แกรนด์ แอสเสทฯ ปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ รุก Branded Residence 3 ทำเลย่านทองหล่อ–ริมแม่น้ำเจ้าพระยา–ระยอง มูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท พร้อมปรับโมเดลธุรกิจโรงแรมสู่ Lifestyle Hotel ภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองในทำเลท่องเที่ยวหลัก มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรให้ดีขึ้น ลดภาระหนี้ ตั้งเป้าชำระหนี้หุ้นกู้ภายใน 3 ปี
สุทธิพงศ์ จิตโนทัย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ มุ่งสร้างการเติบโตและฟื้นฟูความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรให้ดีขึ้น ทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม เพื่อสร้างโครงสร้างรายได้ที่มีความหลากหลาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
โดยมีแผนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนสู่ธุรกิจ Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดอสังหาฯระดับลักชัวรีที่มีศักยภาพเการติบโตสูง โดยเตรียมพัฒนาโครงการใน 3 ทำเล มูลค่าโครงการรวมกว่า 25,000 ล้านบาท ได้แก่ ทำเลทองหล่อ กำหนดเปิดตัวต้นปี 2570 เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง พร้อมบริการและมาตรฐานการบริหารจัดการระดับโรงแรม

ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา กำหนดเปิดตัวช่วงปลายปี 2570 ชูจุดเด่นด้านทำเลริมแม่น้ำ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านจำนวนที่ดินในการพัฒนาโครงการ และจังหวัดระยอง ตั้งอยู่ในเขต EEC กำหนดเปิดตัวปลายปี 2570 รองรับการเติบโตของพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก และความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมจากกลุ่มผู้บริหาร นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจในพื้นที่
ทั้ง 3 โครงการจะพัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับเครือโรงแรมชั้นนำทั้งเครือโรงแรมไทยและต่างชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยด้วยบริการและระบบบริหารจัดการแบบโรงแรม ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ซื้อ โดยวางเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายลูกค้าชาวไทย 51% และลูกค้าต่างชาติ 49% พร้อมขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงในประเทศ
โดยในส่วนของธุรกิจโรงแรม บริษัทจะปรับลดสัดส่วนการพึ่งพารายได้จากธุรกิจโรงแรมรูปแบบเดิม และทบทวนรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมมากขึ้น เบื้องต้นจะมุ่งพัฒนาโรงแรมรูปแบบ Lifestyle Hotel โดยบริษัทเป็นเจ้าของแบรนด์เอง เน้นการผสมผสานระหว่างพูลวิลล่าและโรงแรม เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างในพื้นที่พังงา กระบี่ พัทยา เชียงใหม่ และระยอง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และมีความหลากหลายของกลุ่มนักเดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนรูปแบบการลงทุน การพัฒนาแบรนด์ และแนวทางการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนธุรกิจโรงแรมรูปแบบใหม่ที่มีรายละเอียดชัดเจนมากขึ้นภายในปี 2570 นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Trends) เพื่อขยายโอกาสในการสร้างรายได้และเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ ตลอดจนเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตของบริษัท
การปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจครั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างผลกำไรที่ดีขึ้น เพื่อเสริมความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและรองรับการชำระหนี้ตามแผนที่วางไว้ โดยตั้งเป้าหมายชำระหนี้หุ้นกู้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปีข้างหน้า ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ทั้งการบริหารสินทรัพย์ การจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม และการบริหารกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจ เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทในระยะยาว





