ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้ 2,004 ล้านบาท เติบโต 377% และกำไรสุทธิ 293 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง หลังโอนได้ตามแผนแม้นอกฤดูท่องเที่ยว คาด High Season ภูเก็ตปลายปียังคึกคัก เตรียมโฟกัสโอนบิ๊กล็อต โครงการสร้างเสร็จใหม่ นำโดย THE TITLE Heritage Bang-Tao พร้อมแบ็กล็อกแกร่ง 22,981 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ตามเป้า 6,000 ล้านบาท

ดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE กล่าวว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคง ทำรายได้รวม 2,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 377% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 293 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1,358% (YoY) โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการสร้างเสร็จใหม่ “เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง” (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท
“ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ยังเห็นโอกาสเติบโตจากดีมานด์ที่แข็งแกร่งจากทั่วโลก สะท้อนได้จากผลการดำเนินงานของ TITLE ที่มียอดขายและยอดโอนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ 6,000 ล้านบาทได้ตามที่ตั้งไว้”

ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทยังสามารถสร้างยอดขายใหม่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 15% (YoY) แม้จะเป็นช่วง Low Season และมีสภาวะความตึงเครียดจากสถานการณ์ตะวันออกกลางก็ตาม ขณะเดียวกัน การวางโครงสร้างการชำระเงิน โดยเก็บเงินโอนล่วงหน้าจากลูกค้าสะสมถึง 75% ก่อนวันส่งมอบ ทำให้ Cancellation Rate แทบเป็น 0% ในทุกโครงการ TITLE จึงสามารถสร้างยอดขายและยอดรับรู้รายได้ได้อย่างมั่นคงตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วง High หรือ Low Season
ส่วนช่วงครึ่งปีหลังเป็นจังหวะสำคัญของภูเก็ตในการเข้าสู่ High Season ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี 2569 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2570 ซึ่งคาดว่าบรรยากาศการเดินทางจะคึกคักขึ้น ทั้งจากการผลักดันเที่ยวบิน Seaplane ของภาครัฐ และเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ เส้นทางลอนดอน ฮีทโธรว์–ภูเก็ต ที่เริ่มให้บริการช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่ม HNWIs เข้าสู่พื้นที่มากขึ้น เมื่อผสานกับจุดแข็งของภูเก็ต ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งไลฟ์สไตล์ โรงเรียนนานาชาติ แผนการพัฒนาสู่ Medical Hub ตลอดจนนโยบายวีซ่าระยะยาว ที่ไม่เพียงกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโต แต่ยังตอกย้ำศักยภาพการเป็น World Destination ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยระยะยาว และมองหาบ้านหลังที่สอง

สำหรับการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นอกจากเตรียมเปิดโครงการใหม่ในช่วง High Season แล้ว TITLE ยังมุ่งผลักดันยอดโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ โดยในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังทยอยส่งมอบโครงการ THE TITLE Serenity Naiyang ต่อจากไตรมาสก่อน พร้อมเริ่มโอนไฮไลท์โปรเจกต์อย่าง “เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา” (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึง “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ไตรมาส 4 ปี 2569 เตรียมรับรู้รายได้เพิ่มจาก “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) โครงการวิลล่าระดับลักชัวรีแห่งแรกของ TITLE มูลค่า 500 ล้านบาท ที่ Sold Out 100% ซึ่งจะสร้างเสร็จในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ TITLE ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 อีกมูลค่ากว่า 22,981 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยสร้างการรับรู้รายได้ในปีนี้ยาวจนถึงปี 2571 และยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยการขยายพอร์ตรายได้ประจำ ผ่านการลงทุนในธุรกิจ Hospitality โดยเตรียมเปิดตัว “เดอะ ซาลูท” (The Salute) ร้านอาหารสไตล์บีชคลับริมทะเลแห่งแรกของบริษัทในช่วงปลายปีนี้ หลังพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ Mingle ในทำเลศักยภาพต่างๆ ทั้งหาดในยาง บางเทา-เชิงทะเล และกมลา พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงแรมใหม่อีก 3 แห่ง ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง IHG Hotels & Resorts เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงสร้างรายได้ และสร้างกระแสเงินสดรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน





