หยัดยืนอยู่ในธุรกิจค้าวัสดุก่อสร่าง ซ่อมแซม และตกแต่งมายาวนานถึง 34 ปี และย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 ในปีนี้สำหรับบริษัทจระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยเน้นการสร้างระบบนิเวศของผู้เชี่ยวชาญ (Expert Ecosystem) เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกแบ่งออกเป็น 5 แบรนด์หลักที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มพรีเมียมและกลุ่มประหยัด รวมถึงนวัตกรรมสีรักษ์โลกและสินค้ากลุ่ม DIY ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยกลยุทธ์สำคัญคือการรักษามาตรฐาน คุณภาพที่ยั่งยืน ไม่ลดสเปกสินค้าแม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น พร้อมขยายฐานรายได้จากตลาดต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนให้ถึง 20%ในอนาคต
โดยพอร์ตโฟลิโอหลักของแบรนด์จระเข้มีทั้งหมด 5 แบรนด์หลัก ที่มีความแตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า รวมถึงประเภทการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ประกอบด้วย
- จระเข้ USA (Jorakay USA) เป็นแบรนด์เริ่มต้นและเป็นโลโก้ดั้งเดิมของบริษัท ที่มีคำว่า “USA” เนื่องจากในช่วงเริ่มต้นมีการนำสูตรการผลิตมาจากผู้ผลิต และซื้อเคมีภัณฑ์จากประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ในการผสม ประกอบกับในยุคนั้นกาวซีเมนต์ในประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่แน่นอน ทางแบรนด์จึงได้นำมาตรฐานต่างประเทศมาเป็นเกณฑ์อ้างอิงเพื่อกำหนดมาตรฐานการใช้งาน มีกลุ่มสินค้าตั้งแต่ระดับมาตรฐานไปจนถึงระดับพรีเมียมครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์และกลุ่มเคมีภัณฑ์ต่างๆ มุ่งเน้นกลุ่มช่างฝีมือ ช่างปูกระเบื้อง ผู้รับเหมารวมถึงระดับ Top Developer/Contractor ที่ต้องการสินค้ามาตรฐานระดับพรีเมียมไปจนถึงงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
- ชาลาวัน (Chalawan) เป็นแบรนด์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับประหยัด (Economy) โดยสินค้าแบรนด์นี้อาจไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทยมากนัก แต่เน้นทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก เป็นกลุ่มสินค้าประเภทกาวซีเมนต์ ยาแนว และวัสดุตกแต่ง โดยจะไม่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์รวมอยู่ด้วย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) และเจ้าของบ้านทั่วไป ที่ต้องการซ่อมแซมดูแลบ้านด้วยตนเอง ซึ่งมีพฤติกรรมชอบหาข้อมูลบนโลกออนไลน์และมองว่าการซ่อมบ้านเองเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจ
- จีโก้ (Geco) เป็นสินค้ากลุ่มระดับประหยัดเช่นเดียวกับชาลาวัน แต่จะเจาะจงทำตลาดในกลุ่มประเทศเวียดนาม กลุ่มผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายมากกว่าชาลาวัน โดยครอบคลุมทั้งกาวซีเมนต์ ยาแนว ไปจนถึงกลุ่มวัสดุเคมีภัณฑ์
- สีจระเข้ (Jorakay Paint) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สีที่เน้นความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูง หรือเรียกว่า Ecological Paint ซึ่งไม่ใช่สีเคมีบรรจุกระป๋องทั่วไปตามท้องตลาด ตัวผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปล่อยสารพิษต่ำหรือเป็นศูนย์ (Zero VOCs) และมีคุณสมบัติเด่นที่เป็นสีธรรมชาติจากการใช้ปูนขาวเป็นเบส ซึ่งช่วยระบายความชื้นได้ดี มุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- จระเข้ อีซี่ (Jorakay Easy) เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เน้นกลุ่มสินค้า DIY (Do-It-Yourself) ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่และเจ้าของบ้านที่ต้องการซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง โดยการนำผลิตภัณฑ์หลักของจระเข้ เช่น กาวซีเมนต์หรือยาแนว มาปรับปรุงให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่ายขึ้น สินค้าจะถูกจำหน่ายในรูปแบบชุดเซตสำเร็จรูปที่มีอุปกรณ์ครบชุดในตัว เช่น ถุงมือ ที่ปาด และอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำยากันลื่น เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถนำไปใช้งานที่บ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์อื่นประกอบ นอกจากนี้ยังเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยไม่ไปแข่งขันกับแบรนด์หลักในช่องทางจัดจำหน่ายแบบดั้งเดิม

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดก่อสร้างไทยในปี 2569 แม้จะอยู่ในภาวะทรงตัวและชะลอเล็กน้อย แต่ยังมีบางเซกเมนต์ที่เติบโตได้ โดยผู้เล่นที่เล็งเห็นทิศทางใหม่ของตลาดและพร้อมปรับตัว เร่งพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ จะเติบโตได้อย่างมั่นคงและฝ่าความท้าทายไปได้ โดยบริษัทมุ่งพัฒนาโซลูชันงานก่อสร้างครบวงจรจาก Pain Point จริงในวงการ ทั้งของช่าง ผู้บริโภค ตลอดจนนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทเน้นเสริมแกร่งในการดำเนินธุรกิจ เน้นการเติบโตที่สมดุล เปิดช่องทางและโอกาสใหม่ทางธุรกิจรองรับทุกความท้าทาย ย้ำเป้าหมายสร้างการเติบโตที่มั่นคงให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวระดับภูมิภาค ผ่าน 5 แนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่
- Expert Innovation: พัฒนานวัตกรรมจาก Pain Point จริงของผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัย
- International Standard: ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และ ESG สู่ระดับสากล ตอกย้ำภาพลักษณ์จระเข้ในฐานะผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างภายใต้มาตรฐานสากล
- Thailand Market Leader: รักษาความเป็นผู้นำในตลาดไทยและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- Global Expansion: ขยายสู่ตลาด LMV และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย พร้อมมุ่งสู่บทบาทผู้นำวงการก่อสร้างสีเขียว
- Future Potential: สร้าง Growth Engine ใหม่ เสาะหาโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจในระยะยาว
ในด้านธุรกิจต่างประเทศ บริษัทยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในกลุ่มตลาด LMV โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศยังคงเป็นเลขหลักเดียว ซึ่งทางจระเข้ตั้งเป้าหมายระยะยาวที่จะผลักดันสัดส่วนนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 15–20% เพื่อบาลานซ์พอร์ตรายได้และลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางภูมิศาสตร์ โดยโมเดลการบุกตลาดต่างประเทศจะเน้นความยืดหยุ่น ไม่ได้ใช้โมเดลเดียวกับทุกประเทศ แต่จะปรับเปลี่ยนตามบริบท กฎระเบียบ และการพัฒนาด้านงานก่อสร้างของประเทศนั้นๆ เช่น บางประเทศเน้นส่งออกผ่านพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นเพื่อกระจายสินค้า บางประเทศตั้งบริษัทลูก หรือบางประเทศก็มองหาโอกาสทำ Joint Venture ร่วมกัน รวมถึงการเลือกช่องทางขายทั้ง Traditional Trade หรือ Modern Trade) ก็แตกต่างกันไปด้วย
โดยเฉพาะประเทศเวียดนามถือเป็นตลาดที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ขับเคลื่อนผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการขยายตัวของเมือง โดยมีฐานที่มั่นคงในภูมิภาคผ่าน JORAKAY Vietnam Co., Ltd. พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และมีแผนที่จะสร้าง Footprint ที่มากกว่าแค่การเป็นบริษัทลูกที่นำสินค้าไปขาย

ขณะที่ตลาดใน สปป.ลาว ยังเติบโตจากการลงทุนในโครงการพาณิชย์ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ เป็นตลาดที่เติบโตและส่งออกได้ดีมาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากค่าเงินของลาวเริ่มมีความเสถียรมากขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่เคยมีความผันผวนจนน่ากังวล ส่วนประเทศเมียนมา เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจและเติบโตดีมาก ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง แต่เป็นตลาดที่มีความขัดแย้งเชิงนโยบาย เนื่องจากรัฐบาลพยายามออกนโยบายและมาตรการควบคุมใบอนุญาตเพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองภายในประเทศ ส่งผลให้การส่งออกสินค้าจากไทยเข้าไปทำได้ยากลำบากขึ้นมาก เป็นต้น
ความท้าทายสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ คือ กฎระเบียบและข้อบังคับที่ซับซ้อน ซึ่งแต่ละประเทศมีกฎหมายที่ไม่เหมือนกัน เช่น พม่ามีกฎระเบียบที่เข้มงวดและต้องลงทุนสูง ขณะที่เวียดนามมีกฎระเบียบที่ยิบย่อยเกี่ยวกับการจ้างงานและการดำเนินงานของบริษัทลูก แม้แต่พิกัดอัตราศุลกากรสำหรับสินค้าตัวเดียวกันในแต่ละประเทศก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับตลาด Green Construction ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของทิศทางการเติบโตระยะยาวในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยและภูมิภาค ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจระเข้มีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 63% ของยอดขายรวม จากการที่ผู้บริโภคและผู้พัฒนาโครงการทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคารสุขภาวะ การลดการปล่อยคาร์บอน และวัสดุที่ปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจระเข้เตรียมพร้อมทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลอย่าง LEED WELL และ TREES และในกระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยคาร์บอนและสารเคมีอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่วัตถุดิบของสินค้า แพ็กเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของช่าง และการอยู่อาศัยจริงในระยะยาวของลูกค้า





