จับตา “ดอนเมือง” ทำเลโตแรง ยกระดับสู่ Major Infrastructure Hub ที่ดินพุ่ง 11% ต่อปี

ชุมชนในเขต “ดอนเมือง” เริ่มขยายตัวอย่างชัดเจนหลังเปิดใช้ถนนวิภาวดีรังสิตเมื่อปี 2509 แม้สนามบินดอนเมือง จะเปิดให้บริการมาก่อนหน้า ทว่าความสะดวกในการเดินทางกลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของพื้นที่ ในระยะแรก ชุมชนส่วนใหญ่เป็นบ้านพักข้าราชการทหารอากาศ พนักงานท่าอากาศยาน และชุมชนดั้งเดิมตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต ต่อมาหลังปี 2520 เริ่มมีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้น และขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะตามแนวถนนสรงประภา ถนนช่างอากาศอุทิศ และซอยย่อยต่างๆ จากพื้นที่ว่างเปล่าถูกพัฒนาเป็นหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรองรับบุคลากรของสนามบินและพื้นที่ใกล้เคียง

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยตัวเลขการเติบโตของทำเลที่วันนี้ “ดอนเมือง” ได้ก้าวข้ามการเป็นแค่พื้นที่รอบสนามบิน ไปสู่การเป็น ‘Major Infrastructure Hub’ ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยมีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น ทั้งในแง่ ราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปี รวมถึงผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ในโครงการของแสนสิริ ย่านนี้ที่สูงถึง 7% ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงมากสำหรับอสังหาริมทรัพย์แนวราบ

จากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า กลุ่มเป้าหมายในโซนดอนเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างจากทำเลอื่น โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

  • 50-60% คือ Local Wealth & Relocation: กลุ่มคหบดีและครอบครัวดั้งเดิมในพื้นที่ดอนเมือง จตุจักร หลักสี่ พญาไท และเมืองนนทบุรี ที่ต้องการขยายครอบครัวแต่ไม่อยากย้ายออกจากทำเลเดิม
  • 30-40% คือ High-Earning Professionals & Parents: กลุ่มนักบิน, บุคลากรระดับบริหารของ AOT, แพทย์, เจ้าของกิจการ และกลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติ เช่น Harrow International School และ Brighton College Vibhavadi
  • 20% คือ Regional Wealth: เจ้าของธุรกิจจากจังหวัดหัวเมืองใกล้เคียงภาคกลางและภาคเหนือ ที่มองหาบ้านในกรุงเทพฯ เป็น Legacy Asset ใกล้สนามบินและทางด่วน
สนามบินดอนเมือง

ปัจจัยดังกล่าวดันให้โซนดอนเมืองก้าวสู่การเป็น “ทำเลบ้านหรู” แห่งใหม่ที่น่าจับตา โดย แสนสิริ ได้สร้างความโดดเด่นในพื้นที่ด้วยการครอบครองที่ดินศักยภาพสูง ซึ่งโดยทั่วไปมักถูกนำไปพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า การตัดสินใจนำที่ดิน Prime Location เช่นนี้มาพัฒนาเป็น “โครงการบ้านเดี่ยวติดรถไฟฟ้า” จึงนับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตดอนเมือง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับสนามบินดอนเมืองเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้ซื้อจากพื้นที่อื่น ทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ด้วยความสะดวกในการเดินทาง และความเป็นชุมชนดั้งเดิมที่ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็นย่านขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพฯ ในปี 2541 และ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในปี 2551 เป็น Magnet สำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตดอนเมืองได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตดอนเมืองเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการเปิดขายโครงการใหม่ทุกปี โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณผู้โดยสารและบุคลากรของสายการบินในประเทศและโลว์คอสต์ที่ใช้บริการสนามบินดอนเมือง ส่งผลให้ทำเลรอบสนามบินกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการ รวมทั้งยังเป้นทำเลที่มีดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัยจริง หนึ่งปัจจัยที่เข้ามาส่งเสริม คือ การเปิดรับนักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ วิภาวดี ในปี 2568 ยิ่งตอกย้ำว่าย่านนี้มีกลุ่มประชากรศักยภาพสูงและมีกำลังซื้อในระดับบน

นอกจากนี้ ดอนเมือง ยังได้เปรียบด้านโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อได้หลากหลาย นอกเหนือจากถนนวิภาวดีรังสิต ดอนเมืองโทลล์เวย์ และทางพิเศษศรีรัช ยังมีถนนสายรองอย่างถนนกำแพงเพชร 6 และถนนเชิดวุฒากาศ ที่ช่วยกระจายการจราจร เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางยิ่งขึ้น นอกจากการขับรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ‘รถไฟ’ นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหลักในการเดินทางของชาวดอนเมืองในการเข้า-ออกใจกลางเมือง ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ความสะดวกสบาย และการกำหนดเวลาเดินทางได้อย่างแม่นยำ

แต่เมื่อปี 2564 มีการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ – รังสิต) ส่งผลให้หลายพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากรวมไปถึงพื้นที่เขตดอนเมืองฝั่งตรงข้ามกับสนามบินดอนเมือง เพราะอิทธิพลของเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการมีผลให้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ฉบับปิดประกาศ 90 วัน พื้นที่เขตดอนเมืองมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสีผังเมืองไปพอสมควร จากเดิมเป็นผังเมืองสีเหลือง ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3 และ ย.4) มี FAR = 2.5 – 3 เปลี่ยนเป็นสีส้ม ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6 และย.7) มี FAR = 3.5 – 4 อาจจะไม่มาก แต่ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในอนาคต

การปรับเปลี่ยนผังเมืองในพื้นที่ดอนเมือง ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการพัฒนาในระยะยาว แม้จะมีข้อจำกัดด้านความสูงของอาคารรอบสนามบิน แต่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพที่ดิน และผลักดันให้ราคาที่ดินตลอดจนมูลค่าที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ที่อยู่อาศัยในย่านนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีทั้งในระยะเดินเท้าไม่เกิน 500 เมตร และในระยะต่อรถที่เดินทางสะดวกสบาย ทำให้ได้เห็น ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่อย่าง แสนสิริ เปิดตัวอีกหนึ่งโครงการใหม่ “เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง” บ้านเดี่ยวระดับราคา 15 – 40 ล้านบาท ชูจุดขายด้านทำเลที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง บน Sansiri Community ที่แสนสิริพัฒนาทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงไว้ในพื้นที่เดียวกัน

โครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมืองประมาณ 400 เมตรเท่านั้น แม้ว่าระบบขนส่งสาธารณะอาจจะไม่ใช่เส้นทางหลักของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านในระดับราคา 15 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ต้องการขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าเมืองชั้นใน หรือไปพื้นที่อื่นๆ โครงการนี้แสนสิริเปิดพรีเซล 12-13 กันยายน 2569 นี้ และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากทั้งกลุ่มลูกค้าเก่า และใหม่ ที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จเพราะราคาเหมาะสมกับทำเล อีกทั้งในระยะยาวอาจจะหาบ้านในคอมมูนิตี้ดีๆ แบบนี้ได้ยากในทำเลที่มีศักยภาพครบรอบด้านขนาดนี้

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19 โรงแรม

โพสที่เกี่ยวข้อง