สงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลให้ต้นทุนอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่ใช้พลังงานสูง เช่น เหล็ก, ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง (สัดส่วนต้นทุนพลังงานอยู่ที่ 35-50% ของต้นทุนรวม) นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบด้านราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยใน 1-2 เดือนนี้ ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวยังไม่สูงนัก ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นไปตามค่าขนส่ง เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต็อกสินค้าในช่วงก่อนการเกิดสงคราม รวมถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีการล็อกราคาวัสดุก่อสร้างจากคำสั่งซื้อล่วงหน้า ทั้งนี้ ณ 11 มี.ค. 2026 ราคา Billet ในจีนปรับตัวสูงขึ้น 6% จากในเดือน ก.พ. 2026 โดยหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ จะเป็นความเสี่ยงให้ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกจากปัจจุบัน รวมถึงการใช้งานลดลง จากการชะลอโครงการก่อสร้าง
- เหล็ก อุตสาหกรรมเหล็กไทยพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสำคัญ ได้แก่ Billet และ Slab โดยนำเข้าจากจีนในสัดส่วนสูงถึง 75% ของการนำเข้าวัตถุดิบประเภทดังกล่าวโดยรวม ทั้งนี้ Billet และ Slab ที่นำเข้านั้นได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางตั้งแต่ระดับเหล็กต้นน้ำ ผ่านช่องทางกลไกราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตเหล็กดิบ หรือ Sponge iron รายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเหล็กดิบเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในการผลิต Billet และ Slab เมื่อการผลิตเหล็กดิบจากอิหร่านลดลง และมีการผลิตเหล็กในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น จีน และอินเดีย มากขึ้น ได้ส่งผลให้ความต้องการใช้สินแร่เหล็ก และเศษเหล็ก ในประเทศดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ต้นทุน Billet และ Slab ที่ไทยนำเข้าจากจีนปรับตัวสูงขึ้นตามมา ทั้งนี้ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2026 ราคา Billet ในจีนปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 134 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งอยู่ที่ 127 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน หรือขยายตัวราว 6% อีกทั้ง การนำเข้าเหล็กยังเผชิญค่าขนส่งและค่าเบี้ยประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย
- ปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มีการใช้ความร้อนสูงจากถ่านหิน และมีต้นทุนค่าขนส่งสูง โดยต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วน 30-50% ของต้นทุนรวม ทั้งนี้แม้ไทยจะพึ่งพาการนำเข้าถ่านหินมาใช้ในเตาเผาปูนเม็ดจากออสเตรเลียและอินโดนีเซียเป็นหลัก แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ก็จะส่งผลให้ราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยในฐานะพลังงานทดแทน จึงส่งผลให้ต้นทุนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ปรับเพิ่มสูงขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- วัสดุก่อสร้างอื่นๆ แผ่นไม้แปรรูป ได้แก่ ไม้ปาติเกิ้ล และไฟเบอร์บอร์ด ของไทยมีการพึ่งพาการส่งออกไปตะวันออกกลางค่อนข้างสูง จึงเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านความต้องการหรือคำสั่งซื้อจากตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก อีกทั้งยังเผชิญปัญหาด้านการขนส่ง ทั้งการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการขนส่ง และต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งและเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มกระเบื้อง ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่ใช้พลังงานในระดับสูง อีกทั้ง ส่วนหนึ่งยังมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ รวมถึงสีทาอาคาร ซึ่งมีการใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก็มีแนวโน้มการปรับราคาให้เพิ่มสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิต ราคาวัตถุดิบ รวมถึงค่าขนส่งและค่าเบี้ยประกันภัยด้วยเช่นเดียวกัน

ภาคก่อสร้างมีแนวโน้มเผชิญการชะลอโครงการก่อสร้าง และต้นทุนสูงขึ้น
การก่อสร้างภาคเอกชนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากสงคราม ด้านรายได้ที่อาจลดลงจากการชะลอโครงการก่อสร้าง และต้นทุนก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยในส่วนของด้านรายได้นั้น นักลงทุนและผู้ประกอบการอาจชะลอการก่อสร้างโรงงานออกไป แม้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 การก่อสร้างโรงงานจะขยายตัว เป็นแรงหนุนการก่อสร้างภาคเอกชน ประกอบกับมูลค่าการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2025 สูงถึง 1,616 พันล้านบาท (+66%YOY) สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวของการก่อสร้างโรงงานในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ดี SCB EIC มองว่า สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย โดยหากสงครามยืดเยื้อจะเป็นปัจจัยที่มีผลให้นักลงทุนและผู้ประกอบการชะลอการก่อสร้างโรงงานออกไป อีกทั้ง ในส่วนของการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจชะลอการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ออกไปอีก จากการเปิดโครงการใหม่ในปี 2026 อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว เพื่อรอให้กำลังซื้อของผู้บริโภคผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่างฟื้นตัว ส่งผลกระทบด้านรายได้ของผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานโครงการภาคเอกชนเป็นหลักให้ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งการก่อสร้างภาคเอกชนยังได้รับผลกระทบด้านต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากการปรับขึ้นราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก, ปูนซีเมนต์, กระเบื้อง และสีทาอาคาร ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นไปตามต้นทุนพลังงานในการผลิต ราคาวัตถุดิบ รวมถึงค่าขนส่งและค่าเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ ในกระบวนการก่อสร้างยังมีการใช้น้ำมันสำหรับเครื่องจักรก่อสร้างอีกด้วย

อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบด้านกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวช้าออกไป กำลังซื้อชาวต่างชาติชะลอลง รวมถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้น
- ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายซ้ำเติมให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศฟื้นตัวช้าออกไป โดยราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ทำให้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่างประสบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกชะลอการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติ แม้จะได้รับอานิสงส์จากผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม แต่สัดส่วนกำลังซื้อกลุ่มดังกล่าวยังต่ำมาก
- ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้นจากต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กำลังซื้อยังไม่สามารถฟื้นตัว และการแข่งขันในตลาดยังเข้มข้น กดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยได้มากนัก อีกทั้ง มีความเสี่ยงชะลอการเปิดโครงการใหม่ออกไป โดย SCB EIC คาดว่าในปี 2026 ผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 39,000 หน่วย (-5%YOY) และในกรณีที่สงครามยืดเยื้อ คาดว่าจะหดตัว -10%YOY
อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะยิ่งชะลอการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ออกไป จากเดิมที่มีแนวโน้มระมัดระวังการเปิดตัวโครงการใหม่อยู่แล้ว โดย SCB EIC คาดว่าในปี 2026 ผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราว 39,000 หน่วย (-5%YOY) หดตัวต่อเนื่องจากในปี 2024-2025 ที่หดตัวราว -30% ถึง -40%YOY สำหรับในกรณีที่สงครามยืดเยื้อ คาดว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2026 มีความเสี่ยงที่จะหดตัวลงถึง -10%YOY ซึ่งจะกระทบต่อรายได้และกระแสเงินสดของผู้ประกอบการในระยะข้างหน้า
แนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
- ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้าง ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน และระบายสต็อกสินค้า จัดหาวัตถุดิบจาก Supplier อย่างหลากหลาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงอาจนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์สถานการณ์ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ผู้รับเหมาก่อสร้าง ต้องบริหารจัดการคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า อย่างสอดคล้องกับความต้องการใช้
เป็นพันธมิตรกับผู้ค้า และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างอย่างหลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง รวมถึงเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรักษาสภาพคล่องในธุรกิจได้ - ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรร่วมมือกับผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการต้นทุน เช่น กำหนดปริมาณการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างอย่างเหมาะสม ลดของเสียและความผิดพลาดจากการก่อสร้าง รวมถึงเร่งสร้างรายได้ โดยทำการตลาดขยายตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม รวมถึงปรับโมเดลธุรกิจบรรเทาข้อจำกัดของกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่าง เช่น การเช่า การเช่าซื้อ
ทั้งนี้ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้าง ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งพลังงานได้อย่างทั่วถึง สำหรับงานโครงการภาครัฐอาจขยายอายุสัญญาชั่วคราวโดยงดเว้นค่าปรับ รวมถึงเร่งรัดการเบิกจ่ายค่า K นอกจากนี้ อาจผ่อนคลายกฎระเบียบให้เอื้อต่อการซื้อที่อยู่อาศัยหรือพำนักระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยดึงดูดกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในไทยจากชาวต่างชาติได้





