เสนาดีเวลลอปเม้นท์เดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็น “Sustainable Living Leader” ผ่านการสร้าง Green Lifestyle Platform ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน การเดินทาง และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ด้วยกัน โดย Ecosystem ทั้ง SENA Development, SENA Solar Energy และ SENA Green Automotive ต่อยอด Vision เดียวกัน

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า วันนี้คนซื้อที่อยู่อาศัยไม่ได้มองแค่ราคาบ้าน แต่เริ่มมองหาต้นทุนชีวิตหลังเข้าอยู่ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมดในระยะยาว ทำให้บริษัทมองเห็นว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคาและทำเล แต่จะเน้นการเพิ่มความสามารถในการช่วยให้คนซื้อบ้านบริหารต้นทุนชีวิตได้ดีขึ้น โดยเชื่อว่า Green Lifestyle ไม่ควรเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้เฉพาะคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนเริ่มต้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ทำให้บริษัทได้เน้นการเชื่อมบ้าน พลังงาน รถ EV และโซลูชันทางการเงิน เข้าไว้ใน Ecosystem เดียว เพื่อทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและยั่งยืนในระยะยาว ที่เริ่มติดตั้ง Solar Rooftop ให้กับโครงการที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังและเป็นรายแรกที่นำ Solar เข้าไปรวมอยู่ในราคาบ้าน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

ล่าสุดบริษัทได้ติดตั้งโซลาร์ รูฟทอปครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และลูกค้ารายย่อย (B2C) เพราะประเมินว่าโซลาร์กำลังเปลี่ยนจากทางเลือกสู่โครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิตจากทั้งค่าไฟที่สูงขึ้น ความต้องการลดต้นทุนระยะยาว และแนวโน้มพลังงานสะอาดในอนาคต ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งด้านพลังงานสำหรับการอยู่อาศัยทั้งการใช้ไฟภายในบ้าน การชาร์จรถ EV และการบริหารต้นทุนพลังงาน
โดยบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานวิศวกรรม ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่การออกแบบและคำนวณระบบ การเลือกใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตชั้นนำ ไปจนถึงการควบคุมการติดตั้งโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าใช้งานระบบพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ในไตรมาส 1 ปี 2569 นี้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจโซลาร์จำนวน 10 ล้านบาท และมองว่าธุรกิจพลังงานจะเป็นหนึ่งใน New Growth Engine สำคัญของกลุ่มบริษัทในอนาคต ขณะเดียวกันยังเดินหน้ารุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าผ่านบริษัทเสนา กรีน ออโตโมทีฟ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี ในฐานะ EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ DEEPAL, OMODA & JAECOO และ LEAPMOTOR พร้อมศูนย์บริการครบวงจรบนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75

โดยกลุ่มเสนา กรีน ออโตโมทีฟ ไม่ได้มองแค่การขายรถ EV แต่ต้องการทำให้การใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น
ทั้งเรื่องบ้าน พลังงาน และการเงิน โดยลูกค้าสามารถติดตั้งโซลาร์ควบคู่กับการซื้อรถ EV และใช้ไฟจาก โซลาร์เพื่อชาร์จรถได้เอง ช่วยลดทั้งค่าไฟและต้นทุนพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งมี “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เข้ามาช่วยวางแผนทางการเงิน เพื่อให้การเริ่มต้นใช้ EV และพลังงานสะอาดเป็นเร่ืองที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากธุรกิจรถยนต์จำนวน 153 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายรถ EV ในปีนี้ไว้ที่ 1,000 คัน นอกจากนี้บริษัทเตรียมเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ไฟฟ้าเพิ่มเพื่อขยายพอร์ตสินค้าและรองรับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมมากขึ้น





