แอสเซทไวส์ โชว์ยอดขายครึ่งแรกปี 2569 รวม 11,847 ล้านบาท ทะลุ 64% ของเป้าพรีเซลทั้งปี หลังเปิดโครงการใหม่ตามพอร์ตภูเก็ตหนุนยอดต่อเนื่อง ลุยครึ่งปีหลัง คาดตลาดอสังหาฯยังมีแรงหนุนจากสถานการณ์สงครามที่คลี่คลาย การต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนคลาย LTV พร้อมแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า เพิ่มกำลังซื้อต่างชาติ เตรียมเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ใน Strategic Location ดันยอดขายตามเป้า 18,500 ล้านบาท

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทสามารถทำยอดขายจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมได้ทั้งหมด 11,847 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64% ของเป้าหมายยอดขายที่ตั้งไว้ 18,500 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มโครงการ Leisure Residence ใน จ.ภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะโครงการเปิดตัวใหม่อย่าง “เบียงกาน่า สุรินทร์” ใกล้หาดสุรินทร์ โครงการมูลค่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจนมียอดจองแล้วกว่า 70%
โดยแอสเซทไวส์ เดินหน้าตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้ว 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,255 ล้านบาท ประกอบด้วย เคฟ คานิเวิล รังสิต แคมปัสคอนโด มูลค่า 1,400 ล้านบาท, ไวส์ เฮาส์ รังสิต ช้อปเฮ้าส์ระดับพรีเมียม มูลค่า 255 ล้านบาท และกลุ่มโครงการ Leisure Residence คือ เบียงกาน่า สุรินทร์ มูลค่า 3,200 ล้านบาท, เดอะไทเทิล วิวาน่า กมลา มูลค่า 2,000 ล้านบาท และ ดิ โอลีฟ มูลค่า 1,400 ล้านบาท

สำหรับทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อกำลังซื้อภาพรวม และต้นทุนต่างๆ ที่จะควบคุมได้ดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากต่างชาติ โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายที่เป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีดีมานด์ต่างชาติกลับเข้าสู่หัวเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต ที่ตอบโจทย์กลุ่ม High-Net-Worth Individuals และผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองจากทั่วโลก ขณะที่ตลาดในประเทศ มีปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ทรงตัวในระดับต่ำ 1.00% และการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ให้กู้ได้เต็ม 100% ในทุกราคาทุกสัญญา และล่าสุด ภาครัฐได้ประกาศต่ออายุมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลืออย่างละ 0.01% ที่ขยายกรอบเวลาออกไปถึง 30 มิ.ย. 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคได้มากขึ้น
ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยจะเปิดเผยรายละเอียดได้ในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลก พร้อมจะปรับกลยุทธ์ให้ยืดหยุ่นสอดรับกับสภาวะตลาด ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน บริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องให้มีความแข็งแกร่ง ตลอดจนบริหารจัดการพอร์ตโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายรวมของแอสเซทไวส์ ให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท
ล
ทั้งนี้ แอสเซทไวส์ ยังคงเตรียมทยอยส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่ตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยไฮไลต์สำคัญมาจากกลุ่มโครงการในภูเก็ต ซึ่งเป็น Strategic Location ที่สำคัญ ได้แก่ เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง มูลค่า 4,000 ล้านบาท และ เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการหลักที่จะช่วยสร้างการรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 25569 รวมถึงบริษัทยังมียอด Backlog ณ สิ้น Q1/2569 มูลค่ารวมกว่า 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้แอสเซทไวส์ มีรายได้ที่แข็งแกร่งตลอดทั้งปี และจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571





