คาดปี’62 ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านกทม.-ปริมณฑลลดกว่า 17%

สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ชี้สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ ทำเล กทม.-ปริมณฑล ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2562 มีรวมกว่า 71,019 ยูนิต  คาดการณ์โอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งปีจำนวนหน่วยลดลง 17.9% ขณะเดียวกันจำนวนมูลค่าก็ลดลง 15.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัย เติบโต 4 % พร้อมเผยแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ – LTV ส่งผลให้มีบ้าน(คอนโดฯ)มือสองทะลักเข้าสู่ตลาดเพิ่ม  ล่าสุดเตรียมจัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 มหกรรมบ้านมือสองและสินเชื่อแห่งปี ซึ่งจัดโดยสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะขึ้นระหว่างวันที่ 29 ส.ค. – 1 ก.ย. 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

 

วันนี้ (30 กรกฎาคม 2562 ) สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธาน สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย นายอลงกต บุญมาสุข  เลขาธิการ สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย และนางสาวอัญชนา วัลลิภากร กรรมการที่ปรึกษา สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ร่วมกันแถลงข่าวในหัวข้อ “สถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย 6 เดือนแรกและแนวโน้มปี 2562 และการจัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019” โดยนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.)ปี 2562 ว่า มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 71,019 ยูนิต โดยแบ่งเป็นบ้านสร้างใหม่มีสัดส่วนกว่า 59% จำนวน 41,990 ยูนิต และอีกกว่า 41% เป็น บ้านมือสอง 29,029 ยูนิต  ซึ่งหากมองถึงจำนวนมูลค่ายอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 200,245 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านมือสอง   58,885 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 29 % และที่เหลือจำนวน 141,360 ล้านบาท หรือประมาณ 71 % เป็นบ้านสร้างใหม่

ทั้งนี้ คาดการณ์แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯและปริมณฑล ปี 2562 อยู่ที่ 145,300-177,600 หน่วย คิดเป็นมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์  431,900-527,900 ล้านบาท เปรียบเทียบยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2561 และคาดการณ์โอนกรรมสิทธิ์ปี 2562 จำนวนหน่วยลดลง 17.9% ขณะเดียวกันจำนวนมูลค่าก็ลดลง 15.1% โดยในปี 2561  มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 196,630 ยูนิต มูลค่า 565,112 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนจากบ้านสร้างใหม่ 63% จำนวน 123,664 ยูนิต และ 37% เป็นบ้านมือสอง จำนวน 72,966 ยูนิต

หนุน LTV คัดกรองลูกค้าก่อนปล่อยกู้

พร้อมกันนี้นายกิตติ ยังให้ความเห็นว่า ยอดหนี้ก่อนตั้งสำรองหรือ Gross NPLs  (ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อค้างชาระเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป)  ถ้าคิดสัดส่วน Gross NPLs ต่อสินเชื่อรวมของประเทศไทยที่ 3.11 % ถือว่าสูงที่สุดในโลก โดย  ณ สิ้นเดือนมิถุนายน Gross NPLs อยู่ที่ 447,027 ล้านบาท ขณะที่ Net NPLs อยู่ที่ 217,084 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.53 %  ทั้งนี้ หากพิจารณาถึง Gross NPLs ต่อสินเชื่อรวมที่มีสัดส่วนที่สูงนี้ สะท้อนได้ว่า ระบบธนาคารของไทยมีการผ่อนปรนการให้สินเชื่อมากที่สุดในโลก มองในมุมดีก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย หากมองอีกมุม ประเทศไทยก็จะมี NPL หรือหนี้เสียเข้ามาสู่ระบบมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน  ผลกระทบที่ตามมาอีกก็คือ ส่วนต่างประหว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝากก็สูงที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่งด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากต้องการให้ส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝากแคบลง สัดส่วนของNPLs ต่อสินเชื่อรวมต้องลดให้เหลือ 0.2 % เท่าๆกับประเทศอื่นๆในโลก

ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นรัฐบาลนำเอางบประมาณมาอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ทำให้เม็ดเงินที่จะนำเอาไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆลดลง “ผมอยู่วงการการเงินมาตลอดชีวิต ยอมรับว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย มันเปลี่ยนยาก คนที่อยู่ด้านใดด้านหนึ่งก็เอาผลประโยชน์มาในด้านนั้น” นายกิตติกล่าว

ด้านนายอลงกต บุญมาสุข  เลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวให้ถึง สถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 เติบโต 8%  และคาดแนวโน้มทั้งปีน่าจะเติบโต 4 % ซึ่งไม่หวือหวา ทั้งนี้ยอมรับว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันหรือ LTV (Loan to Value) ในขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และที่สำคัญธนาคารเองก็มีการนำเอาข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น และมีการพูดคุยกันว่าเซ็กเม้นต์ไหนที่มีศักยภาพพอท่ะปล่อยสินเชื่อให้ได้ โดยที่ไม่มีความเสี่ยง โดยมีสัดส่วนในการปล่อยสินเชื่ออยู่ประมาณ 60-70% ซึ่งนั่นสะท้อนได้ว่ามียอดปฎิเสธสินเชื่อสูงถึง 30-40 % ด้วยเช่นกัน

“ผมว่าแบงก์เองก็ปรับตัว มีการนำ Big Data มาวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น แต่ละแบงก์เริ่มทำ sub segment ของลูกค้า และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะมูฟไปทางรีไฟแนนซ์มากขึ้น”  นายอลงกต กล่าวพร้อมกับย้ำว่า ธนาคารพาณิชย์ต่างๆมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และมาตรการ LTV ที่ออกมาจะกระทบกับกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อลงทุนที่อาจมีปัญหาทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ รวมถึง ลงทุนไปแล้วได้ผลตอบแทนไม่คุ้ม ภาพที่จะเห็นนั่นก็คือ จะมีทรัพย์(บ้าน)มือสอง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ไหลเข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากบ้านมือสองที่มีอยู่ในระบบก่อนหน้า

ทั้งนี้ มองว่าผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวรองรับ คือ ธนาคาร  ดีเวลลอปเปอร์ และผู้บริโภค ต้องปรับตัวรู้จักวางแผนการออมก่อนซื้อบ้าน ในขณะที่ ธนาคารพาณิชย์ ต้องปรับตัว อาทิ

  • ใช้เทคโนโลยีมาวิเคราะห์ข้อมูล เครดิตลูกค้าให้มากขึ้น
  • เพิ่มช่องทางสื่อสารหรือให้ข้อมูลลูกค้าง่ายขึ้น
  • เพิ่มช่องทางในการระบายหรือขายทรัพย์NPA ให้มีความหลากหลาย เช่น ร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการนำทรัพย์ออกมาจัดประมูลขาย

ส่วนผู้ประกอบการหรือดีเวลลอปเปอร์ก็ต้องปรับตัว อาทิ

  • ชะลอหรือการรอจังหวะการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
  • ก่อนเปิดตัวโครงการใหม่ ต้องดูปัจจัยแวดล้อมอื่นๆประกอบ
  • ต้องศึกษาหาข้อมูลหรือทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนลงทุน

ด้านนายกิตติ กล่าวให้ความเห็นด้วยว่า สำหรับสถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น คาดหวังว่าการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ จะมีการคัดกรองลูกค้าที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น และหน่วยงานที่กำหับดูแลก็ไม่ควรปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันกันจนเกินไป  ในส่วนของผู้ประกอบการที่เรียกร้องให้ทบทวนหรือเบรกมาตรการ LTV ไว้นั้นก็ควรจะทบทวนตัวเองด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่า เคยได้กำไร 30 % ก็ยังอยากได้เหมือนเดิมในขณะที่คนอื่นเย่ลง แบบนี้มันถูกหรือไม่

ทางด้านตลาดบ้านมือสอง คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น โดยจะมีผู้ประกอบการเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่จะมีการลงมามากขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่ายิ่งตลาดมีความใหญ่มากยิ่งขึ้น จะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ล่าสุดเตรียมจัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 มหกรรมบ้านมือสองและสินเชื่อแห่งปี ซึ่งจัดโดยสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะขึ้นระหว่างวันที่ 29 ส.ค. – 1 ก.ย. 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง