สมาคมไทยรับสร้างบ้านหวั่นตลาดสร้างบ้านซึมยาวรับปัจจัยกระทบเศรษฐกิจซบ-ต้นทุนค่าก่อสร้างสูง

สมาคมไทยรับสร้างบ้านชี้ตลาดบ้านสร้างเองไตรมาสแรกชะลอตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด รับผลกระทบปัญหาเศรษฐกิจ-ต้นทุนค่าก่อสร้าง ฉุดกลุ่มบ้านราคา 5-10 ล้านบาทหดตัว หวั่นมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐในการลดหย่อนภาษี 1 หมื่นต่อ 1 ล้านไม่จูงใจตลาดและไม่แก้ปัญหาการแข่งขันเหลื่อมล้ำ ทำตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกซึมยาว

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ความต้องการปลูกสร้างบ้านของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกยังคงชะลอตัวตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งพบว่าปริมาณความต้องการปลูกสร้างบ้านลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส4 ปีที่ผ่านมา ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลปริมาณความต้องการปลูกสร้างบ้านยังอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว ทั้งนี้ประเมินว่าสาเหตุหลัก เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ค่าก่อสร้างและราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ตลาดบ้านสร้างเองหดตัวและผู้ประกอบการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น

จากผลการสำรวจตลาดรับสร้างบ้านและราคาบ้านที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาของสมาคมฯ  พบว่า กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทได้รับความนิยมสูงสุด หรือคิดเป็นสัดส่วน 55% รองลงมาเป็นบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 36% ส่วนบ้านในกลุ่มราคา 5-10 ล้านบาท มีความต้องการลดลงโดยมีสัดส่วนเพียง 9% เท่านั้น

“สาเหตุที่ทำให้บ้านกลุ่มราคา 5-10 ล้านบาทได้รับความนิยมลดลง คาดว่าผู้บริโภคในกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น รวมถึงราคาค่าก่อสร้างบ้านที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องปรับลดขนาดบ้านลง เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่กำหนดไว้”

ส่วนมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯของภาครัฐที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา สำหรับประชาชนที่ต้องการปลูกสร้างบ้านเองสามารถนำเงินมาหักลดหย่อนภาษีได้ 10,000 บาทต่อค่าก่อสร้าง 1 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น จะทำให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้องได้รับอานิสงค์จากมาตรการนี้น้อยมาก เพราะเป็นที่รับรู้กันดีว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในธุรกิจนี้ ไม่เข้าระบบภาษีหรือหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เหลื่อมล้ำหรือมีความได้เปรียบเสียเปรียบด้านต้นทุนภาษี ขณะที่วัตถุประสงค์แท้จริงของรัฐบาลคือ ต้องการจูงใจประชาชนและดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง ดังนั้นมาตรการนี้จึงไม่จูงใจผู้บริโภคมากนัก หากเปรียบเทียบกับการเลือกว่าจ้างผู้ประกอบการที่ชักจูงด้วยการเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

“ในมุมมองของสมาคมฯ เห็นว่าไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ไม่เข้าสู่ระบบภาษี มีแต่ตรวจสอบและจับผิดเรื่องความผิดพลาดเล็กน้อยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีเท่านั้น”

สำหรับแนวโน้มตลาดบ้านสร้างเองในช่วงไตรมาส 2 สมาคมฯ ประเมินว่าความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคยังชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านโดยรวมครึ่งปีแรกมีแนวโน้มชะลอตัวตามไปด้วย โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบหลักนอกจากเรื่องค่าก่อสร้างและราคาพลังงานที่สูงขึ้นแล้ว ความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้ราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ยังมีนัยยะสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งส่งผลกับกำลังซื้อผู้บริโภคที่มีต่อภาคธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรเตรียมรับมือกับกำลังซื้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวที่จะเกิดขึ้น

โพสที่เกี่ยวข้อง