ซุน คอร์ป กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรในภาคตะวันออก ครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งเหมืองหินแกรนิต โรงงานผลิตคอนกรีต และเครือข่ายจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง เชื่อมโยงและสนับสนุนกัน มีโรงงานรวม 15 แห่งครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดระยองและชลบุรี เดินหน้าเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

วิเศษศักดิ์ ระเบียบพนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างในลักษณะกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงช่องทางจำหน่าย โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเหมืองหินแกรนิตสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป และธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าทั่วไปที่ใช้ในบ้าน โดยแต่ละธุรกิจใช้ศักยภาพของกันและกันในการบริหารจัดการตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ การจัดการต้นทุน และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ช่วยให้กลุ่มบริษัทบริหารทรัพยากรและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดูแลลูกค้าได้ทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มลูกค้ารายย่อย ผู้รับเหมาขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ไปจนถึงโครงการภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐบาล
โดยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 1,933.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรายได้เพิ่มขึ้นทั้ง 3 ธุรกิจ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการขยายสาขาจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและการเพิ่มกำลังผลิตเหมืองหิน ส่วนกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 133.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 79.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.28%
สำหรับธุรกิจต้นน้ำของกลุ่มคือเหมืองหินแกรนิตสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ดำเนินงานโดยบริษัทศิลาธารา จำกัด บริษัทย่อยที่ SUEN ถือหุ้น 40.06% โดยหินที่ผลิตได้ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตของกลุ่ม และจำหน่ายให้ลูกค้าภายนอก เช่น ผู้ผลิตคอนกรีตและผู้รับเหมาก่อสร้าง มีเหมืองหินแกรนิตตั้งอยู่ที่ปลวกแดง จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ เพราะใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว ช่วยให้ลูกค้าที่ซื้อหินจาก “ศิลาธารา” ประหยัดต้นทุนการขนส่ง สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า
ปัจจุบันเหมืองได้รับประทานบัตรระยะเวลา 30 ปีสิ้นสุดสัญญาปี 2594 และมีปริมาณสำรองหินที่ทำเหมืองได้ 80.50 ล้านเมตริกตัน คาดว่าเพียงพอต่อการผลิตได้ถึงปี 2583 ภายใต้แผนปัจจุบัน โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจเหมืองหิน 486.95 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จภายใต้เครื่องหมายการค้า “SC” และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ “SC Precast” ผ่านเครือข่ายโรงงานรวม 15 แห่งครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดระยองและชลบุรี เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าหลัก คือ โครงการก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยวัตถุดิบหินที่ใช้ผลิตคอนกรีตมาจากเหมืองของศิลาธารา ซึ่งเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำกับกลางน้ำเข้าด้วยกัน
คอนกรีตเป็นสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาและระยะทางในการจัดส่ง บริษัทจึงมีฐานการผลิตกระจายตัวในภาคตะวันออก และมีรถขนส่งเป็นของตนเอง ทำให้สามารถควบคุมระบบขนส่งสินค้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านต้นทุนและความรวดเร็วในการจัดส่ง ซึ่งเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัท
สำหรับธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ดำเนินงานโดยบริษัทย่อย บริษัทวี โฮม โซลูชั่น จำกัด ผ่าน 2 ช่องทางการจำหน่าย คือ “We MAKE” ร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง 8 สาขาในจังหวัดระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี และจันทบุรี พร้อมศูนย์กระจายสินค้า 1 แห่งในจังหวัดระยอง
We MAKE ผสมผสานการขายแบบหน้าร้าน ซึ่งให้ความสะดวกซื้อแก่กลุ่มลูกค้าช่างและผู้รับเหมาขนาดเล็ก กับการขายตรง (Direct Sales) ให้แก่ผู้รับเหมาขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ซื้อในปริมาณมาก จุดเด่นคือการนำเสนอสินค้าราคาถูกควบคู่กับบริการจัดส่งที่รวดเร็ว เพื่อช่วยให้ลูกค้าควบคุมงบประมาณและบริหารโครงการก่อสร้างได้ตามแผนงาน
Riki Riki ร้านค้าปลีกของใช้ในบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เน้นดีไซน์ในราคาคุ้มค่า เปิดสาขาแรกในจังหวัดชลบุรีเมื่อเดือนมีนาคม 2569 โดยจำหน่ายผ่านทั้งช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้การขยายเครือข่ายร้านค้าในภาคตะวันออกช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และรองรับความต้องการวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ส่วนแผนการนำบริษัทบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 196,240,000 หุ้น คิดเป็น25.82% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วหลัง IPO เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดธุรกิจพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินระดมทุนไปใช้ในการขยายสาขาและกำลังการผลิต





