ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ วางกลยุทธ์พัฒนามาตรฐานงานก่อสร้างและบริการหลังการขาย โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรทั้งทีมวิศวกร ช่างผู้รับเหมา และทีมบริการลูกค้า ผ่านระบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน เชื่อมองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเข้ากับการฝึกปฏิบัติในพื้นที่ก่อสร้างจริง พร้อมยกระดับระบบตรวจสอบคุณภาพและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างมาตรฐานการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและเสริมความเชื่อมั่นให้ลูกบ้านในระยะยาว

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายและพิจารณาความคุ้มค่าในการซื้อบ้านอย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพงานก่อสร้าง มาตรฐานการส่งมอบ และความพร้อมในการดูแลลูกค้าหลังเข้าอยู่อาศัย
ปัจจัยเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อสังหาฯ ซึ่งในตลาดอสังหาฯปัจจุบันกำลังก้าวข้ามสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและบริการอย่างจริงจัง เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ทำให้สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจึงครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพของตัวบ้านไปจนถึงการดูแลหลังการขาย การสร้างความเชื่อมั่นจึงต้องเริ่มจากมาตรฐานการทำงานภายในองค์กร โดยเฉพาะบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการและการดูแลลูกค้าจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และยึดมาตรฐานเดียวกันในทุกขั้นตอน
ภายใต้แนวทางดังกล่าว บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพงานก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุและผู้รับเหมา ไปจนถึงการควบคุมงานและตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ โดยนำมาตรฐาน Site Role Model และ Standard Checklist มาใช้เป็นแนวทางตรวจสอบคุณภาพในแต่ละโครงการ เพื่อให้ทีมงานสามารถประเมินความเรียบร้อยของงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมลดโอกาสที่ก่อให้เกิดข้อบกพร่องและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบบ้านให้แก่ลูกค้า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนมาตรฐานคือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านรูปแบบ Hybrid Learning ซึ่งผสานการอบรมออนไลน์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานวิศวกรรม เทคโนโลยีงานก่อสร้าง และแนวทางบริหารจัดการสมัยใหม่ เข้ากับการอบรมภายในองค์กร ที่เน้นการฝึกปฏิบัติในพื้นที่ก่อสร้างจริง โดยเปิดโอกาสให้วิศวกรและช่างผู้รับเหมาได้เรียนรู้ร่วมกัน ซักซ้อมกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ และแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาที่พบระหว่างการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับทักษะและสร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกันตลอดกระบวนการก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน บริษัท ฯ ยังได้นำแนวคิด Lean Management มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานก่อสร้าง โดยมุ่งลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ลดความสูญเปล่าจากกระบวนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ติดตามความคืบหน้าของงานและควบคุมคุณภาพ ช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจสอบปัญหา และวางแผนแก้ไขได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพของบ้านเป็นหลัก
ในส่วนของการพัฒนาทีมบริการ บริษัทฯ มุ่งเสริมทักษะการสื่อสารระหว่างฝ่ายก่อสร้าง ฝ่ายขาย และฝ่ายบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคให้ลูกค้าเข้าใจง่าย การรับฟังอย่างตั้งใจ และการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับหลักสูตร Service Mind และการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลสะท้อนกลับมาปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับทิศทางในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ลลิลฯ วางเป้าหมายต่อยอดการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรออนไลน์และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังแนวคิด LALIN DNA ที่ให้ความสำคัญกับความใส่ใจในรายละเอียด การทำงานเชิงรุก และความรับผิดชอบต่อคุณภาพงานในทุกขั้นตอน พร้อมพัฒนาระบบบริหารจัดการและบริการลูกค้าให้สอดรับกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป





