แนวโน้มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2570 อุปสงค์การใช้งานมีแนวโน้มหดตัวตามภาคการก่อสร้าง ทั้งโครงการภาครัฐ และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ตามต้นทุนราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงาน รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต
นอกจากนี้ยังต้องจับตาสินค้าต่างประเทศที่จะถูกนำเข้ามาตีตลาดในประเทศ โดยเฉพาะเหล็กและกระเบื้อง เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนการผลิตในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีข้อจำกัดในการกำหนดราคาจำหน่ายเพื่อให้แข่งขันได้
โดยมาตรการ CBAM จะเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มของการส่งออกสินค้าเหล็ก กดดันให้ผู้ผลิตเหล็กไทยต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อลดภาระภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้น รวมถึงจำเป็นต้องมีการวัดและรายงานค่า Embedded emission ที่ได้มาตรฐานสากล โดยเป็นความท้าทายที่สำคัญของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึง SMEs
ทั้งนี้แนวโน้มมูลค่าอุตสาหกรรมก่อสร้างภาครัฐปี 2570 หดตัว -5% ลงมาอยู่ที่ 927,000 ล้านบาท โดยเผชิญแรงกดดันจากกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามวงเงินงบลงทุนที่ลดลง 13% จากปีงบประมาณ 2569 โดยข้อจำกัดทางการคลังส่งผลให้การลงทุนภาครัฐเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่รัฐบาลอาจใช้แนวทางอื่น ๆ เดินหน้าโครงการ เช่น PPP, การระดมทุนผ่าน TFFIF เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านวิศวกรรม การเงิน และประสบการณ์ทำงานร่วมกับภาครัฐ

ขณะที่มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนในปี 2570 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 598,000 ล้านบาท โดยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามภาวะตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั้งกลุ่มอาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าหดตัวเช่นกัน ขณะที่การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มขยายตัวตามมูลค่าการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนที่ขยายตัวมากขึ้น และโอกาสจากการก่อสร้างที่มาจากการลงทุน FDI ใหม่ ๆ อย่าง Data center แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำ ปัญหาด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนของทิศทางการลงทุนก่อสร้างโรงงานของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังรอความชัดเจนของผลกระทบนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และสงครามตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ภาคก่อสร้างยังต้องรับมือปัจจัยท้าทายในปี 2570 จากปัญหาสงครามตะวันออกกลางเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนก่อสร้าง,ข้อจำกัดทางการคลังส่งผลให้การลงทุนภาครัฐเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น และความเข้มงวดด้านความปลอดภัย แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างแข่งขันด้านคุณภาพ ส่งผลดีต่อภาคก่อสร้างตามมา
ขณะที่ในระยะปานกลาง ยังมีโอกาสในตลาดอาคารประหยัดพลังงาน การปรับปรุงอาคารเก่าให้ผ่านเกณฑ์ BEC และเกณฑ์การรับรองอาคารเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ นอกจากนี้การลงทุน Data center จะหนุนให้เกิดการทยอยลงทุน และก่อสร้างในพื้นที่ต่างๆ

ส่วนมูลค่าการก่อสร้างโรงแรมในปี2570 มีแนวโน้มขยายตัว ตามการขยายตัวของพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมในปี 2567 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวช้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความไม่แน่นอนของทิศทางการลงทุนก่อสร้างโรงงานของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังรอความชัดเจนของผลกระทบนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่หดตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 จนถึง 2568 ยังเป็นแรงกดดันต่อกิจกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ SCB EIC มองว่าผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างควรปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายและคว้าโอกาสใหม่ ด้วยการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ขยายการรับงานใหม่ ๆ เช่น การปรับปรุงอาคารประหยัดพลังงาน Data center, การพัฒนาศักยภาพและร่วมมือกับพันธมิตร,การให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดและการบริหาร Backlog ด้วยการปรับสัดส่วนในการเข้าประมูลงานก่อสร้างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเหมาะสม,การร่วมลงทุน PPP, ระมัดระวังการเข้าประมูลแบบแข่งขันด้านราคา รวมถึงดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และส่งมอบงานตามสัญญา

การควบคุมต้นทุนก่อสร้าง ซึ่งเป็นพันธมิตรกับผู้ค้าและผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่หลากหลาย โดยทำสัญญาสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า รวมถึงสร้างความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างอย่างใกล้ชิด
การยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ด้วยการเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต่างชาติที่มีความน่าเชื่อถือ การลงทุนนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้และพัฒนาบุคลากร ภายใต้การบังคับใช้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา แบล็กลิสต์ (Blacklist) และมาตรฐานวัสดุก่อสร้าง
การลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้ ด้วยการเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานฝีมือ





