นายกฯส.อาคารคารชุดไทย ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่ขยายเพดานบ้านBOI-เพิ่มศักยภาพที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าสายรอง

นายกสมาคมอาคารชุดไทยวอนรัฐบาลชุดใหม่ ปรับลดเกณฑ์สิทธิ์การซื้อที่อยู่อาศัยต่างชาติและทวบทวนมาตรการ LTV ซื้อบ้านหลังแรกห้ามรีไฟแนนซ์ได้ลดหย่อนภาษี 10% ทั้งขยายเพดานบ้านBOI-เพิ่มศักยภาพที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าสายรอง ล่าสุดขนโครงการเก่า-ใหม่ รวมมูลค่า 20,000 ล้านบาท ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 คาดกวาดยอดขาย1,000 ล้านบาท และยอดขายไตรมาส 1/66 แตะ 10,000 ล้านบาท 
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชนหรือ ORI และนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย มีความคาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ปรับลดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพำนักของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย จากเดิมที่มีการเสนอในวงเงิน 40 ล้านบาท ให้สิทธิ์การอยู่ถึง 10 ปีนั้น เป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงเกินไปควรจะปรับมาให้อยู่ในระดับกลางๆที่ 3-5 ล้านบาท จะช่วยประเทศในเรื่องการขายให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น และให้สิทธิ์การอยู่อาศัย 3-5 ปี เพราะกลุ่มดังกล่าวจะมียอดจับจ่ายใช้สอยที่สูง โดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1 ล้านบาท/คน/ปี เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่50,000-100,000 บาท

นอกจากนี้มีข้อเสนอในการทบทวนมาตรการผ่อนปรนมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(Loan to Value : LTV) น่าจะขยายไปจนถึงปลายปี 2567 เนื่องจากมองว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังมีอยู่ แต่เป็นการฟื้นตัวแบบเปราะบาง ขณะที่ผู้ซื้อเงินในกระเป๋ายังมีน้อยอยู่ ทำให้ความสามารถในการกู้ยังมีน้อย และการหันมาส่งเสริมเรื่องการมีบ้านหลังแรก โดยอาจมีเงื่อนไข บ้านหลังแรกแบ่งแยกตามประเภท เช่น คอนโดมิเนียมไม่เกิน 2 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ไม่เกิน 3-4 ล้าน ให้มีโอกาสได้สิทธิ์โครงการบ้านหลังแรกและกำหนดเงื่อนไขห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ (รีไฟแนนซ์)ภายในระยะ 3 ปี โดยอัตราส่วนการลดหย่อนภาษี 10% ของราคาบ้านทำให้จูงใจคนซื้อมากขึ้น และสร้างมูลค่าให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ 600,000-700,000 ล้านบาท  เช่น บ้าน 4 ล้านบาท ลดหย่อน 400,000 บาท ซึ่งอาจจะเป็นการลดหย่อนในทางภาษี ในกลุ่มรายได้ครัวเรือนไม่เกิน 60,000 บาทต่อเดือน รวมถึงการส่งเสริมรายได้ของผู้มีบุตร เช่นการให้เงินสนับสนุนดูแลบุตรก่อนเข้าวัยเรียน 3,000-4,000 บาท ทำให้สามารถเกิดการแข่งขันในด้านของประชากร เป็นการช่วยเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโต เนื่องจากอัตราการเกิดของคนไทยเริ่มลดน้อยลง

ขณะเดียวกันตนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งขับเคลื่อนโครงการบ้าน BOI ตามที่ได้มีการเรียกร้อง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายรองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของบ้าน BOI ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่และต้องรอการคัดสรรกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คนใหม่ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)รวมกันในการขับเคลื่อนบ้าน BOI ให้สำเร็จ

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 บริษัทฯได้นำโครงการที่อยู่ระหว่างการเปิขายและโครงการที่เปิดใหม่ภายใต้แบรนด์ “The ORIGIN” พร้อมกัน จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการ 9,900 ล้านบาท มาร่วมออกบูธในงานด้วยคิดเป็นมูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯได้วางเป้าหมายยอดขายภายในงานไว้ที่ 1,000 ล้านบาท

ด้านแนวโน้มของยอดขายในไตรมาส 1/2566 คาดว่าจะทำได้ 10,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2566 ที่ตั้งไว้ที่  45,000 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมาถือว่าในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2566) ยอดขายของบริษัทถือว่าทำได้มาค่อนข้างดีอย่างต่อเนื่องประกอบกับบริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ไปก่อนหน้าในปี 2565 ที่ผ่านมา ทำให้มีสินค้าที่พร้อมนำเสนอให้กับลูกค้า อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมา และคนมีความต้องการซื้อบ้านมากขึ้น ทำให้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ยังเห็นการปรับตัวมากขึ้น

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง