แบงก์ต่ออายุมาตรการ”พักหนี้-ลดดอกเบี้ย”อุ้มลูกหนี้


การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2และระลอก3ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชน รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยและ SMEs  เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จึงได้ขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (ผู้ให้บริการทางการเงิน) ช่วยเหลือลูกหนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

เริ่มต้นด้วยการขยายเวลาให้ลูกหนี้รายย่อยสมัครรับความช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ หลังจากมาตรการเดิมได้ครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยลูกหนี้สามารถสมัครขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง หรือนายจ้างหรือเจ้าของกิจการสมัครขอรับความช่วยเหลือแทนลูกหนี้ได้ เช่น กรณีสินเชื่อสวัสดิการ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้าง

โดยให้ผู้บริการทางการเงินเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ทุกประเภท ทั้งลูกหนี้รายย่อย ลูกหนี้ SMEs และลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ โดยจำแนกตามลักษณะธุรกิจและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ ต่ออายุวงเงินหรือคงวงเงิน เปลี่ยนประเภทหนี้จากสินเชื่อระยะสั้นเป็นสินเชื่อระยะยาว ปลอดชำระเงินต้นและหรือดอกเบี้ยชั่วคราว ลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าอัตราตลาด เป็นต้น

รวมทั้งให้เงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติม และชะลอการชำระหนี้สำหรับลูกหนี้ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก. soft loan

ล่าสุดจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  ระลอกใหม่ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจเพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราว

ธอส.ช่วยลูกหนี้พักจ่ายเงินต้น
ลดดอกเบี้ย จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน
ล่าสุดในวันนี้คณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้มีมติเห็นชอบออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากโควิด -19 ระลอกใหม่ ผ่าน “โครงการ ธอส. รวมไทย สร้างชาติ ปี 2564” 2 มาตรการ คือ  มาตรการที่ 13 พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ และมาตรการที่ 14 พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ที่สถานะ NPL และลูกหนี้ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้  

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.จะเปิดโอกาสให้ลูกค้า ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 13 และมาตรกาที่ 14 ผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL ระหว่างวันที่ 11-29 พฤษภาคมนี้  โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด -19 พร้อมกับอัปโหลดหลักฐานยืนยันว่าได้รับผลกระทบทางรายได้ให้ธนาคารพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย หรือสเตจเม้นท์ เป็นต้น ส่วนกรณีที่ลูกค้าไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการได้ที่ www.ghbank.co.th 

ส่วนรายละเอียดของมาตรการที่ 13  พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน ระยะแรกเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2564 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ คือ ไม่เป็น NPL ไม่อยู่ขั้นตอนของกฎหมาย และไม่อยู่ระหว่างทำข้อตกลงประนอมหนี้ โดยจะครอบคลุมทั้งลูกค้าที่ไม่เคยหรือเคยใช้ หรืออยู่ระหว่างใช้มาตรการความช่วยเหลือเดิมของธนาคาร และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากโควิด-19 รวมถึงยังไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามสัญญาเงินกู้

และมาตรการที่ 14  พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี ระยะแรกเป็นเวลา 3 เดือน(1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2564) สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะ NPL และลูกหนี้ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะพ้นสิทธิการปรับโครงสร้างหนี้ที่ใช้อยู่หากใช้มาตรการที่ 14 และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจ,การค้า เนื่องจาก COVID-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามสัญญาเงินกู้หรือข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้หรือตามคำพิพากษา

ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาก็ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มสินเชื่อบ้านและสินชื่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ ประกอบด้วย มาตรการพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 3 เดือน พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 3เดือน และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มสินเชื่อบุคคล ด้วยการปรับลดค่าวดผ่อนชำระไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม รวมถึงสามารถเปลี่ยนวงเงินหมุนเวียนเป็นผ่อนชำระค่างวดสูงสุดไม่เกิน 48 เดือน  ทั้งนี้เฉพาะลูกค้าที่ไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วันหรือก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564  โดยกำหนดระยะเวลาของมาตรการทั้งหมดจะสิ้นสุดภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

ด้านธนาคารกสิกรไทย นอกเหนือจากมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการรวมหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่ธนาคารกำหนด โดยที่ลูกค้ายังสามารถใช้วงเงินบัตรที่เหลือได้ แต่ลูกค้าต้องใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันในการเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ แบงก์กสิกรไทยยังได้ออกมาตรการใหม่สำหรับลูกหนี้เฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มสินเชื่อบ้าน  มี 3 ทางเลือกให้กับลูกค้า คือ จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและลดดอกเบี้ยลงอีก 0.1% เป็นเวลา 3เดือน ลดค่าวด50% ของค่างวดเดิมเป็นเวลา 3 เดือน และพักชำระเงินต้นและดอกบี้ย 3 เดือน  โดยจงะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง