การขยายตัวตลาดอีคอมเมิร์ซ ดันธุรกิจคลังสินค้าเติบโต

อุปทานใหม่และอัตราการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวมในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home :WFH)ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ที่ผ่านมา รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการบริการช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ยังคงสนใจมองหาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีและส่วนใหญ่มองหาพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร สำหรับผู้พัฒนารายใหญ่ก็ยังคงมองหาที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าอีกกว่า 200,000 ตารางเมตรในอีก 2 ปีข้างหน้าโดยเฉพาะในพื้นที่       สมุทรปราการ และในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อรองรับความต้องการที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ.  2563  

นายภัทรชัย ทวีวงศ์
คาดครึ่งปีหลัง63เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว

นายภัทรชัย ทวีวงศ์  รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า แม้อุปทานใหม่และอัตราการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวมในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงปัจจัยเรื่องค่าเงินบาท ที่ยังคงแข็งค่าเร็วกว่าสกุลเงินภูมิภาค รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจส่งผลต่อภาคการส่งออกและการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในหมวดสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ  นอกจากนี้การที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับสู่ภาวะปกติก่อนโควิด-19 ต้องอาศัยการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 และการอนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 4 แสนล้านบาท สามารถทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยที่ทยอยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/2563  ค่อย ๆ ฟื้นตัวอีกครั้งอย่างช้า ๆ จากการใช้จ่ายในประเทศที่ผ่านมา และอาจกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

 การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 ไตรมาส 2 ปีพ.ศ. 2563

ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกาศว่า เศรษฐกิจในไตรมาส ที่ 2 ปี 2563 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย รวมทั้งได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ปิดสถานที่ต่างๆ ตามมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 สำหรับภาคการส่งออกพบว่า ติดลบ 10% ส่งผลให้จีดีพีหดตัวลงเป็นอย่างมาก สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 พบว่า ติดลบ 6.9% การลงทุนรวมลดลง 7.2% ขณะที่การลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น 1.2%  การส่งออกครึ่งปีแรกปรับตัวลดลง 17.8%  เช่นเดียวกัน แม้ว่าภาครัฐทยอยคลายล็อกดาวน์ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา  ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา แต่กำลังซื้อในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังอ่อนแอ ส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผลที่เกิดขึ้นคาดว่าจะยังคงส่งผลต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

นอกจากนี้สภาพัฒน์ยังปรับประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ลงโดยคาดว่าจะติดลบ7.3  % ถึง  -7.8 % จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในช่วง -5% ถึง -6% ผลจากมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว โดยอุปสงค์ต่างประเทศหดตัวสูง ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่อ่อนแอลงมาก ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวสูง มีเพียงการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวได้และมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจ

อุปทานจำแนกตามพื้นที่ ณ สิ้นครึ่งแรก  ปี พ.ศ. 2563

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

อุปทานกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตต่อเนื่อง

ณ สิ้นครึ่งแรกปี 2563 อุปทานคลังสินค้าและโกดังในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการและพื้นที่EEC ทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ 6,963,000 ตารางเมตร โดยพบว่าสมุทรปราการยังคงเป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่คลังสินค้าสูงสุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 38% ที่ประมาณ  2.619 ล้านตารางเมตร  ตามด้วยในพื้นที่ EEC ที่ 32%  ที่ประมาณ 2.255 ล้านตารางเมตร  และพบว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงมีการดำเนินการในตลาดอุตสาหกรรมและคลังสินค้า และยังคงพยายามขยายธุรกิจคลังสินค้าในพื้นที่เหล่านี้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่ EEC หลังจากความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสนามบินและการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ยังส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจด้านอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสามารถดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนเนื่องจากเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยที่น่าจับตามองในอนาคตอันใกล้

จากปัจจัยการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งนี้สร้างความสะดวกสบายและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้คุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริการช้อปปิ้งออนไลน์ยังสูงขึ้นและระบบอีคอมเมิร์ซได้รับการยอมรับที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ข้อมูลอุตสาหกรรมธุรกิจโลจิสติกส์มีอัตราการเติบโตเป็นบวก จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์พบว่าอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยในช่วงปี 2554-2558 ประมาณ 7% และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการสนับสนุนของรัฐบาลในการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรมเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” ซึ่งจะเป็นปัจจัยในการสนับสนุนการเชื่อมต่อของเครือข่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค

ในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา คอลลิเออร์สฯพบว่า มีผู้ประกอบการรายใหญ่ ยังคงให้ความสนใจพัฒนา โลจิสติกส์ พาร์ก แบบครบวงจร ในพื้นที่บางปะกง  จังหวัดฉะเชิงเทรา บนที่ดินขนาด 200 ไร่ ในทำเลยุทธศาสตร์ถนนบางนา-ตราด กิโลเมตร 46 เขต EEC ใกล้กับกรุงเทพมหานคร สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบัง พัฒนาเป็นพื้นที่คลังสินค้าคุณภาพสูงระดับพรีเมี่ยมพร้อมด้วยบริการโซลูชั่นที่ครอบคลุม บนพื้นที่อาคารรวมกว่า  170,000 ตารางเมตร ซึ่งมีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จระยะที่ 1 ภายในปี 2563 เพื่อรองรับความต้องการผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในเขตพื้นที่ EEC

อัตราการเช่า จำแยกตามสถานที่ ณ สิ้นครึ่งแรก ปีพ.ศ. 2563

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

อัตราการเช่าคลังสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น

ณ ครึ่งสิ้นแรกของปี2563 มีพื้นที่โรงงานและคลังสินค้ารวมในประเทศไทยถูกใช้ไปแล้วทั้งหมด 6.079 ล้านตารางเมตรจากพื้นที่ทั้งหมด 6.963 ล้านตารางเมตร ซึ่งคิดเป็น 87.3% ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5% จากในช่วงครึ่งหลังของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามในพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเช่าที่สูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 95% ของพื้นที่คลังสินค้าทั้งหมด รองลงมาคือในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการทางด้านโลจิสติกส์ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้า โดยพบว่ามีอัตราการเช่าอยู่ที่ประมาณ  91% ตามด้วยพื้นที่ EEC ที่มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 74% สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี  2563 ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่าคลังสินค้าและโรงงานส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด -19 แต่พบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายยังสามารถปล่อยเช่าคลังสินค้าได้มากกว่า 100,000 ตารางเมตรในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา ตามการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย WFH และธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจระบบคลังสินค้าและขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิและธุรกิจอีคอมเมิร์ช คาดการณ์ว่าจะยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีโครงสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ช จากเดิมที่มีคลังสินค้าส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่เพียงแค่บริเวณท่าเรือและหัวเมืองใหญ่เพื่อพักสินค้าก่อนส่ง โดยเปลี่ยนมาเป็นการสร้างคลังสินค้าขนาดเล็กใกล้ตัวเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เพื่อเป็นที่พักจากคลังสินค้าใหญ่เพิ่มความรวดเร็วในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าภายใน 1 วัน ซึ่ง คอลลิเออร์สฯมองว่านอกจากในพื้นที่ EEC และ ทำเลย่านบางนา และในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ก็เป็นทำเลที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ในกรุงเทพฯ รองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทค้าออนไลน์และเอสเอ็มอีมาใช้บริการ

ราคาค่าเช่าเฉลี่ย จำแรกตามสถานที่ ณ สิ้นครึ่งแรก ปี พ.ศ. 2563

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

เกิดการแข่งขัน-ราคาเช่าปรับตัวสูง

สำหรับราคาค่าเช่าเฉลี่ยสำหรับพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานยังคงปรับตัวสูงขึ้น สำหรับในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 174 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งคลังสินค้าให้เช่าบางแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีราคาเสนอเช่าสูงกว่า 200 บาท (สัญญาเช่า 3 ปี) ตามด้วยค่าเช่าในพื้นที่ EEC ซึ่งอยู่ที่ 153 บาทต่อตารางเมตร และในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการที่ประมาณ 152 บาทต่อตารางเมตร

ทั้งนี้เทรนด์การเช่าพื้นที่คลังสินค้าในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผู้เช่าสนใจพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในลักษณะ โรงงานแบบ Built-to-Suit (BTSF) Warehouse Farm ตามต้องการของลูกค้า สำหรับค่าเช่าส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ประมาณ 5% ในช่วงระยะสัญญาปีที่ 4-6 และอีกประมาณ 10% ในช่วงระยะสัญญาปีที่ 7-10 ซึ่งจากการขยายตัวเป็นอย่างมากของธุรกิจอีคอมเมิร์ช

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง