โครงการเปิดตัวใหม่พื้นที่ EEC ไตรมาส 1พุ่ง 8,420 ยูนิต เพิ่มขึ้น 65.6% คอนโดฯมาแรงกระจุกตัวในเมืองชลบุรี

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เผยผลสำรวจตลาดออสังหาฯไตรมาส 1 พื้นที่ EEC มีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเสนอขาย 50,401 ยูนิต แบ่งเป็นอาคารชุด 22,657 ยูนิต กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดชลบุรีมากถึง 88.7%  และบ้านจัดสรร 27,744 ยูนิต ด้านโครงการเปิดตัวใหม่ มีจำนวน 8,420 ยูนิต เพิ่มขึ้น 65.6% ส่วนใหญ่ 67.6% เป็นอาคารชุด

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยผลการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายในไตรมาส 1 พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ว่า  ภาพรวมในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด มีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเสนอขาย 50,401 ยูนิต เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นอาคารชุด 22,657 ยูนิต เพิ่มขึ้น 25.1% มูลค่า 80,972 ล้านบาท และบ้านจัดสรร 27,744 ยูนิต ลดลง -13.8%  มูลค่า 92,448 ล้านบาท โดยพบว่า หน่วยเสนอขายที่เป็นอาคารชุดส่วนใหญ่ 88.7% อยู่ในจังหวัดชลบุรี ขณะที่บ้านจัดสรรอยู่ในจังหวัดชลบุรี 49.3% ที่เหลือกระจายอยู่ในจังหวัดระยอง 34.2%  และฉะเชิงเทรา16.5%

ส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ใน EEC มีจำนวน 8,420 ยูนิต เพิ่มขึ้น 65.6% มูลค่า 32,240 ล้านบาท โดยหน่วยเปิดขายใหม่ส่วนใหญ่ 67.6% เป็นอาคารชุด และเกือบทั้งหมด 97.2% อยู่ในจังหวัดชลบุรี ขณะที่ทาวเฮ้าส์ 79.9% อยู่ในจังหวัดชลบุรีเช่นกัน ส่วนบ้านเดี่ยวอยู่ในจังหวัดชลบุรี 43.4 %และระยอง 41.8% แต่จังหวัดฉะเชิงเทรามีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ค่อนข้างน้อย

ขณะที่ยอดขายได้ใหม่ใน EEC มีจำนวน 6,557 ยูนิต มูลค่า 21,745 ล้านบาท โดยอาคารชุดขายได้ใหม่จำนวน 3,112 ยูนิต เพิ่มขึ้น 100% มีมูลค่าการขาย 9,749 ล้านบาท ซึ่งอาคารชุดที่ขายได้เกือบทั้งหมด 89.6% อยู่ในจังหวัดชลบุรี ขณะที่ยอดขายใหม่ของบ้านจัดสรรมีจำนวนเพียง 3,445 ยูนิต ลดลง-17.7% มูลค่า 11,996 ล้านบาท

ทั้งนี้ผลจากจำนวนอาคารชุดเปิดใหม่มีมากกว่าหน่วยที่ขายได้ใหม่ ส่งผลให้เกิดการสะสมของหน่วยเหลือขาย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี มีจำนวน 43,844 ยูนิต ลดลง -1.6% มูลค่า 151,674 ล้านบาท โดยอาคารชุดเหลือขาย 19,545 ยูนิต เพิ่มขึ้น 18% มูลค่ารวม 71,223 ล้านบาท ส่วนใหญ่ 88.5 อยู่ในจังหวัดชลบุรี ขณะที่บ้านจัดสรรมียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังมีจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ที่น้อยกว่าหน่วยที่ขายได้ใหม่มากพอสมควร ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายของบ้านจัดสรรจำนวน 24,299 ยูนิต ลดลง -13.2% มีมูลค่า 80,451 ล้านบาท

 “ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย EEC 3 จังหวัดไตรมาส 1  โดยเฉพาะตลาดอาคารชุดมีความคึกคักขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเท่านั้น โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่มากในโซนพัทยาถึงจอมเทียนมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 1.5 เท่า และมียอดขายใหม่ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1 เท่าตัว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโครงการที่เปิดใหม่ได้รับความสนใจเลือกซื้อมากกว่า ทำให้หน่วยขายได้ใหม่เพิ่มขึ้นมาก แต่หน่วยที่เหลือมาจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขายได้ช้ากว่า จึงทำให้หน่วยเหลือขายของอาคารชุดเพิ่มขึ้นมาก”

ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดชลบุรีที่มีหน่วยขายได้ใหม่สูงสุด 3 อันดับ คือทำเลจอมเทียน มียอดขาย 604 ยูนิต มูลค่า 2,428 ล้านบาท และอัตราการดูดซับ 3.6% ต่อเดือน ทำเลนิคมฯพานทอง-พนัสนิคม มียอดขาย 499 ยูนิต มูลค่า 616 ล้านบาท และอัตราการดูดซับ 18.4% ต่อเดือน และทำเลพัทยา-เขาพระตำหนัก มียอดขาย 481 ยูนิต มูลค่า 3,262 ล้านบาท และมีอัตราการดูดซับ 3.3%ต่อเดือน

สำหรับภาพรวมบ้านจัดสรรใน EEC มียอดขายได้ใหม่ลดลง โดยทาวน์เฮ้าส์มียอดขายได้ใหม่ลดลงถึง -28.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเป็นการลดต่อเนื่องมา 5 ไตรมาส   ขณะที่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมียอดขายได้ใหม่นี้ลดลง -9.1% และ -5.4%  ตามลำดับ

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง