เอกชนแนะรัฐขยายเพดานมาตรการกลุ่ม3-4ล้าน หวังกระตุ้นภาคอสังหาฯ

แคปปิตอล วันฯเผยหลังรัฐออกมาตรการอุ้มบ้าน-คอนโดต่ำล้าน”เกาไม่ถูกที่คัน” แนะขยายฐานครอบคลุมราคา 3 ล้านบาทตรงจุดกว่า ระบุสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ส่งผลดีเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนมาไทยเพิ่มขึ้น  เชื่อ 5 ปีนับจากนี้ การบริโภคของโลกจะต่ำลง เพราะเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง
นายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ออกมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นมาตรการเพื่อดูแลผู้มีรายได้ปานกลางและน้อย ช่วยภาระในเรื่องการมีที่อยู่อาศัยลดลง เป็นระยะเวลา  1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นั้น ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทั้งจากผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์และบริษัทบริหารการขาย ว่าเป็นการออกมาตรการที่ไม่ตรงจุด  เพราะปัจจุบันแทบจะไม่มีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์พัฒนาโครงการที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งเรื่องราคาที่ดินและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงต่อเนื่อง และสัดส่วนของตลาดกลุ่มราคาดังกล่าวมีไม่ถึง 2-3% ของมูลค่าตลาดรวม ดังนั้น ประสิทธิภาพจากมติดังกล่าว ไม่ได้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะช่วยเพียงโครงการที่อยู่อาศัยของภาครัฐเช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) แต่โดยปกติแล้ว ทั้งสองหน่วยงงานก็มีโปรโมชั่นดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนผู้ซื้อและผู้กู้อยู่แล้ว

ถ้าขยายราคาบ้านให้ครอบคลุม 3 ล้านบาท จะได้ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น แต่แนวทางดังกล่าว ไม่ได้กระตุ้นภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโต ต้องเข้าใจว่า ที่อสังหาฯยังดีในปี 2561 เพราะมีตลาดคนจีนเข้ามา ทำให้เกิดกำลังซื้อในส่วนของลูกค้าต่างชาติเข้ามาเสริม ส่วนตลาดกลุ่มลูกค้าคนไทยไม่ดีอยู่แล้ว ยิ่งในปี 2562 ลูกค้าคนจีนเริ่มน้อยลง ทำให้สต๊อกของผู้ประกอบการเหลืออีกมาก แต่ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาฯเริ่มชะลอตัว ภาครัฐออกแอ็กชั่นมาตรการ ทั้งเรื่องมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value: LTV)ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  มีการส่งสัญญาณลดค่าโอน มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอย่างมาก “นายวิทย์ กล่าว

นายวิทย์กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะชะลอตัว บริโภคลดลง มีผลต่อภาคการส่งออกของไทยเช่นกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็หวัง ภาคการท่องเที่ยวของไทยจะมีตัวเลขที่ดี  ซึ่งมองว่า ผลดีของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน จะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายลงทุนมายังประเทศไทยมากขึ้น  แต่กระบวนการทุกอย่างต้องมีกรอบเวลา เพราะกว่าจะลงทุนสร้างโรงงาน ทำตลาด  ซึ่งในระยะยาวจะเป็นผลดีกับประเทศไทย แต่ในระยะ 5 ปีนับจากนี้ การบริโภคของโลกจะต่ำลง เพราะเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง