เน็กซัสฯ คาดตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมปี’ 63 มีแนวโน้มบวก

เน็กซัสฯ สำรวจภาพรวมตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลจากการผลักดันของภาครัฐ อีกทั้งโครงการอีอีซีที่เริ่มมีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของพื้นที่ สิทธิประโยชน์ และความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดการซื้อขายที่ดินในเขตอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อย่างดีลใหญ่จากอาลีบาบามูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เมื่อปลายปีที่สามารถสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้เป็นอย่างดีนายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมชั้นนำซึ่ง ได้แก่ พื้นที่บริเวณตอนเหนือกรุงเทพฯ ตะวันออกกรุงเทพฯ และบริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ดในปัจจุบันว่า ที่ดินนิคมอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีที่ดินพร้อมขายสะสมในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งหมดมีประมาณ 168,000 ไร่ โดยขายไปแล้วกว่า 87% ส่วนราคาขายเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ประมาณ 5.7 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 9% และยังพบว่าจังหวัดชลบุรีมีราคาซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสหกรรมสูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านบาทต่อไร่

ในส่วนของตลาดโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า โดยพื้นที่ในการสำรวจได้แก่ พื้นที่บริเวณตอนเหนือกรุงเทพฯ ตะวันออกกรุงเทพฯ และบริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ด ดังกล่าว พบว่าพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปให้เช่ามีทั้งสิ้นประมาณ 2.5 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 77% ในขณะที่ราคาค่าเช่าของพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยราคาค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 205 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนพื้นที่ให้เช่าจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางตลาดและทิศทางในการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานที่เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น รวมถึงราคาค่าเช่าที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นเช่นกัน

ส่วนตลาดคลังสินค้าสำเร็จรูปในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ที่ส่งผลให้ธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าเติบโตขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าเพื่อการเก็บ คัดแยก และส่งต่อสินค้าต่างๆ ไปยังผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบัน จำนวนพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า มีทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้นประมาณ 2% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน อีกทั้งยังมีอัตราการเช่าที่ประมาณ 90% และค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 160 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

ทั้งนี้ พบว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติยังคงมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปี 2562 และผลจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในปีที่ผ่านมายังมีไม่มากนัก อีกทั้งยังส่งผลให้บางธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออก เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เห็นได้ว่า บางบริษัทได้ตัดสินใจลดกำลังผลิตในไทยลง เนื่องจากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เช่น มาสด้า ที่ย้ายฐานการผลิตรถบางรุ่นกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นชาติที่มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในเขตอีอีซีมากที่สุดคือ 167 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 24% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และมีมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 59,187 ล้านบาท คิดเป็น 29% ของมูลค่าเงินลงทุนรวมจากต่างประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด

ในปี 2563 คาดการณ์ว่า ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก จากการผลักดันโครงการอีอีซีของภาครัฐ รวมถึงความคืบหน้าจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเห็นรูปร่างอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องจับตามองภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงค่าเงินบาทที่คาดว่าจะยังคงแข็งค่าต่อไป

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง