• แสนสิริ (SIRI) เผย Q1 ปี 2569 รักษาโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย กำไรสุทธิ 864 ล้านบาท โต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้รวม 6,691 ล้านบาท
• ปิดการขายเฟสแรกนาราสิริ 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1,500 ลบ. สะท้อนแบรนด์แข็งแกร่งลูกค้าให้ความมั่นใจ พร้อมยอดขายรอโอนสูงถึง 24,000 ล้านบาท พร้อมบุ๊กเป็นรายได้ปีนี้ทันที 50%
• ไตรมาส 2 เปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท เน้นสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์
• กลยุทธ์ Speed to Market ล็อกต้นทุน เตรียมรับรู้รายได้คอนโดใหม่ต่อเนื่อง มั่นใจ ครึ่งปีแรกโตตามเป้า รับอานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำและมาตรการรัฐหนุน
วิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของแสนสิริ สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจที่มีหลากหลายปัจจัยที่ไม่คาดคิด โดยเรายังพยายามในการบริหารจัดการในทุกด้านเพื่อรักษาระดับการเติบโต โดยไตรมาสแรกนี้ มียอดขายอยู่ที่ 13,300 ล้านบาท ด้านรายได้รวมอยู่ที่ 6,691 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 864 ล้านบาท โต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการทยอยโอนคอนโดมิเนียมหลายโครงการในปีนี้

ด้านตลาดแนวราบจะมีการแข่งขันที่เข้มข้น แต่แสนสิริยังคงสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะความสำเร็จของแบรนด์ ‘นาราสิริ’ ในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection ที่โชว์ฟอร์มปิดการขายเฟสแรกทันทีในช่วงพรีเซล ทั้งที่โครงการกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี กวาดยอดขายรวมทะลุ 1,500 ล้านบาท จนต้องเร่งเปิดเฟสใหม่เพื่อรองรับความต้องการ เช่นเดียวกับโครงการ ‘เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ’ ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมจนปิดเฟสแรกได้ในรอบพรีเซล สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่อย่าง ‘เลิฟ เจริญนคร’ สามารถทำยอดขายช่วงพรีเซลไปได้กว่า 1,500 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังมีความมั่นคงทางรายได้จากยอดขายรอโอน (Backlog) ที่สูงกว่า 24,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ได้ถึง 50% ของยอดรวมทั้งหมด”
ด้านยอดโอนทยอยรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ได้แก่ Via 34 ลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลศักยภาพสุขุมวิท 34, Via 61 ลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียม ในซอยสุขุมวิท 61, เดอะ เบส เชิงทะเลที่ทำยอดขายได้แล้ว 90% และเดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา รวมถึงรายได้จากธุรกิจใหม่ ต้นแบบ Crafted by Sansiri ธุรกิจรับสร้างบ้าน
สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ แสนสิริยังคงเดินหน้าตามแผนการเปิดโครงการใหม่ โดยไตรมาส 2 เปิด 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท เน้นสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์ อาทิ เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ (Setthasiri Great Wongwaen-Chatuchot), เมเบิล ประชาอุทิศ 90 (Mabel Prachauthit 90) แบรนด์บ้านเดี่ยวใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้นเพียง 5 ล้านบาท, เตรียมส่งคอนโดมิเนียมโครงการระดับไอคอนิกอย่างเอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai), เวีย 34 (Via 34), ดีคอนโด วีเต (Dcondo Vite) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในไตรมาส 2 ได้แก่ เวีย 61 (Via 61), เดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) และเดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น (THE BASE Srichan Khonkaen)

แสนสิริ คาดการณ์แนวโน้มไตรมาส 2 ยังคงเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่สูงโดยเฉพาะสงครามราคา ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายจากข้อเสนอของผู้ประกอบการ ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ (1%) รวมถึงแรงหนุนจากการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว 1 ปี สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570) จะเป็นโอกาสของกลุ่มเรียลดีมานด์กับราคาที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ที่ดีที่สุด สำหรับแสนสิริ ได้ร่วมกับ 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง ไทยพาณิชย์-กรุงไทย จัดทำโปรโมชั่น “ไม่ต้องผ่อน สูงสุด 48 เดือน” แบ่งเบาภาระที่คุ้มค่าและยาวนานที่สุดกับบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม ที่ร่วมรายการ
“ภาคธุรกิจยังคงกังวลกับต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง สำหรับแสนสิริเราได้วางแผนล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าไว้บางส่วนเพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าราคาอาจปรับขึ้นตามกลไกตลาดในระยะต่อไป ในทางกลับกัน เรายังเห็นปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบของโลก แม้ในระยะแรกชาวต่างชาติจะเริ่มจากการเช่าอาศัย แต่เชื่อว่าจะนำไปสู่การตัดสินใจเป็นเจ้าของในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่มีแรงหนุนแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัย การลงทุน และการรักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ด้วยจุดแข็งของแบรนด์แสนสิริ ทั้งในด้านคุณภาพ ดีไซน์ บริการหลังการขาย และความคล่องตัวในการปรับตัวตามเทรนด์ตลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เราเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” วิชาญ กล่าว





