แสนสิริชูแนวคิด ‘Sansiri WELL, IN EVERY DAY’ปั้น Well-Being Ecosystem เชื่อมที่อยู่อาศัย-คอมมูนิตี้-บริการ-ไลฟ์สไตล์

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี แสนสิริได้รับความไว้วางใจจากลูกบ้านกว่า 130,000 ครอบครัว ใน 500 โครงการทั่วประเทศ เดินหน้าปรับกลยุทธ์สร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยแนวคิด ‘Sansiri WELL, IN EVERY DAY — ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน’ เดินหน้าสร้าง Well-Being Ecosystem เปลี่ยนผ่านจากการสร้างบ้าน สู่การสร้างชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัย พร้อมยกระดับ Well-being ให้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการอยู่อาศัยที่สัมผัสได้จริง ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชัน

โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีในทุกวันผ่านความร่วมมือของทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้าน สถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม โดยมีมุมมองการออกแบบไม่ได้ยึดติดเพียงแค่ความสวยงามหรือกระแสชั่วคราว แต่ให้ความสำคัญกับ ความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น การจัดวางทิศทางแสงแดดและพื้นที่สีเขียวเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ตั้งแต่การรักษาต้นไม้เดิม การสร้างพื้นที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ไปจนถึงการออกแบบที่รองรับสัตว์เลี้ยงเพื่อสร้างความสุขที่สมบูรณ์

นอกจากนี้แสนสิริยังวางเป้าหมายสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การเป็น Net Zero เพื่อส่งต่อที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่าให้แก่ลูกหลาน สะท้อนให้เห็นว่าบ้านของแสนสิริถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ คืนสมดุลและมอบความอุ่นใจ ให้แก่ผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงในระยะยาว ภายใต้การทำงานของทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ ประกอบด้วย วทัญญู ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House), ปัทมาวดี ดีซอน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และพีร์ โปษยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้ร่วมถ่ายทอดเบื้องหลังกระบวนการคิด Design Thinking Process ที่ประสาน 3 ศาสตร์ดีไซน์อย่างไร้รอยต่อ

แนวคิดการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาพกายและใจ

แนวคิดในการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาพกายและใจภายใต้แนวคิดหลักที่เรียกว่า “Sansiri Well in Everyday” จะมุ่งเน้นให้ผู้อยู่อาศัยมี “ชีวิตดี รู้สึกดี ในทุกวัน” โดยครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการบริการที่ยั่งยืน ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้ทำตามเทรนด์ แต่เน้นที่ “Human Needs” หรือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นหลัก ผ่าน 3 ศาสตร์สำคัญ คือ สถาปัตยกรรม (Architecture), การออกแบบภายใน (Interior) และภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape)

การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape) เน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์จากธรรมชาติสูงสุด ไม่ใช่แค่ความสวยงาม โดยมีแนวคิดการออกแบบให้ลูกบ้านของแสนสิริได้สัมผัสแสงแดดและธรรมชาติอย่างน้อย 17 นาทีต่อวัน หรือ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี ด้วยการใช้ “Sensory Design” เช่น การคำนวณองศาของแสงแดดที่ตกกระทบ ช่วง 16-24 องศา เวลาประมาณ 17:00 น. และการสร้าง “Soundscape” ด้วยเสียงนกและเสียงน้ำ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกผ่อนคลายและมีอารมณ์ดีต่อเนื่อง

-การออกแบบสถาปัตยกรรม (Architecture) บ้านเป็นสื่อกลางระหว่างสภาพแวดล้อมกับคน โดยทำหน้าที่กลั่นกรองสิ่งไม่พึงประสงค์และดึงเอาธรรมชาติที่ดีภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน มีการออกแบบช่องแสงและช่องลมที่เหมาะสม เช่น หน้าต่างสูง หรือพื้นที่โปร่งโถง เพื่อดึงแสงธรรมชาติและลมเข้ามา นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพใจผ่านการออกแบบพื้นที่ที่รองรับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) เพื่อเติมเต็มความสุขทางจิตใจของผู้อยู่อาศัย

-การออกแบบภายใน (Interior) เน้นความหรูหราอลังการมาเป็นการออกแบบเพื่อ “คุณภาพชีวิต” และการคืนสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ เน้นการสร้างพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและให้ความรู้สึกปลอดภัย จุดเด่นคือการใช้พื้นที่แบบ Triple หรือ Double Volume เพื่อเชื่อมต่อการมองเห็นและความรู้สึกของคนในครอบครัวที่อยู่ต่างชั้นกัน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และสร้างความอุ่นใจให้กับสมาชิกในครอบครัว

โดยเป้าหมายสูงสุดของแสนสิริ คือ การออกแบบที่ไม่ได้เริ่มจากคำว่า Wellbeing เป็นที่ตั้ง แต่เริ่มจากการออกแบบ “การใช้ชีวิตที่ดี” โดยให้ผลลัพธ์ที่ตามมาคือสุขภาพกายและใจที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีก 30-50 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้แสนสิริเชื่อว่าบ้านไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้างชีวิต (Constructing Life) โดยมองว่าบ้านในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ความกว้างใหญ่ แต่แข่งกันที่ “คุณภาพชีวิต” ดังนั้นการออกแบบจึงมุ่งเน้นไปที่ ธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ความปลอดภัย ความสัมพันธ์ และความเป็นตัวของตัวเอง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง ความอุ่นใจ เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถ “ทิ้งตัว” ได้อย่างแท้จริง

ทลายกำแพงระหว่างชั้นด้วย Triple Volume

ในด้านของสถาปัตยกรรม บ้านแนวราบของแสนสิริถูกออกแบบให้เป็น”สื่อกลาง”ที่ดึงเอาธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายใน เทคนิคที่โดดเด่นคือการสร้างพื้นที่แบบ Triple หรือ Double Volume ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อเชื่อมต่อการใช้ชีวิตของคนในบ้าน โดการออกแบบโถงแบบ Double Volume ช่วยให้สมาชิกที่อยู่คนละชั้นสามารถมองเห็นและสื่อสารกันได้ เช่น คุณพ่อที่อยู่ชั้น 3 สามารถมองลงมาเห็นลูกๆ ที่เล่นอยู่ชั้นล่าง ช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและปลอดภัย

ส่วนการออกแบบภายในเปลี่ยนจากการสร้างความตระการตาหรือการใช้แบรนด์เนมราคาแพง มาเป็นการทำให้ลูกบ้าน “เห็นภาพตัวเอง” ในการใช้ชีวิตจริง โดยแสนสิริให้ความสำคัญกับความสุขส่วนบุคคล แม้จะเป็นสไตล์ที่ฉูดฉาดอย่าง Maximalism หรือเต็มไปด้วยของสะสม ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาวะที่ดีที่สะท้อนตัวตนและสร้างความสบายใจให้กับผู้อยู่อาศัย

ด้านงานออกแบบแลนด์สเคปเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่แสนสิริฝให้ความสำคัญ โดยไม่ได้มองว่ามีหน้าที่เพียงแค่จัดสวนเพื่อความงาม แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางนิเวศวิทยา โดยมีเทคนิคที่น่าสนใจ คือ Sensory Design การคำนวณองศาของแสงแดดที่ตกกระทบผิวอาคารต้องอยู่ในระดับ 16-24 องศา เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับแสงธรรมชาติอย่างน้อย 17 นาทีต่อวัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างสมดุลกายและใจ

Soundscape การสร้างสภาพแวดล้อมทางเสียง เช่น การปลูกต้นไม้ดึงดูดนกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ หรือการวางทิศทางเสียงน้ำ เพราะการได้ยินเสียงธรรมชาติเพียง 1 ครั้งต่อวัน สามารถช่วยให้มีอารมณ์ดีต่อเนื่องไปได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง

Green Corridor การสร้างแนวระเบียงสีเขียวที่ไม่อยู่แค่ในรั้วโครงการเท่านั้น แต่ต้องการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวคืนสู่เมืองและประเทศ เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนและอุ้มน้ำอย่างยั่งยืน

โดยแสนสิริมุ่งเน้นการออกแบบที่เรียกว่า Responsible Architecture หรือสถาปัตยกรรมที่รับผิดชอบต่อโลก ที่คำนึงถึงวงจรชีวิตของบ้านที่ต้องอยู่ไปอีก 30-50 ปีข้างหน้า ดังนั้นงานดีไซน์จึงต้องตอบรับกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission (Net Zero) เพื่อส่งต่อโลกและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกหลานในอนาคต

ล่าสุดเตรียมยกระดับ Sansiri Community แห่งใหม่ จากปัจจุบันมีกว่า 17 คอมมูนิตี้ทั่วประเทศ มูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท สู่การพัฒนาสังคมการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด ‘Sansiri WELL, IN EVERY DAY — ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน’ พร้อมเปิดตัว Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community และบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ที่อยู่อาศัยแห่งใหม่และบ้านที่เข้าใจพื้นฐานการใช้ชีวิต รวมถึงการเปิดตัว S Quarter สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ย่านกรุงเทพกรีฑา เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การใช้ชีวิตที่ดีให้สมบูรณ์แบบ

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19 โรงแรม

โพสที่เกี่ยวข้อง