LPP ตั้ง “Livable Community Isolation”จาก 200 โครงการ รองรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงให้พร้อมรักษาตัวในคอนโดฯ

LPP เตรียมความพร้อม ตั้งโครงการ “Livable Community Isolation” รองรับเจ้าของร่วมและผู้อยู่อาศัยกว่า 120,000 ครัวเรือน ใน 200 โครงการ ที่อาจติดเชื้อโควิด-19 อาการไม่รุนแรง ให้สามารถแยกกักตัวรักษาที่บ้านแบบ Home Isolation (HI) ในคอนโดฯของตัวเองได้ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอำนวยความสะดวกอย่างดีและคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของชุมชน  
นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากปีก่อน   โดยมียอดผู้ติดเชื้อรวมในประเทศเฉลี่ย 20,000 คน/วัน ผนวกกับสถานการณ์ที่น่ากังวลในเรื่องของจำนวนเตียง อุปกรณ์การแพทย์ รถพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย ภาครัฐจึงพิจารณาให้กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงหรือเป็นผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มสีเขียวสามารถแยกกักตัวรักษาที่บ้านได้ (Home Isolation หรือ HI) ภายใต้การประสานการติดตามอาการจากแพทย์  LPP ในฐานะผู้บริหารนิติบุคคลอาคารชุดจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมด้วยการจัดตั้งโครงการ “Livable Community Isolation” พร้อมรองรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่ทวีจำนวนยิ่งขึ้น  โดยให้ความดูแลและช่วยเหลือลูกบ้านในโครงการที่ LPP ดูแลกว่า 120,000 ครัวเรือน ใน 200 โครงการ ทั้งโครงการที่พัฒนาโดย บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN  และโครงการภายนอก หรือ Non-LPN  ให้ก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปพร้อมกัน

การจัดเตรียมโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในรูปแบบการแยกกักตัวรักษาที่บ้านสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรงหรือเป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียวนี้     LPP ได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลความรู้และหลักปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยแบบ Home Isolation  จาก พญ. นาฏ ฟองสมุทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย และกรรมการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  โดยการจัดสัมมนาออนไลน์ให้กับคณะกรรมการทุกนิติฯ  รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคลากรของ LPP   เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในแนวทางดำเนินการของ “Livable Community Isolation”   และเพื่อให้บุคลากรในทุกชุมชนมีความพร้อมสูงสุด  ในการเตรียมตัวรับมือกับการระบาดที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคต

นางสาวสมศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในด้านการดำเนินการ  LPP ได้กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ของแต่ละนิติฯ คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากหรือไม่แสดงอาการ (ผู้ป่วยสีเขียว) ภายใต้หลักการสำคัญ คือ การอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำ Timeline ของผู้ป่วยย้อนหลัง 7-14 วัน เพื่อแจ้งเจ้าของร่วมหรือผู้พักอาศัยทุกท่านให้สังเกตอาการของตนเอง  จัดส่งอาหาร ยา รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการจัดเตรียมแม่บ้านคอยจัดเก็บขยะเศษอาหาร ขยะติดเชื้อตามเวลาที่กำหนดทุกวันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง  พร้อมช่วยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหากผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือ  รวมถึงการอำนวยความสะดวกหากผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ หรือหากผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงของโรคจากผู้ป่วยสีเขียวเป็นสีเหลือง ฝ่ายจัดการจะประสานงานกับโรงพยาบาลเจ้าของไข้เพื่อให้เข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและผู้อยู่อาศัยทุกท่าน

สำหรับโครงการ Livable Community Isolation นี้ บริษัทฯให้ความสำคัญและเน้นย้ำถึงมาตรการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านการดำเนินงานที่เข้มงวด  ทั้งเรื่องความสะอาด  ความปลอดภัยและปลอดเชื้อแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน   โดยทุกขั้นตอนของการดำเนินงานจะต้องปฏิบัติตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยที่ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำอย่างเคร่งครัด  ทั้งนี้ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการดูแลชุมชนโดยรวม ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน มีมาตรการป้องกันความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของชุมชน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและไม่กังวลใจ  ตามหลักชุมชนน่าอยู่ (Livable Community) “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” ของ LPP อีกด้วย

“วิกฤติครั้งนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องร่วมมือกันฟันฝ่าไปให้ได้ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวันให้ได้มากที่สุด นอกจากโครงการ Livable Community Isolation ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับกรณีลูกบ้านผู้อยู่อาศัยที่มีอาการป่วยไม่รุนแรงและกักตัวเพื่อรักษาตนเองแบบ Home Isolation แล้ว    เรายังให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันการติดเชื้อภายในโครงการ   โดยผ่านการสื่อสารกับลูกบ้านและลูกค้าในทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อรับ-ส่งข่าวสารที่สำคัญและจำเป็น พร้อมรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการตั้งการ์ดที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม” นางสาวสมศรี กล่าว

ด้าน พญ. นาฎ ฟองสมุทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย และกรรมการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์   กล่าวว่า  เมื่อผู้ป่วยลงทะเบียนเข้าระบบ Home Isolation  ของภาครัฐแล้วจะมีแพทย์ให้การรักษาแบบ Telemedicine หรือผ่านอุปกรณ์การสื่อสาร   โดยทีมแพทย์ผู้ดูแลจะมีการทำ VDO Call กับผู้ป่วยเพื่อติดตามอาการทุกวัน  และจัดส่งอาหาร 3 มื้อ  ยา และอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้ป่วย   ทั้งนี้ภายใต้งบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)   ซึ่งการคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อปัจจุบันทำได้ง่ายขึ้น เพราะรัฐเปิดให้ใช้ชุดตรวจได้ด้วยตนเอง (Antigen Test Kit) ถ้าตรวจพบว่าติดเชื้อและต้องการแยกกักตัว ณ ที่อยู่อาศัย ให้ผู้ติดเชื้อโทรแจ้งที่ 1330 หรือลงทะเบียนผ่าน QR CODE ทันที เพื่อเข้าระบบรักษาของ สปสช.

สำหรับมาตรการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยที่ LPP จัดเตรียมให้ลูกบ้านผู้พักอาศัยภายในโครงการ ในรูปแบบการแยกกักตัวภายในห้องพักอาศัยนั้น  จะมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยสถานพยาบาลต่างๆ ให้ผู้ป่วยสามารถเข้าระบบการรักษาของรัฐตามโครงการ “Home Isolation” และจะติดตามดูแลรวมถึงให้การสนับสนุนช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ  จนกว่าผู้ป่วยจะได้รับความปลอดภัย อุ่นใจ และพบว่าผลตรวจเป็น Negative

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง