ศรีเทพไทยพัฒนาเดินหน้าลุยธุรกิจอสังหาฯต่อเนื่องเมืองบางปะกง สร้างสถิติยอดขายจากการบอกปากต่อปากสูงถึง 50% ผ่านการขับเคลื่อนภายใต้ 2 แบรนด์หลัก “ศรีเทพวิลเลจ” ราคาเริ่ม 1.99-2.9 ล้านบาท และ “เทพสิริวิลล่า” ราคาเริ่ม 2.1-5 ล้านบาท ปี 2569 เปิด 3 โครงการใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่าขายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมลุยซื้อที่ดินเพิ่มอีก 200 ไร่ รองรับรแผนการพัฒนา 7 โครงการใหม่ในอนาคต
สรสินธุ ไตรจักรภพ ประธานอาวุโส บริษัทศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มศรีเทพไทยเติบโตมาจากอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันมีบริษัทในเครือและร่วมทุนกว่า 20 บริษัท สามารถสร้างรายได้รวมปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยมีพอร์ตหลักมาจากธุรกิจพลาสติก 40% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้พัฒนาโครงการหลากหลายรูปแบบ อาทิ นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี, อาคารสำนักงานให้เช่าภายใต้ชื่อบางนาธานี, คลังสินค้าให้เช่า และโครงการบ้านจัดสรรภายใต้บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด
โดยปัจจัยที่บริษัทก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่อยู่อาศัย เพราะมองว่าบ้านคือปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิต จึงต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดให้สังคมโดยไม่ได้มุ่งเน้นที่ผลกำไรจำนวนมาก แต่ต้องการส่งมอบบ้านที่ดีที่สุดในราคาที่ทุกคนจับต้องได้จริง เพื่อให้กลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้น้อยและคนทำงานในจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการมาแล้ว 4,000 ยูนิต
แม้ภาพรวมธุรกิจที่อยู่อาศัยจะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ แต่ศรีเทพไทยพัฒนายังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของบ้าน โดยยึดมั่นการตั้งราคาขายบนฐานต้นทุนความเป็นจริง และกำหนดอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 30% อัตรากำไรสุทธิไม่เกิน 10% เท่านั้น

ณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด กล่าวว่า กลุ่มศรีเทพไทยพัฒนาก่อตั้งเมื่อปี 2537 พัฒนาโครงการแรกคือ ศรีเทพไทย บ้านสวนบางนา มูลค่าโครงการ 1,199 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นในปี 2540 บริษัทได้เผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากวิกฤตต้มยำกุ้ง ทั้งปัญหาทั้งด้านสภาพคล่องและการขาดแคลนทุน แต่บริษัทก็ไม่ได้หยุดนิ่งในการลงทุนและใช้เวลาเพียง4 ปีในการพลิกฟื้นกิจการให้กลับมาดำเนินงานอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในพื้นที่บางปะกง ภายใต้วิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุงเน้นพัฒนาโครงการ เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าโดยให้ความสำคัญกับการสร้างความคุ้มค่าทางด้านราคา ทำเลที่ตั้งของโครงการ การออกแบบ การให้บริการ และภาพลักษณ์โครงการ
โดยข้อได้เปรียบของบริษัทมาจากความแข็งแกร่งใน 2 มิติหลัก คือ ความเชี่ยวชาญในทำเลที่หยั่งรากลึกมานานกว่า 3 ทศวรรษ ทำให้บริษัทมีความเข้าใจในตัวตลาด บริบทของชุมชน และความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อในพื้นที่บางปะกงและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และความสำเร็จในการพัฒนาระบบหลังบ้านควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งเห็นได้จากการวางระบบบริหารจัดการทีมขายและการตลาดเชิงรุกที่ผสานความใกล้ชิดกับชุมชน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าที่ไร้รอยต่อข้ามโครงการ
ส่งผลให้บริษัทครองแชมป์ยอดขายในพื้นที่บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราต่อเนื่อง 5 ปีตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน โยในปี 2568 ที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้ 500 ล้านบาท และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค จนสร้างสถิติมียอดขายที่มาจากลูกค้าบอกต่อ (Word of Mouth) สูงถึง 50% อีกด้วย
ปัจจุบันกลุ่มศรีเทพไทยพัฒนาได้ขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แบรนด์บ้หลัก คือ ศรีเทพวิลเลจระดับราคาเริ่มต้น 1.99 -2.9 ล้านบาท และเทพสิริวิลล่าราคาเริ่มตั้งแต่ 2.1 – 5 ล้านบาท ล่าสุดมุ่งเน้นนวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบไฮบริด โดยพัฒนาบ้านแฝดชั้นเดียวและสองชั้นให้มีความรู้สึกและฟังก์ชันเสมือนบ้านเดี่ยวในระดับราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท ภายใต้พันธกิจ Beyond Housing Developer We Build More Than Houses, We Build Life

สำหรับแผนการสร้าง Future Growth บริษัทได้วางนโยบายการเติบโตอย่างมั่นคง โดยจะพัฒนาโครงการใหม่ไม่เกิน 3 โครงการต่อปี สำหรับปี 2569 บริษัทวางแผนเปิดตัว 3 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ศรีเทพมู ลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยจะเปิดการขายในช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 600 ล้านบาท และจะปรับเพิ่มเป็น 700 ล้านบาทในปี 2570 ล่าสุดได้ซื้อที่ดินสะสมเพิ่มอีก 200 ไร่ เพื่อรองรับแผนการพัฒนา 7 โครงการใหม่ในอนาคต





