บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจอสังหาในรูปแบบของคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในชุมชนต่างๆที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของชุมชน โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกลุ่มธุรกิจนั้น ความสามารถและวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรมีความสำคัญที่สุดในการที่จะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติที่เกิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นโจทย์หลักที่ท้าทาย ในการปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับและเข้าถึงชุมชนได้ตรงตามที่ได้วางเป้าหมายไว้

สุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทได้ดำเนินธุรกิจด้วยโจทย์ที่มีความยาก ความท้าทายสูงพอสมควร ซึ่งมีทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และต้องปรับตามโลกที่หมุนเร็วขึ้นในทุกวัน โโยแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ บริษํทเล็งเห็นว่าศูนย์การค้าหลายแห่งมีการแข่งขันกันด้วยขนาด พื้นที่ และจำนวนร้านค้า ทำให้ JAS Community Mall เลือกเดินในเส้นทางและวางกลยุทธ์ที่แตกต่าง เพราะเชื่อว่าศูนย์การค้าที่มีคุณค่าที่สุด อาจไม่ใช่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด แต่คือศูนย์การค้าที่เข้าใจผู้คนในชุมชนมากที่สุด
ปี 2569 จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายสูงมากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยโอกาสจากที่เห็นในชุมชน ทำให้มีการปรับขยายธุรกิจ ในหลายๆ สาขาของ ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มีอยู่ตอนนี้ คือกลุ่มพันธมิตรที่มีอยู่ เติบโตมาด้วยกันกับเราตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยทำให้เกิด Tenant Mix ที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาให้เติบโตไปด้วยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแม้ศูนย์การค้าขนาดใหญ่จะแข่งกันเป็น Destination ของเมือง แต่ในส่วนของ JAS Community Mall วางกลยุทธ์ให้เป็น Destination ของชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มเจเอเอส แอสเซ็ทเติบโตเคียงข้างชุมชน ผ่าน Community Mall ในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเชื่อเชื่อมั่นในแนวทางการเติบโตผ่านการเข้าใจวิถีชีวิตของคนในชุมชน ที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการตั้งอยู่บนถนนสายหลักเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความสำคัญของ “Fan Base” และความรักในชุมชนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ
จากแนวคิดดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่บริษัทได้พัฒนา แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ให้เป็นโครงการต้นแบบแห่งแรกในลักษณะ Mixed-Use เต็มรูปแบบ เป็นการบูรณาการผสมผสานธุรกิจที่มีอยู่ในเครือ เพื่อเป็นพื้นที่ให้ชุมชนได้เข้ามาใช้บริการได้ทุกกลุ่ม และยังตอบโจทย์กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ และรองรับสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย ภายในโครงการประกอบไปด้วย

- คอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงเรียนสอนทักษะและสอนพิเศษ ศูนย์อาหาร ร้านหนังสือ ร้านค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากมาย รวมมากกว่า 200 ร้านค้า
- JAS Sport Club ประกอบด้วย Pickleball 1 Court / Badminton 5 Courts (สาขาคู้บอน) และ 9 Courts (สาขาศรีนครินทร์) / Football Arena (สาขาคู้บอน) 2 สนาม อีกทั้งยังมีกิจกรรม Aerobic Community ที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
- โรงแรมแบบ Premium Budget ภายใต้ชื่อ เซนส์ โฮเทล (SENS Hotel) จำนวน 77 ห้อง
- ซีเนร่า เวลเนส ขนาด 52 เตียง บริการดูแลผู้สูงอายุแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว รับดูแล ผู้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาพักฟื้นหลังการผ่าตัด อาการสโตรก และดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
- ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้มีภาวะออฟฟิส ซินโดรม บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ
- Vasu Pain Management Clinic ศูนย์ดูแลและรักษาอาการปวดกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทโดยแพทย์เฉพาะทางที่เน้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม
- Green Community พื้นที่สีเขียว และสนามเด็กสำหรับครอบครัวทำกิจกรรมต่าง ๆ

พงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของ SENERAได้มีการรีแบรนด์จาก SENERA Senior wellness เป็น SENERA พร้อมมีการแบ่งรูปแบบการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสามารถขยายฐานลูกค้า และจับกลุ่มได้หลากหลายขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) โดยเบื้องต้นแบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 2 Segments คือ Wellness และ Hospitality
ในส่วนของ Wellness ประกอบไปด้วย Senior Nursing Homes & Assisted Living Care และคลินิกกายภาพบำบัด ที่จะเปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกในไตรมาสที่ 3 ซึ่งธุรกิจ Wellness จะมีเพียงที่สาขาคู้บอนเท่านั้นในปัจจุบัน และ Hospitality เป็นการปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Nursing homes จากอาคาร Active Living เดิมที่มีอยู่มาในรูปแบบธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ “SENS Hotel Bangkok Kubon” เน้นการเข้าพักที่มีความสบาย สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรียบง่ายในราคาที่คุ้มค่า และยังช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจเดิมฝั่ง Wellness รองรับลูก หลาน ญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศที่ต้องการห้องพักอยู่ใกล้ๆบริเวณเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมาเยี่ยม และด้วยการดีไซด์ห้องพักเดิมที่รองรับผู้สูงอายุ ทำให้โรงแรมตอบโจทย์ลูกค้าที่มาพักพร้อมกับผู้สูงอายุอีกด้วย
ทั้งนี้จากการดำเนินงานในช่วง 3 ปีแรก พบว่าการบริหารจัดการสถานบริบาลผู้สูงอายุขนาดใหญ่รวม 207 เตียง มีความท้าทายด้านต้นทุนและข้อบังคับ ที่มาจากต้นทุนบุคลากร เป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด เนื่องด้วยข้อกฎหมายกำหนดให้ผู้ดูแล 1 คน ต่อผู้สูงอายุ 5 คน ลัดษณะกลุ่มเป้าหมาย คือ ลูกค้าส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 80 ปี มีสภาวะอัลไซเมอร์ สมองเสื่อม หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งต้องการการดูแลสูง มีรายได้เติบ


โดยบริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ Longevity Trend อย่างจริงจัง ผ่านการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อปรับปรุงบริการและ Tenant Mix ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยกำหนดมาตรฐานการทำงานที่สูงเพื่อให้ JAS Mixed-Use Community Mall เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และสามารถรองรับการใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation ได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน เพราะบริษัทเชื่อว่าอนาคตของ Community Mall ไม่ใช่การเป็นเพียงศูนย์การค้า หรือสถานที่ช้อปปิ้ง แต่ที่สุดแล้วคือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่เด็กสามารถเสริมสร้างการเรียนรู้และเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เพิ่มทักษะ ยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน อีกทั้งพื้นที่ที่ผู้สูงอายุได้รับการดูแล พื้นที่ที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเติบโตได้ และพื้นที่ที่ชุมชนรู้สึกว่าเป็น “บ้านหลังที่สอง” บ้านอีกหลังที่ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย





