DRT เสริมแกร่งกลยุทธ์ ดันรายได้โตเพิ่มอีก 5%

 

ปัจจัยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ส่งผลดีต่อการขยายตัวของเมืองและที่อยู่อาศัย รวมถึงโครงการบ้านล้านหลังที่ส่งผลต่อความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ตลอดจนภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นการลงทุนที่จะปรับตัวดีขึ้นหลังมีรัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจปี 2562 บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการ Refocus หรือให้ความสำคัญกับการเพิ่มยอดขายในทุกมิติ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของสินค้าที่มีจุดเด่นด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการบริการภายใต้ทีมช่างมืออาชีพ เพื่อรองรับแผนการตลาดในปีนี้ที่ดำเนินภายใต้กลยุทธ์ ‘สวยครบเซต ตราเพชรทั้งหลัง’ มุ่งสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคและสร้างแบรนด์สินค้า ‘ตราเพชร’ ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิตให้ดีขึ้น เพื่อมุ่งรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 25-27% และผลักดันยอดขายในปีนี้เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของบริษัท มีรายได้รวม 4,415.03 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 422.85 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2562 จะเติบโตขึ้นอีก 5% ซึ่งเท่ากับปีที่แล้วที่บริษัทฯได้ตั้งไว้ สาเหตุที่ไม่ตั้งอัตราการเติบโตไปมากกว่านี้เนื่องจากความไม่แน่นอนในหลายส่วน โดยเฉพาะปัจจัยจากเศรษฐกิจโดยรวมที่ปัจจุบันไม่ได้เติบโตมากนักยังคงทรงตัวและเติบโตไปได้แต่ค่อนข้างช้า

ปัจจุบันต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นราวๆ 3-5% ซึ่งทางบริษัทฯเองมองว่าหากต้นทุนการผลิตไม่ได้มีการปรับตัวขึ้นสูงมากก็จะไม่กระทบราคาสินค้า แต่ยอมรับว่าราคาของสินค้าโดยปกติแล้วมีการปรับราคาอยู่เป็นระยะ ซึ่งปรับราคาล่าสุดไปเมื่อช่วงต้นปี 2562 โดยปรับขึ้นจากเดิมเพียง 3%
ในปี 2562 สัดส่วนยอดขายของช่องทางการจัดจำหน่าย ถูกแบ่งเป็น
Agent 52% – 55%
Project 12% – 14%
Modern Trade 15% – 16%
Export 17% – 20%

สินค้าได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในนามแบรนด์ ‘ตราเพชร’ ทำให้หลายบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของโครงการ อาทิ กานดา พร็อพเพอร์ตี้ , แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ , ศุภาลัย , แลนด์แอนด์เฮ้าส์ , คิวเฮ้าส์ เป็นต้น รวมถึงสินค้ายังถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในเขตภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน อีนเดีย ลาว พม่า สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม

 

สำหรับแผนการลงทุนปีนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับเข้าสู่ Process Innovation โดยใช้เงินทุนประมาณ 15 ล้านบาท สำหรับติดตั้งโรบอทภายในโรงงานผลิตสินค้ากลุ่มหลังคาคอนกรีตเพื่อลดการใช้แรงงานบางส่วน ซึ่งไม่ได้กระทบกับพนักงานภายในบริษัทหรือมีการลดจำนวนพนักงานลง แต่หันมาใช้โรบอทบาง Section เท่านั้น ซึ่งตัวโรบอทดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นนั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคมปี 2562 สำหรับตัวโรบอทที่จะมาทำงานนั้นหากเทียบเป็นกำลังคนแล้วจะใช้แรงงานคนถึง 14 คนต่อการผลิต แต่เมื่อใช้โรบอทแทนจะเหลือเพียง 7 คนต่อการผลิตซึ่งถือว่าลดกำลังการผลิตลงถึง 50%

งบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณ 500 ล้านบาท โดย 100 ล้านบาทแรก จะถูกใช้กับเครื่องจักร และ 300-400 ล้านบาท จะถูกใช้ในสายการผลิต ซึ่งกำลังผลิตในปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน โดยปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 5-6 หมื่นตัน นอกจากนี้ยังลงทุนขยายพื้นที่คลังสินค้าในโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เก็บสินค้าได้อีก 3,500 ตารางเมตร รองรับการขายสินค้าและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบสินค้าให้ดียิ่งขึ้น

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง