“แอสเซท ไฟว์” ลุยแนวราบปลายปีเปิดบ้านหรูมูลค่า 2.7 พันล้าน

“A5” ตั้งเป้ารับรู้รายได้ปีนี้ 1,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดตัวบ้านหรูโครงการใหม่ช่วงปลายปีย่านกรุงเทพ-กรีฑาตัดใหม่มูลค่า 2,700 ล้านบาท และเตรียมนำหุ้นเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอภายในไตรมาส1 นี้ ชูแนวคิด “Asset For Infinite Valuable Experiences” ตอบสนอง 5 Values of Life

ศุภโชค ปัญจทรัพย์

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดรับรู้รายได้เฉลี่ยปีละ 30-50% ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ทำยอดรับรู้รายได้สูงถึง 600 ล้านบาท ส่วนในปี 2565 นี้ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกการโอนโครงการในกรุงเทพฯ 800 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะมาจากการขายและโอนบ้านพร้อมอยู่เฟสสุดท้ายของโครงการวนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์ ประมาณ 500 ล้านบาท เป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ขนาด  5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 492 ตารางเมตร จอดรถ 4 คัน ราคาขาย 35 – 50 ล้านบาท คาดว่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในปีนี้  ส่วนรายได้อีก 200 ล้านบาทมาจากการโอนโครงการบ้านแนวราบที่จังหวัดอุดรธานี

สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ปีนี้  บริษัทวางเป้าหมายจะเปิดตัวบ้านแนวราบทั้งหมด 3 โครงการ  มูลค่า 3,200 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงบ้านหรูระดับพรีเมี่ยม มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท ตั้งอยู่ในย่านถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่  วางแผนจะเปิดตัวในช่วงไปลายปีนี้ ส่วนอีก 2 โครงการมูลค่า 500 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วยโครงการ รชยา  ประชาสันติ และโครงการรชยา  บ้านช้าง 3

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งโครงการพร้อมอยู่และอยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 3 โครงการ คือ โครงการไวโอ แคราย 1 และแคราย 2 ซึ่งเป็นคอนโดฯพร้อมอยู่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการต้นสน เรสซิเดนซ์  อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมโอนในช่วงไตรมาส 1-2 ปี 2566

ส่วนบ้านแนวราบมี 4 โครงการ คือ โครงการวนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ มูลค่าโครงการประมาณ 1,900 ล้านบาท  และอีก 3โครงการอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี คือ โครงการบ้านรชยา บ้านช้าง มูลค่าโครงการกว่า 250 ล้านบาท  โครงการบ้านรชยา บ้านช้าง 2  มูลค่าโครงการกว่า 400 ล้านบาท และโครงการ อุดรธาบ้านรชยา วงแหวน – นาดี  มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้สามารถซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “A5” คาดว่าจะเริ่มซื้อขายหุ้นได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2565 นี้เป็นต้นไป

นายศุภโชคกล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากว่า 8 ปี โดยเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาฯที่จับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Nich Market) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เลือกปลูกสร้างบ้านเอง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดต่อปีสูงถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทจะเน้นการสร้างความแตกต่างในการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “Asset For Infinite Valuable Experiences” หรือทรัพย์สินที่สร้างประสบการณ์ที่มีมูลค่าไม่สิ้นสุด และสามารถตอบสนอง 5 Values of Lifeซึ่งถือเป็น DNA ในการพัฒนาโครงการของบริษัท คือ ASSET ที่อยู่อาศัยต้องเป็น Good Asset ของลูกค้าที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต LEGACY  เน้นการพัฒนาโครงการให้มีคุณค่าสามารถส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นได้

FREEDOM ที่อยู่อาศัยต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตอิสระของผู้อยู่อาศัย FAMILY เน้นการสร้างสังคมที่มีความปลอดภัย รวมถึงการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน และ ASPIRATION บ้านต้องเป็นสถานที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตหรือความสร้างสรรค์ในการทำงานได้

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง