บริษัทวี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน เดินหน้าพลิกโฉมองค์กรในรอบ 11 ปี ประกาศรีแบรนด์บริษัทใหม่เป็น “บริษัทกลุ่มวีบียอนด์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน)” หรือ V BEYOND X GROUP PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมแต่งตั้ง CEO และ Deputy CEO บริษัทในเครือ ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจแบบ Quick Win ตั้งเป้ากำไรทะยาน 1,000 ล้านบาท รวมทั้งกรุ๊ป และ Spin-off เข้าตลาดมหาชนภายใน 2 ปี
พร้อมเปิดตัวบริษัทใหม่ บริษัทวีบียอนด์ เน็กซ์ เอกซ์ จำกัด หรือชื่อเดิม บริษัท บริษัทวีบียอนด์ เมเนจเม้นท์ จำกัด ที่ทรานส์ฟอร์มจาก Core Business เดิม เสริมความแข็งแกร่งด้านยุทธศาสตร์การเงิน การขาย การลงทุน และการบริหารจัดการสินเชื่อลูกค้ารายย่อย (Retail Finance) มุ่งเป้ายกระดับบริษัทให้เป็น “ศูนย์กลางค้าส่งอสังหาริมทรัพย์” (Real Estate Wholesale Hub) ที่มีอำนาจต่อรองสูงที่สุดในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มทุกอาชีพทุกเซกเมนต์
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวบริษัทใหม่ที่เน้นเจาะตลาดบ้านรีโนเวทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นเทรนด์ธุรกิจอสังหาฯในปัจจุบันภายใต้บริษัท บ้านสร้างตัว กรุ๊ป จำกัด มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรม Value Creation พลิกฟื้นอสังหาริมทรัพย์มือสองให้เป็นที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงและจับต้องได้ โดยจับมือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์และธนาคารชั้นนำ ยกระดับไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านการรีโนเวทบ้านและคอนโดฯ

ดร.วรเดช รุกขพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทกลุ่มวีบียอนด์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านสร้างตัว กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้จะช่วยสร้าง New S-Curve ใหม่ให้กับองค์กร ทำให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วในการทำธุรกิจมากขึ้น เปรียบเสมือนองค์กรขนาดใหญ่ที่ปรับตัวให้ Lean และ Flexible เพื่อพร้อมแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังรุกสร้างฐาน “รายได้ประจำ” (Recurring Income) ผ่านการขยายช่องทางธุรกิจที่ส่งเสริมกันอย่างยั่งยืน ทั้งในส่วนของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Academy) และการร่วมทุน (Joint Venture) กับองค์กรชั้นนำทั่วโลกที่มีความชำนาญหลากหลายด้าน เพื่อยกระดับ Ecosystem ด้าน PropTech ของวีบียอนด์ฯ ให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการบ้านสร้างตัว ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่เน้นนำบ้านมือสองและทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จากสถาบันการเงินมารีโนเวทใหม่ เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางระดับในระดับราคาเฉลี่ย 1- 4 ล้านบาทมีทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยจะเปิดตัวพอร์ตทรัพย์เฟสแรกก่อนจำนวน 7,000 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 60% และบ้านแนวราบ 40% ครอบคลุมทำเลในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
พร้อมบริการตกแต่งครบแบบพร้อมเข้าอยู่ทันที โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกรีโนเวตใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนพื้น สุขภัณฑ์ และทาสีใหม่ โดยงบประมาณการปรับปรุงจะถูกควบคุมไม่ให้เกิน 20% ของราคาทรัพย์ เพื่อรักษาความคุ้มค่าพร้อมให้ลูกค้าสามารถ “หิ้วกระเป๋าใบเดียวเข้าอยู่ได้เลย” โดยการปรับปรุงบ้านจำนวนมากในครั้งนี้บริษัทจะใช้เครือข่ายผู้รับเหมาอิสระผ่านแพลตฟอร์ม “สไปเดอร์” (Spider) ซึ่งช่วยกระจายรายได้ไปสู่ผู้รับเหมาแรงงานรายย่อยทั่วประเทศ
นอกจากนี้บริษัทยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง 17 รายการ เช่น ค่าธรรมเนียมโอน มิเตอร์น้ำ-ไฟ และค่าส่วนกลาง เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นทรัพย์สินในหมู่บ้านจัดสรรจากแบรนด์ชั้นนำของบริษัท เพื่อความมั่นใจในสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน โดยตั้งเป้าจะเปิดตัวโครงการบ้านสร้างตัวเฟสแรกในเดือนมิถุนายนนี้และตั้งเป้าจะปิดการขายได้ภายใน 1 ปี ผ่านช่องทางการจองแบบ Omni-channel โดยเปิดลูกค้าให้จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง อาทิ Line, Google, Shopee และ Lazada เพื่อความสะดวกและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้หากมีผู้สนใจทรัพย์เดียวกันมากกว่า 1 ราย จะใช้ระบบ Waiting List และการ Qualifying ตามลำดับความพร้อมทางการเงินและการผ่านเงื่อนไขโรงเรียนการเงิน
ทั้งนี้บริษัทจะนำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จากบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) มากกว่า 5 แห่ง รวมถึง BAM และ SAM) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาด NPA รวมกันกว่า 30% ของประเทศมาปรับปรุงใหม่ (Renovate) ให้มีสภาพพร้อมเข้าอยู่ 100% และร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการขยายช่องทางการจอง ภายใต้โมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นการหมุนเวียนทรัพย์สินอย่างรวดเร็วและการสร้างโอกาสทางสังคม ควบคู่ไปกับการตั้งเป้าหมายกำไรของกลุ่มบริษัทที่ 1,000 ล้านบาท และเตรียมพร้อมสำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Spin-off) ในต้นปีหน้า

โดยโครงการบ้านสร้างตัวมีจุดเด่นคือ “แคมเปญ 0 บาท” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ากู้ได้เต็มจำนวนและผ่อนชำระในอัตราคงที่เพียง 5,000 ถึง 10,000 บาท นาน 3 ปี แบ่งเป็น
- กลุ่มรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท: ผ่อนชำระ 5,000 บาท/เดือน
- กลุ่มรายได้สูงกว่า 30,000 บาท: ผ่อนชำระ 10,000 บาท/เดือน
อย่างไรก็ตามหากอัตราดอกเบี้ยหรือยอดผ่อนของธนาคารสูงกว่าเรทที่กำหนด บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนต่างนั้นแทนลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าจ่ายในราคาที่กำหนดเท่านั้น โดยเงินที่ลูกค้าผ่อนในช่วง3 ปีแรกจะถูกตัดเงินต้นทั้งหมด เพื่อช่วยลดภาระหนี้และทำให้การกู้ยืมในระยะยาวทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้ซื้อยังสามารถจองและทำสัญญาที่อยู่อาศัยในราคาปัจจุบันได้ทันที แม้ในอนาคตอีก 1-3 ปีข้างหน้า ราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนบ้านใหม่จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตามแต่ราคาสินค้าจะไม่ถูกปรับขึ้น
สำหรับผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าออนไลน์, ช่างแต่งหน้า หรือผู้ที่มีภาระหนี้สูง โครงการมีระบบเตรียมความพร้อมผ่าน “โรงเรียนการเงิน” โดยทำงานร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสร้างประวัติทางการเงินให้กับลูกค้าก่อนที่จะยื่นกู้กับสถาบันการเงิน ล่าสุดได้มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับบริษัทเอกชนระดับประเทศ 3 แห่ง เพื่อให้พนักงานสามารถใช้สวัสดิการในการกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น โดยใช้การตัดเงินเดือนเป็นตัวค้ำประกันความเชื่อมั่น





