เปิดตัวคอนโดฯใหม่ลดลงเหลือเพียง1 ใน 4 สูภาลัยเลือกเปิดโครงการพร้อมอยู่ “ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน

เมื่อการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมไม่ได้วัดกันเพียงทำเลหรือราคาต่อตารางเมตร แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า “พื้นที่นี้จะทำให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างไร” ทิศทางของตลาดตอนโดฯหลังวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายประการ โดยผู้พัฒนาโครงการมองว่าเป็นช่วงที่ต้องรุกตลาดมากขึ้นและได้ก้าวข้ามจุดที่เคยกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาดไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากปัจจุบันอุปทานอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่ยอดขายคอนโดฯในตลาดสูงกว่ายอดการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่องมาหลายปี โดยในปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยมาก และคาดว่าในปีหน้าจำนวนการเปิดตัวจะยิ่งน้อยลงไปอีก

โดยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีเพียงปีเดียวเท่านั้นที่มียอดการเปิดตัวมากกว่ายอดซื้อขาย ส่วนปีอื่นๆ ยอดซื้อขายจะมากกว่ายอดเปิดตัวใหม่เสมอ โดยข้อมูลการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แสดงให้เห็นถึงความซบเซาของตลาดคอนโดฯได้ชัดเจน ในยุครุ่งเรืองปี 2560-2561 มีการอนุมัติเฉลี่ยเดือนละ 13 แปลง แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเฉลี่ยเดือนประมาณ 3 แปลงเท่านั้น

ทำให้คาดการณ์แนวโน้มในอนาคตจำนวนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 4 หรือน้อยกว่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2560-2561 ขณะที่ต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ที่ได้รับปัจจัยกระทบจากสภาวะสงครามขยับเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6% ซึ่งผู้ประกแบการประเมินกันว่าแม้สงครามจะสงบลง แต่ค่าก่อสร้างก็จะไม่กลับไปอยู่ที่จุดเดิมอีกต่อไป ส่งผลให้โครงการที่จะเปิดตัวใหม่ในอนาคตจะมีฐานราคาที่สูงกว่าโครงการในปัจจุบัน

ขณะที่ผู้ประกอบการได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าใหม่เพราะเริ่มเห็นแนวโน้มว่าลูกค้าจะเลือกซื้อคอนโดฯเป็น “บ้านหลังหลักของครอบครัว” มากขึ้น ดังนั้นโครงการใหม่ๆ ในอนาคตจะมีการออกแบบที่เน้นห้องขนาดใหญ่ เช่น 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นของตลาด รวมถึงการเปิดขายคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมอยู่เพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้ายุคปัจจุบันมีความกังวลเรื่องการกู้สินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินแล้วไม่ผ่านการอนุมัติ (Rejection Rate) ซึ่งมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลูกค้าหันมาซื้อคอนโดฯที่สร้างเสร็จแล้วมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการกู้สินเชื่อไม่ผ่าน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี ขณะที่การซื้อคอนโดฯพร้อมอยู่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเช็กวงเงินกับธนาคารและโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันทีประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 4-5 ปีหลัง ซึ่งเป็นโอกาสดีของผู้ซื้อ

ตลาดคอนโดฯในปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่ความต้องการซื้อ (Demand) ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อุปทานใหม่ (New Supply) มีจำกัด ส่งผลให้โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้และมีแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีความได้เปรียบอย่างมากในตลาด ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่มีสัดส่วนอายุเฉลี่ยน้อยลงอย่างชัดเจน โดยกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี กลายเป็นกำลังซื้อสำคัญที่มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของโครงการในทำเลศักยภาพ

ล่าสุดบริษัทเตรียมจัดงาน Grand Opening “OPEN THE PARC : Open Your Way of Living” โครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ (Supalai PARC Ekkamai–Pattanakarn) เพื่อเปิดให้ลูกค้าเยี่ยมชมห้องจริงและบรรยากาศจริงระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 โดยในช่วง 45 วันล่าสุดโครงการสามารถทำยอดขายแบบก้าวกระโดดได้สูงถึง 160 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียวมียอดขายพุ่งขึ้นไปเกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนของโครงการสามารถทำยได้เฉลี่ยประมาณ 55 ล้านบาทต่อเดือนอย่างต่อเนื่อง และหากคิดเป็นจำนวนห้องจะขายได้เฉลี่ยประมาณ 20  ถึง 30 ยูนิตในทุกๆ เดือนทำให้ตลอดระยะเวลาช่วงของการก่อสร้างที่ผ่านมา โครงการนี้สามารถสร้างยอดขายรวมไปได้แล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรวมของโครงการอยู่ที่ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์

สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจซื้อคอนโดฯพร้อมอยู่หรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างเกิดจากปัจจัย ทั้งลดความเสี่ยงเรื่องการกู้สินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเนื่องจากลูกค้ามีความกังวลเรื่องการกู้ไม่ผ่าน ซึ่งมีอัตราสูงขึ้นในปีนี้ ดังนั้นการซื้อคอนโดฯที่สร้างเสร็จแล้วช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจเช็กวงเงินกับธนาคารและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลกับการผ่อนดาวน์ไปก่อนแล้วกู้ไม่ผ่านในภายหลัง

รวมถึงความเชื่อมั่นในตัวโครงการ โดยลูกค้ากลุ่มนี้ติดตามข่าวสารและกังวลเรื่องผู้พัฒนาบางรายที่ไม่สามารถส่งมอบโครงการได้ตามกำหนด ทำให้การเลือกซื้อจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้และเห็นโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วจึงสร้างความมั่นใจได้มากกว่านอกจากนี้ยังได้เห็นและสัมผัสของจริงก่อนซื้อ เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการความมั่นใจในสิ่งที่จ่ายไป การได้เข้าชมห้องจริง เห็นวิวจากหน้าต่างจริง และทดลองใช้พื้นที่ส่วนกลาง (Facility) จริง ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และความคุ้มค่าและต้นทุนเดิม การซื้อคอนโดฯพร้อมอยู่ในช่วงนี้ทำให้ได้ราคาที่เป็นต้นทุนเก่า ซึ่งถูกกว่าโครงการที่จะเปิดตัวใหม่ในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี

ขณะที่ลูกค้ายุคนี้หันมาให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยคอนโดฯให้เป็นเหมือนบ้านหลังหลัก จึงต้องการห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะได้พื้นที่เพิ่มในราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับทำเลใกล้เคียง โดยห้องชุดแบบ 1 Bedroom Plus ในโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ เป็นห้องที่ขายดีที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 37% ของยอดขาย เนื่องจากมีฟังก์ชันพิเศษและพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 40 – 46 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่เมื่อเทียบกับมาตรฐานคอนโดฯในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิในการซื้อ Private Storage ซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษหรือห้องเก็บของส่วนตัวที่แยกออกมาจากตัวห้องพักแต่อยู่ในโฉนดเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของคนอยู่คอนโดฯที่ไม่มีที่เก็บของ โดยจะขายในราคาเพียงประมาณ 30,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถูกกว่าราคาห้องชุดปกติที่ขายประมาณ 70,000 กว่าบาทต่อตารางเมตร

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเลใกล้เคียง

ทั้งนี้ลูกหากเปรียบเทียบราคากับโครงการในย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งมีราคาสูงกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่โครงการนี้มีราคาเฉลี่ยไม่ถึง 75,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ได้ห้องใหญ่ในงบประมาณที่เท่ากัน หากซื้อในย่านทองหล่อลูกค้าจะได้เพียงห้องขนาดเล็กประมาณ 20 กว่าตารางเมตร แต่ที่โครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ สามารถซื้อห้องแบบ 1 Bedroom Plus ได้ทันที

นอกจากนี้ในโครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม อาทิ ระบบ Food Drop รับอาหารโดยไม่ต้องเจอไรเดอร์ และ Mail Drop Store ห้องรับพัสดุขนาดใหญ่จากการช้อปปิ้งออนไลน์ Shuttle Service รับ-ส่ง Airport Rail Link สถานีรามคำแหง ที่สำคัญโครงการวางตำแหน่งชัดเจนว่าเป็น Non-Pet Friendly ไม่ให้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่อาจจะเป็นภูมิแพ้ หรือกลุ่มที่ไม่ต้องการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงในอาคารได้เป็นอย่างดี

ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ เป็นคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 2 อาคาร จำนวน 1,607 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท พร้อมพื้นที่สีเขียวมากกว่า 4.5 ไร่ สวนสไตล์ European Landscape ที่เชื่อมพื้นที่พักผ่อน การออกกำลังกาย และกิจกรรมของทุกคนในครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน โดยห้องพักของโครงการมีให้เลือกตั้งแต่ สตูดิโอ-2 ห้องนอน ขนาด 30–64 ตารางเมตร ราคาเรื่มต้น 2.09 ล้านบาท พร้อมฟังก์ชัน Me Corner ที่เปิดพื้นที่ให้เจ้าของห้องกำหนดรูปแบบการใช้งานได้เอง สะท้อนวิธีคิดที่มองว่าคอนโดฯ ในปัจจุบันต้องรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายมากกว่าที่เคย

อีกหนึ่งจุดเด่นด้าน Facilities ของโครงการที่ออกแบบให้เป็นมากกว่าส่วนกลางของคอนโดฯ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตอย่างครบครันทั้ง 2 อาคาร ไม่ว่าจะเป็น French Parc และ Lake Parc สำหรับการพักผ่อน, Olympic Pool, Full Fitness, Aerobic & Yoga และ Street Basketball สำหรับสายแอ็กทีฟ รวมถึง Workshop Studio, Game Zone และ Sky Lounge รวมถึง Digital Door Lock, เครื่องปรับอากาศพร้อมระบบกรอง PM2.5 Filter และ Touchless Flush ที่ช่วยให้การอยู่อาศัยสะดวกสบายยิ่งขึ้น

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง