แผนการลงทุนโครงการพื้นฐาน การขนส่งทางน้ำ ในพื้นที่ EEC

การขนส่งทางน้ำ

[cq_vc_chatbubble][cq_vc_chatbubble_item icon_entypo=”entypo-icon entypo-icon-check” bgstyle=”lightgray”]ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือ แหลมฉบัง ระยะที่ 3  : อยู่ระหว่างเสนอให้พิจารณา EIA (รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม)

 

[/cq_vc_chatbubble_item][cq_vc_chatbubble_item icon_entypo=”entypo-icon entypo-icon-check” bgstyle=”lightgray”]ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 : อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์  จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจ้างที่ปรึกษา

 

[/cq_vc_chatbubble_item][cq_vc_chatbubble_item icon_entypo=”entypo-icon entypo-icon-check” bgstyle=”lightgray”]ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ  :  วันที่ 18 กันยายน 2560  ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารเรือเฟอร์รี่  และอยู่ระหว่างจัดทำประชาพิจารณ์โครงการศึกษา สำรวจ ออกแบบ และวางผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กองทัพเรือ  นอกจากนี้กรมเจ้าท่าได้อนุญาตให้มีการเดินเรือเฟอร์รี่เส้นทางพัทยา-หัวหินแล้ว

 

[/cq_vc_chatbubble_item][/cq_vc_chatbubble]

-โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท   เพื่อเป็นท่าเรือหลักในการขนส่งตู้สินค้าและรถยนต์  โดยเมื่อโครงการในเฟส 3 เสร็จสิ้นแล้วจะมีศักยภาพรองรับจำนวนตู้สินค้าได้มากถึง 18 ล้านทีอียูต่อปี(จากเดิม 7 ล้านTEUต่อปี)   และรองรับการส่งออกรถยนต์ 3 ล้านคันต่อปี  ซึ่งจะส่งผลให้ท่าเรือแหลมฉบังก้าวขึ้นเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า ติดอันดับ 1 ใน 15 ของโลก เป็นประตูสู่อินโดจีน ศูนย์กลางโลจิสติกและศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญที่สุดของอาเซียน

 

 

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือเพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต  โดยจะดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับจอดเรือน้ำลึก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง (Single Rail Transfer Operator, SRTO) ก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ปรับปรุงสิ่งอานวยความสะดวกเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรภายในท่าเรือ ตลอดจนโครงข่ายและระบบการขนส่งต่อเนื่องที่จำเป็นในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่จะเชื่อมต่อกับภายนอกให้เพียงพอและพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวของปริมาณเรือและสินค้าประเภทต่าง ๆ

ที่ตั้งโครงการท่าเรือแหลมฉบังตั้งอยู่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ขนาด 6,340 ไร่ ประกอบด้วยท่าเทียบเรือที่เปิดให้บริการแล้ว ดังนี้

-ท่าเทียบเรือตู้สินค้า 8 ท่า (A2, B1, B2, B3, B4, B5, C1, C2, C3)

-ท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ เรือสินค้าทั่วไป และเรือสินค้าทุกประเภท 1 ท่า (A0, A3)

-ท่าเทียบเรือ Ro/Ro 1 ท่า (A5)

-ท่าเทียบเรือ Ro/Ro เรือสินค้าทั่วไป ตู้สินค้า 1 ท่า (C0)

-ท่าเทียบเรือโดยสาร และเรือ Ro/Ro 1 ท่า (A1)

-ท่าเทียบเรือสินค้าทั่วไป ประเภทเทกอง 1 ท่า (A4)

-อู่ต่อและซ่อมเรือ 1 ท่า

ปัจจุบัน (จากข้อมูลปี 2559) มีปริมาณการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่าเรือประมาณ 7 ล้านตู้ต่อปี และรถยนต์ประมาณ 1 ล้านคันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 70 ของขีดความสามารถของท่าเรือที่รองรับตู้สินค้าได้สูงสุดที่ประมาณ 11 ล้านตู้ต่อปี และรถยนต์ประมาณ 2 ล้านคันต่อปี

 

 

สำหรับองค์ประกอบโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ประกอบด้วย

-ก่อสร้างท่าเรือตู้สินค้า 4 ท่า (ท่าเรือ E1 E2 F1 F2) ความจุ 7 ล้านตู้ต่อปี

-ก่อสร้างท่าเรือขนส่งรถยนต์ (RO-RO) ความจุ 1 ล้านคันต่อปี

-ก่อสร้างท่าเรือชายฝั่ง ความจุ 1 ล้านตู้ต่อปี

-ก่อสร้างสถานีขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟระยะที่ 2 (SRTO2)

-ปรับปรุงระบบในการรองรับปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าทางรถไฟให้ได้ 4 ล้านตู้ต่อปี โดยใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation)

ทั้งนี้ โครงการจะสามารถเปิดดำเนินการอย่างช้าภายใน ปี พ.ศ. 2568 มีแผนการก่อสร้างแบ่งออกเป็นการโครงสร้างพื้นฐาน 5 ปี (ปี พ.ศ. 2561 – 2566) และการก่อสร้างท่าเทียบเรือและติดตั้งอุปกรณ์ขนถ่าย 3 ปี (ปี พ.ศ. 2565 – 2568)

ส่วนรูปแบบการลงทุนที่จะให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public private partnership: PPP) ซึ่งรายละเอียดอยู่ระหว่างการศึกษา โดยแผนการปฎิบัติงานเบื้องต้น (Preliminary Timeline)

1.ประกาศเชิญชวนนักลงทุน               พฤษภาคม พ.ศ. 2561

2.ให้เอกชนเตรียมเอกสารยื่นข้อเสนอ สิงหาคม พ.ศ. 2561

3.ประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือก                    กันยายน พ.ศ. 2561

4.ลงนามในสัญญา                              ธันวาคม พ.ศ. 2561

5.เปิดให้บริการ                                                พ.ศ. 2568

 

ข้อมูลเพิ่มเติม  : www.laemchabangportphase3.com

 

 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3

 

วงเงิน 1.015 หมื่นล้านบาท  เพื่อเป็นท่าเรือสำหรับเรือสินค้าเหลวและก๊าซธรรมชาติ อันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลังงาน และรองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชั้นสูงของประเทศ

โครงการตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่หน้าท่า 550 ไร่ และพื้นที่หลังท่า 450 ไร่ ความยาวหน้าท่ารวมกัน 2,229 เมตร

 

 

สำหรับท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ดำเนินการตามมาตรฐานสากลและเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด ในปี พ.ศ. 2559 มีปริมาณการขนถ่ายสินค้าผ่านท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดประมาณ 43 ล้านตันต่อปี โดยมีสัดส่วนสินค้าประเภทน้ำมันและก๊าซประมาณร้อยละ 57 ถ่านหินประมาณร้อยละ 18 เคมีภัณฑ์ประมาณร้อยละ 16 และอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 9 มูลค่าสินค้าที่ขนถ่ายผ่านท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดทั้งสิ้นประมาณ 430 ล้านบาท  โดยมีผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย จำนวนท่าเทียบเรือให้บริการ 32 ท่า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือเฉพาะกิจ จำนวน 9 ราย และผู้ให้บริการท่าเทียบเรือสาธารณะ จำนวน 3 ราย

ปัจจุบันมีการใช้งานเต็มศักยภาพแล้วจึงมีความจำเป็นต้องขยายท่าเรือ   เพื่อเพิ่มความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งหลังจากดำเนินการพัฒนาแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับสินค้าผ่านท่า (สินค้าด้านปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติ) ได้เพิ่มอีก 19 ล้านตันต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า

 

 

องค์ประกอบโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยให้เอกชนเข้าร่วมทุน ประกอบด้วย

-งานถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่ เพื่อรองรับการก่อสร้างท่าเทียบเรือสินค้าเหลว ก๊าซธรรมชาติ และ พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงาน

-งานขุดลอกร่องน้ำและแอ่งกลับเรือความลึก 16 เมตร

-งานระบบสาธารณูโภค

-งานอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือบริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3

สำหรับการพัฒนาเพื่อรองรับสินค้าเหลว สินค้าเทกองและสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ แบ่งออกเป็น 6 ส่วน คือ (1) ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว 2 ท่า มีพื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 814 เมตร (2) ท่าเทียบเรือก๊าซ 3 ท่า มีพื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 1,415 เมตร  (3) ท่าเทียบเรือบริการ (4) คลังสินค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ 150 ไร่ (5) บ่อเก็บกักตะกอน 450 ไร่ และ (6) เขื่อนกันคลื่น 2 ช่วง ความยาวรวม 1,627 เมตร

มูลค่าการลงทุนเบื้องต้นในงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) 10,154 ล้านบาท โดยจะให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership: PPP) รายละเอียดอยู่ระหว่างการศึกษา

ส่วนแผนการปฎิบัติงานเบื้องต้น (Preliminary Timeline) มีดังนี้

  1. ประกาศเชิญชวนนักลงทุน มิถุนายน 2561
  2. ให้เอกชนเตรียมยื่นข้อเสนอ กรกฎาคม 2561
  3. ประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกตุลาคม 2561
  4. ลงนามในสัญญากุมภาพันธ์ 2561
  5. เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ พ.ศ. 2567

 

ข้อมูลเพิ่มเติม  : www.maptaphutport-phase3.com

 

 

-โครงการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

โดยจะส่งเสริมให้เป็นท่าเรือสำหรับจอดเรือสำราญที่ทันสมัย ได้มาตรฐานระดับโลก รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อเรือ และการประกอบแท่นขุดเจาะน้ำมัน

สำหรับโครงการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ  มีพื้นที่ประกอบการบริเวณท่าเรือจุกเสม็ด  ให้บริการเป็นท่าเทียบเรือจำนวน 6  ท่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ซึ่งแผนพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบจะประกอบด้วยโครงการดังนี้

-โครงการศึกษา  สำรวจ และออกแบบวางผังการใช้ประโยชน์พื้นที่  ทั้งด้านความมั่นคงและการส่งเสริมโครงการขนส่งของภาครัฐ

-โครงการก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่ เพื่อเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวหลักและเชื่อมการเดินทางระหว่าง 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทย  ด้วยการปรับปรุงท่าเทียบเรือหมายเลข 6 ท่าเรือจุกเสม็ด  เป็นสะพานท่าเทียบเรือกว้าง  13  เมตร  ยาว  75  เมตร จำนวน  2 สะพาน  โดยแต่ละสะพานสามารถเทียบเรือได้ทั้งสองด้าน

-โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสำหรับเรือเฟอร์รี่  พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวน 1 อาคาร  พื้นที่ประมาณ 20,000  ตารางเมตร

-โครงการปรับปรุงร่องน้ำและบริเวณพื้นที่จอดเรือ  เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่

-โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นบริเวณเกาะจระเข้  เพื่อให้บริการเรือสินค้าขนาดใหญ่ สามารถเข้าออกท่าเทียบเรือน้ำมัน ( ท่า POL )

-โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำมัน ( ท่า POL ) ให้สามารถรองรับเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise)

-โครงการพัฒนาพื้นที่ธุรกิจและบริการเชื่อมต่อพื้นที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่และท่าเทียบเรือเอนกประสงค์

-โครงการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการรองรับ  Multimodel  ให้เชื่อมโยงทุกระบบการขนส่ง  ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศ  เพื่อรองรับการเป็น Logistics  Hub ของภาคตะวันออก

-โครงการจัดหาเครื่องมือและเครื่องทุ่นแรงสำหรับกระจายสินค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.sattahipcommercialport.com

 

 

คลิกอ่านแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ

ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC)

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง