“เดอะแลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ” พลิกโฉมอาคารประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีสู่โรงแรมหรูระดับห้าดาวพร้อมอวดโฉมปี’69

ช่วงนี้ใครนั่งเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ฝั่งตรงข้ามกับห้างไอคอนสยาม จะเห็นอาคารรูปทรงไทยผสมผสานกับอาคารสมัยใหม่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันงานก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จและเตรียมจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ ตั้งอยู่ในเขตบางรัก ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพฯ ทำให้การได้ครอบครองที่ดินหรือพัฒนาโครงการบนพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานถือเป็น “Rare Item” ที่หาได้ยากยิ่ง ที่กำลังจะเปลี่ยนอาคารประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมระดับโลก ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างกลุ่มบริษัทแลงแฮม ฮอสปิทัลลิตี้ กรุ๊ป และ Rabbit Holdings บริษัทในเครือ BTS Group

โดยใช้ชื่อโครงการว่า “เดอะแลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ (The Langham, Custom House, Bangkok)” เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งใหม่ริมเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านบางรัก ซึ่งเป็นการผสมผสานองค์ประกอบไทยดั้งเดิมเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตกของอาคารได้อย่างลงตัว การผสมผสานที่สง่างามนี้จะสะท้อนให้เห็นทั่วทั้งโรงแรม ตั้งแต่ห้องพักสุดหรูและห้องจัดเลี้ยงที่หันหน้าไปทางแม่น้ำ ไปจนถึงสปาที่เงียบสงบและพื้นที่ส่วนกลางที่อบอุ่น สร้างบรรยากาศที่แสดงความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของประเทศไทย พร้อมมอบความหรูหราทันสมัยที่หาที่เปรียบไม่ได้

โรงแรมเดอะแลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนสถานที่เดิมของ”โรงภาษีร้อยชักสาม หรือ ศุลกสถาน (Customs House)” ที่ปิดปรับปรุงไปตั้งแต่ปี 2563 ก่อนจะปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมหรูจำนวน 78 ยูนิต ใช้งบการลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยได้มีการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมอาคารโบราณสถานบนที่ดินราชพัสดุ จำนวน 3 แปลง ขนาดพื้นที่โครงการกว่า 5 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอย 8,240 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง 36

แบ่งการพัฒนาออกเป็นเป็น 5 อาคาร อาทิ อาคารโรงแรม (B1) จำนวน 1 อาคาร สูง 5 ชั้น มีห้องพักรวม 80 ห้อง, อาคารบริการ (B2) จำนวน 1 อาคาร มีชั้นเดียว, อาคารภัตตาคารและห้องประชุม (B3) จำนวน 1 อาคาร ชั้นเดียว ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยเฉพาะชั้นใต้ดิน, อาคารภัตตาคาร (B4) จำนวน 1 อาคาร มีชั้นเดียว และอาคารโบราณสถาน (B5) จำนวน 3 อาคาร ได้แก่ อาคาร (B5-A), (B5-B) และ (B5-C)

โดยตัวโครงการออกแบบให้มีทางเชื่อมระหว่างอาคารโรงแรม (B1) และอาคารโบราณสถาน (B5) เชื่อมเป็นที่เดียวกัน ส่วนบริเวณชั้น 3 ของอาคารโรงแรม (B1) จะเชื่อมต่อกับชั้นที่ 2 ของอาคารโบราณสถาน (B5-C) เป็น Sky Walk เชื่อมระหว่างทั้งอาคารโรงแรม และอาคารโบราณสถานเข้าด้วยกัน

โดยไฮไลท์สำคัญคือ T’ang Court ร้านอาหารกวางตุ้งระดับมิชลินสามดาวจากฮ่องกง อีกทั้งยังมี Chuan Spa สปาสไตล์จีนที่นำปรัชญาธาตุทั้งห้าของจักรพรรดิจีนมาผสมผสาน

จากโรงภาษีร้อยชักสามสู่โรงแรมหรูระดับห้าดาว

ย้อนประวัติความเป็นมาก่อนที่จะเป็นโรงแรมเดอะแลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ เดิมเป็นอาคารศุลกากรซึ่งสร้างขึ้นในปี 1888 โดยฝีมือช่างสถาปัตยกรรมแบบนีโอพัลลาเดียนโดยสถาปนิก โจอาคิม กราสซี พื้นไม้สัก บันไดกลางขนาดใหญ่ และโถงทางเดินสี่ชั้นที่โอ่อ่า ล้วนเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูสู่ประเทศไทย อาคารแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของราชวงศ์ และแม้กระทั่งงานเฉลิมฉลองการเสด็จกลับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จากการเสด็จพระราชดำเนินในทวีปยุโรป

หลังจากนั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นโบราณสถาน โดยกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตที่ดินในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2545 ด้านประวัตินั้นกลุ่มอาคารนี้ก่อสร้างใน  2427 เริ่มจากอาคารไปรษณียาคาร และอาคารภาษีขาเข้า-ขาออก ต่อมาเมื่อกิจการภาษีเจริญขึ้นจึงได้มีการกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตปลูกสร้างอาคารศุลกสถาน หรือ Customs House  โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2429 มาแล้วเสร็จในปี  2433 และเปิดทำการเรื่อยมาจนถึงปี 2492 นับเป็นเวลากว่า 60 ปี กระทั่งมีการเปิดท่าเรือทันสมัยแบบสากลที่ท่าเรือคลองเตย กรมศุลกากรจึงย้ายที่ทำการไปอยู่ที่คลองเตยจนถึงปัจจุบัน

นอกจากจะเป็นอาคารที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจแล้ว ในด้านสถาปัตยกรรมที่นี่ยังเป็นผลงานชิ้นเอกของ โยอาคิม แกรซี (Joachim Grassi) สถาปนิกและผู้รับเหมาชาวต่างชาติซึ่งทำงานให้กับราชสำนักสยาม และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานก่อสร้างแบบตะวันตกมากที่สุดในบรรดาสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาทำงานในยุคเดียวกันนั่นคือช่วงรัชกาลที่ 5

ทั้งนี้โรงแรมเดอะแลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ เตรียมเผยโฉมภายในช่วงปลายปี 2569 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ โครงการแห่งนี้จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาให้เป็นโรงแรมระดับลักชัวรี ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของความลักชัวรีที่ยังคงมีกลิ่นอายจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 130 ปี

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง