ณ กลางปี 2562 คอนโดมิเนียมบริเวณรามคำแหง มีจำนวนหน่วยขายสะสมสูงถึง 12,370 หน่วย จากจำนวนคอนโดมิเนียมที่เปิดขายทั้งสิ้น 14,750 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายที่ร้อยละ 83.9 มีจำนวนคอนโดมิเนียมเหลือขายประมาณ 2,380 หน่วย จำนวนหน่วยขายคอนโดมิเนียมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีจำนวนหน่วยขายสูงถึงปีละ 2,500 หน่วย เนื่องจากบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีศักยภาพ ส่งผลทำให้มีกลุ่มผู้ที่สนใจเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้เพิ่มมากขึ้น ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยต่างชาติที่สนใจและเป็นกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ คือ ชาวจีน และ ชาวสิงคโปร์ ทั้งนี้เนื่องจากคอนโดมิเนียมในบริเวณรามคำแหงยังมีราคาที่จับต้องได้ เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมบริเวณถนนรัชดาภิเษกที่มีระดับราคาขายสูงขึ้นถึงตารางเมตรละ 150,000 บาท หากรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้วเสร็จการเดินทางจากบริเวณรามคำแหงถึงบริเวณรัชดาภิเษกสามารถทำได้สะดวก โดยเดินทางจากบริเวณรามคำแหงไปยังสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษก นอกจากนี้กลุ่มผู้ซื้อที่เป็นคนไทยยังซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเอง และบางส่วนซื้อเพื่อเก็บไว้เป็นทรัพย์สินโดยคาดว่าคอนโดมิเนียมในบริเวณรามคำแหงยังมีระดับราคาที่สามารถปรับตัวขึ้นได้ในอนาคตยิ่งเมื่อระบบรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้วเสร็จย่อมทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ส่วนระดับราคาขายคอนโดมิเนียมบริเวณรามคำแหงพบว่าราคาขายคอนโดมิเนียมบริเวณนี้มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ กลางปี 2562 ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมเกรดบี มีระดับราคาขายอยู่ที่ 98,323 บาทต่อตารางเมตร ปรับตัวขึ้นจากปี 2557 ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 74,292 บาทต่อตารางเมตร ค่าเฉลี่ยการปรับตัวขึ้นของคอนโดมิเนียมจากปี2557 ถึงกลางปี 2562 มีค่าเฉลี่ยสะสมในการปรับตัวในระยะเวลา 5 ปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ในอัตราร้อยละ 7.2 ต่อปี โดยราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมระดับเกรดบีมีราคาขายปรับตัวสูงที่สุดในปี  2560 โดยปรับตัวขึ้นในอัตราร้อยละ 10.5 จากปี2559 ส่วนระดับราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมเกรดซี ในบริเวณรามคำแหง ณ กลางปี 2562 มีระดับราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 63,705 บาทต่อตารางเมตร ปรับตัวขึ้นจากปี2557 ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 53,402 บาทต่อตารางเมตร ค่าเฉลี่ยการปรับตัวขึ้นของคอนโดมิเนียมจากปี2557 ถึง กลางปี2562 มีค่าเฉลี่ยสะสมในการปรับตัวในระยะเวลา 5 ปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ในอัตราร้อยละ 4.3 ต่อปี

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง