ครม.รับลูก ก.คมนาคม เปิดทางเอกชนนำอู่รถเมล์บางเขน-มีนบุรีพัฒนาเชิงพาณิชย์

Cr. ภาพจาก google.com/maps

วันนี้ (8 ธันวาคม 2563) คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้พิจารณาในประเด็นตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้รับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้ คค. รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงาน ก.พ.ร. ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

Cr. ภาพจาก google.com/maps

ทั้งนี้ คค. เสนอว่า

  1. ขสมก. ได้ดำเนินการศึกษาโครงการพัฒนาการใช้พื้นที่เชิงธุรกิจ อู่มีนบุรีและอู่บางเขนพื่อศึกษาวิเคราะห์และประเมินความต้องการใช้ประโยชน์ที่มีความสำคัญกับบริบทพื้นที่ ทั้งกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอผังแม่บทในการใช้พื้นที่และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปเป็นนโยบายและแผนการดำเนินการในการพัฒนาพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ ขสมก. และนำผลการศึกษาไปดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 โดยสรุปได้ว่า

1.1 อู่มีนบุรี มีพื้นที่ 10 ไร่ มีราคาตลาดมูลค่า 347 ล้านบาท มีความเหมาะสมใน การพัฒนาเป็นอพาร์ตเม้นท์และตลาด ลักษณะการให้สิทธิเอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 1.2 อู่บางเขน มีพื้นที่ 11 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา มีราคาตลาดมูลค่า 1,148.25 ล้านบาท มีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการประเภท ศูนย์การค้า โรงแรมลักษณะเปิดให้เอกชนประมูลเพื่อลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม

ทั้งนี้ อำนาจในการจัดการทรัพย์สินของ ขสมก. เพื่อประโยชน์ในทางพาณิชย์และธุรกิจ เป็นไปตามมาตรา 7 แต่ไม่อยู่ในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น (นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ) ได้ให้ ขสมก. พิจารณาแนวทางเลือกที่สามารถดำเนินการได้ตามขอบเขตของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

  1. คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเพิ่มรายได้ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ในเชิงธุรกิจตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. จึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 นอกจากนี้ เพื่อการบริหารจัดการหนี้สิน และเกิดประโยชน์ในการชำระหนี้ได้ในระยะยาว จำเป็นต้องออกพันธบัตรเงินกู้ จึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงมีมติที่ประชุมครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ในส่วนของมาตรา 6 วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพและมาตรา 7 (7) ในส่วนของการออกพันธบัตรเงินกู้
  2. ขสมก. ได้ดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ตามข้อ 2. รวมทั้งได้หารือไปยังกระทรวงการคลัง (กค.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจแล้ว ทั้งสองหน่วยงานไม่ขัดข้องในการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 และมาตรา 7 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (25 มิถุนายน 2562) เห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ซึ่งรวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจและการบริหารหนี้สินอันจะต้องดำเนินการด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 คค. จึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ขึ้นใหม่ เพื่อให้ ขสมก. สามารถดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ได้อย่างต่อเนื่องตามแผนฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งพัฒนาองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สามารถเพิ่มรายได้และลดภาระให้กับภาครัฐ อันจะพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในด้านการบริการสาธารณะและสามารถก้าวเข้าสู่ การแข่งขันด้านบริการสาธารณะในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 ดังนี้

  1. แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ขสมก. ให้สามารถประกอบการอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับการประกอบการขนส่งบุคคล หรือประกอบธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ ขสมก. หรือประโยชน์สาธารณะได้
  2. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจการดำเนินกิจการ เพื่อประโยชน์แก่กิจการ ขสมก. ให้สามารถออกพันธบัตรเงินกู้หรือตราสารอื่นใด เพื่อการลงทุนหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้
tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง