นักลงทุนดูไบ-ตะวันออกกลางหนีสงครามปักหมุดภูเก็ต “Gardens of Eden” โกยยอดขายต่างชาติเดือนเม.ย.ทะลุ 21 ยูนิต

โครงการ Gardens of Eden ทำยอดขายเดือนเมษายนเติบโตต่อเนื่องมียอดจองจากกลุ่มนักลงทุนรวม 21 ยูนิต หนุนดีมานด์ใหม่จากลูกค้าชาวดูไบและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและนักลงทุนที่มองหายูนิตขนาดใหญ่ ส่งผลให้ห้องพักแบบ 3 ห้องนอนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2572 ตามแผนที่วางไว้

James Thackray หัวหน้าฝ่ายขายฝั่งตะวันตกและพันธมิตรเอเจนซีต่างประเทศของ Amal Group กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังผลักให้ตลาดอสังหาฯภูเก็ตได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุนและเอเจนซีในภูมิภาค โดยเฉพาะจากดูไบ ซึ่งเริ่มเห็นเอเจนต์จำนวนมากเดินทางเข้ามาสำรวจตลาดและดูโครงการในภูเก็ตด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำเสนอให้ลูกค้า ส่งผลให้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาโครงการGardens of Eden มียอดจองจากกลงทุนรวมทั้งสิ้น 21 ยูนิต ประกอบด้วยยูนิตแบบ 1 ห้องนอน จำนวน 10 ยูนิต และ 2 ห้องนอน จำนวน 8 ยูนิต ส่วน 3 ห้องนอน จำนวน 3 ยูนิต คิดเป็นการเติบโต 67% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้ยูนิตแบบ 3 ห้องนอนในเฟสแรกปิดการขายได้ทั้งหมด ทำให้ทางโครงการได้ตัดสินใจปรับผังบางส่วนของยูนิตแบบ 1 ห้องนอนเพื่อพัฒนาเป็นยูนิตแบบ 3 ห้องนอนเพิ่มขึ้น

การเติบโตและทิศทางยอดขายดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ซื้อในดูไบ ทั้งชาวเอมิเรตส์และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มมองหาจุดหมายทางเลือกสำหรับบ้านพักหลังที่สอง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ขณะที่เฟสแรกของโครงการ Eden Residences ใกล้แล้วเสร็จ ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถมองเห็นภาพการลงทุนและการใช้ชีวิตได้ชัดเจนมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกลุ่ม Lifestyle Buyers และครอบครัวที่มองหายูนิตขนาดใหญ่

ส่งผลให้ความต้องการยูนิตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะห้องพักแบบ 3 ห้องนอนกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ในภูเก็ต โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติระดับโลก ระบบสาธารณสุขมาตรฐานสากล สิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ และคุณภาพชีวิตโดยรวมของภูเก็ต นอกจากนี้แนวคิดการออกแบบของโครงการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของ Gardens of Eden ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ปกครอง ด้วยการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิดการอยู่อาศัยสีเขียว ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยกว่า 70% ของพื้นที่โครงการถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ทั้งสวนสีเขียว ทะเลสาบ และพื้นที่พักผ่อนภายในโครงการ

ขณะที่ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากหาดบางเทาเพียง 50 เมตร ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ภายในโครงการแบ่งการพัฒนาออกเป็น 4 เฟสหลัก ได้แก่ Eden Residences โครงการบีชฟรอนต์ขนาด 72–468 ตารางเมตร, Park Residences ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Garden Living ขนาด 50–223 ตารางเมตร และ Lake Residences ขนาด 52–123 ตารางเมตร พร้อมวิวทะเลสาบและพื้นที่สีเขียวโดยรอบ นอกจากนี้ยังรวมถึง Etro Residences คอลเลกชันเรสซิเดนซ์ระดับ Ultra-Luxury จำนวน 8 ยูนิต ขนาด 222–438 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็น Branded Residences แห่งแรกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์แฟชั่นระดับโลก โดยทุกเฟสของโครงการจะได้รับการเติมเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ เวลเนส และอาหารระดับพรีเมียมอย่างครบครัน

ปัจจุบัน Eden Residences มียอดขายแล้ว 82% ขณะที่ Park Residences มียอดขายอยู่ที่ 68% และ Etro Residences ซึ่งเป็นคอลเลกชันเรสซิเดนซ์ระดับ Ultra-Luxury จำนวน 8 ยูนิต มียอดจองแล้ว 2 ยูนิตจากกลุ่มผู้ซื้อระดับ High-Net-Worth โดยโครงการทั้งหมดคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2572 ตามแผนที่วางไว้

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง