อรสิรินขยายโมเดลธุรกิจใหม่รุกสร้างรายได้ประจำ ลุย”โรงเรียนนานาชาติ-รีเทล-รีโนเวตบ้านขาย”

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีความท้าทายจาก หนี้ครัวเรือน และ กำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยผู้บริหารชี้ให้เห็นว่าแม้ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์จะดูดีขึ้นแต่เป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำมากในปีก่อนหน้า บริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์ กระจายความเสี่ยง ไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างโรงเรียนนานาชาติ และการบุกตลาด บ้านมือสอง ในเชียงใหม่ที่นำมารีโนเวทใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ประจำให้ถึง 20% ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2571

ปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของยอดขายบ้าน บริษัทได้ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ประจำให้ถึง 20% ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2571 ประเดิมด้วยการเปิดตัวธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand ที่เตรียมเปิดภาคการศึกษาใหม่ โดยปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 176 คน จากเดิมในปีการศึกษาแรกมีจำนวน 81 คน แบ่งเป็นนักเรียนไทยประมาณ 40% และนักเรียนต่างชาติ 60% ได้แก่ จีน เกาหลี พม่า และชาวยุโรป คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี2569 เป็นต้นไป โดยปีนี้ตั้งเป้าสร้างรายได้ประมาณกว่า 100 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น370 ล้านบาทในปี 2572

ส่วนธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้ชื่อ THE BACKYARD เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างรายได้ประจำและการกระจายความเสี่ยงของบริษัท โดยมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงเรียนนานาชาติเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เกื้อหนุนกัน ปัจจุบันมีพื้นที่ให้เช่ารวม 3,026 ตารางเมตรในจังหวัดเชียงใหม่  มีผู้เช่าแล้วประมาณ 81% และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 ส่วนไตรมาส 2ปีหน้าจะเปิดตัว  THE BACKYARD สาขาที่ 2 ในเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่หน้าโครงการคอนโดฯและจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

พร้อมทั้งศึกษาการขยายโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ในทำเลที่มีศักยภาพเพิ่มเติมในในภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันพื้นที่นี้ถูกใช้เป็นสำนักงานขาย (Sales Gallery) ของโครงการคอนโดมิเนียมในภูเก็ต ซึ่งจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีนี้ และจะทยอยโอนต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า อนาคตวางแผนจะทำการ Convert หรือเปลี่ยนพื้นที่กลับมาเป็นพื้นที่ THE BACKYARD มีพื้นที่เช่าเบื้องต้นประมาณ 1,300 ตารางเมตร และคาดว่าเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะมีพื้นที่รวมประมาณ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นขนาดใกล้เคียงกับโครงการในเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังได้ขยายแผนลงทุนเข้าไปทำธุรกิจบ้านมือสอง (Renovation) โดยเน้นการซื้อทรัพย์ในทำเลดีมารีโนเวทใหม่ทั้งหมด (Full Renovation) แบบ 1 หลัง 1 ดีไซน์ ซึ่งให้ผลกำไรสูงกว่าบ้านมือหนึ่ง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการคุมงานก่อสร้างเอง โดยใช้กลยุทธ์ทำใหม่ให้เหมือนบ้านตัวอย่าง เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด ประอบด้วย การปรับปรุงโครงสร้าง ในบางกรณีจะทำการรื้อภายในออกทั้งหมด แต่ยังคงรักษาเสา คาน และฐานรากเดิมเอาไว้เพื่อประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก การเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เช่น ซื้อบ้านขนาดพื้นที่ใช้สอยกว่า 100 ตารางเมตรบนที่ดิน 102 ตารางวา แล้วนำมารีโนเวทและขยายพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเป็น 300 ตารางเมตร และมาตรฐานวิศวกรรม โดยมีการขออนุญาตดัดแปลงอาคารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีวิศวกรเซ็นควบคุมและออกแบบ ซึ่งเป็นจุดที่สร้างความน่าเชื่อถือเหนือกว่าผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป

ทั้งนี้การทำบ้านมือสองรีโนเวทให้ผลตอบแทนและประสิทธิภาพที่สูงกว่าการสร้างบ้านใหม่ในหลายด้าน โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หากเป็นบ้านมือหนึ่งทั่วไปจะมี GP อยู่ที่ประมาณกว่า 30% แต่บ้านมือสองรีโนเวทสามารถทำ GP ได้สูงถึงประมาณ 50% ขณะที่รอบธุรกิจเร็วกว่าบ้านมือ 1 โดยกระบวนการตั้งแต่ซื้อทรัพย์มาจนถึงรีโนเวทและขายได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ปี เมื่อเทียบกับการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรใหม่ที่ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี รวมขั้นตอนการขออนุญาตจัดสรรและก่อสร้าง

กลยุทธ์การเลือกทรัพย์และกลุ่มเป้าหมาย

โดยบริษัทจะเลือกซื้อทรัพย์จากทำเลที่เป็นที่ต้องการขของกลุ่มคนซื้อบ้าน และเน้นแบรนด์ที่สามารถต่อรองราคาได้ในระดับที่ต้องการเพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุน เจาะกลุ่มสินค้าที่ขาดแคลน เช่น การรีโนเวทบ้านขนาดใหญ่พร้อมอยู่ทั้งหลังในโซนที่หาบ้านลักษณะนี้ได้ยาก ทำให้ไม่ต้องไปสู้กับผู้ค้าบ้านมือสองรายย่อยที่มีอยู่จำนวนมาก พร้อมการบริการหลังการขาย โดยใช้ความเชี่ยวชาญและทีมบริการที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดูแลระบบน้ำและไฟฟ้าหลังการเข้าอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้ามากกว่าการซื้อจากบุคคลทั่วไป

อย่างไรก็ตามการซื้อทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยวมีความยุ่งยากสูงกว่า เพราะการรีโนเวทบ้านเดี่ยวเป็นแบบ “1 หลัง 1 แบบ” ต้องใช้สถาปนิกและทีมงานดูแลใกล้ชิด และมักพบปัญหาโครงสร้างที่คาดไม่ถึง เช่น เสาหัก หรือต้องขุดฐานรากเพิ่ม ที่สำคัญการรีโนเวทบ้านเดี่ยวต้องมีการขออนุญาตดัดแปลงและมีวิศวกรควบคุมอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเหนือกว่าผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป

ดังนั้นหากเน้นความเร็วและการบริหารจัดการที่ง่าย คอนโดมิเนียมมีความคุ้มค่ากว่า เนื่องจากรอบธุรกิจสั้นและปิดการขายได้ไว และมีความต้องการของตลาดสูงในทำเลท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่หรือภูเก็ต เพราะชาวต่างชาติมีโควตาซื้อคอนโดฯได้ในสัดส่วน 49% ทำสามารถขายหมดได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ขณะเดียวกันคอนโดฯเป็นธุรกิจที่เน้นการหมุนเวียนเงินสดได้ดี โดยเฉพาะกับลูกค้าต่างชาติที่บริษัทสามารถเรียกเก็บเงินดาวน์ได้สูงถึง 30-50% ตั้งแต่ช่วงที่ยังก่อสร้างหรือรีโนเวทไม่เสร็จ ช่วยลดต้นทุนทางการเงินและทำให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยต่ำลงมาก ทำให้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการรีโนเวทคอนโดฯให้มากขึ้นเพื่อเน้นความรวดเร็วในการรับรู้รายได้และการหมุนเวียนเงินทุน

ปัจจุบันบริษัทมีทรัพย์สินรวม 12 ยูนิต มูลค่า 100.35 ล้านบาท ในจำนวนนี้ได้รีโนเวตและโอนให้กับลูกค้าไปแล้ว  3ยูนิต มูลค่า 6.96 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอโอนกรรมสิทธิ์อีก 1ยูนิต มูลค่า 5.90 ล้านบาท  และอยู่ระหว่างรีโนเวตอีก 8 ยูนิต มูลค่า87.49 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมจัดหาทรัพย์คุณภาพเพิ่มอีกประมาณ 10 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 30% และคอนโดมิเนียม 70% มูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อรีโนเวทและจำหน่ายต่อ รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง