ปี’63 โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ทะลักตลาด 50,000 ตร.ม.

โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายปีก่อนหน้านี้ทั่วโลก ผู้ใช้ส่วนใหญ่คือคนที่สามารถทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตรวมทั้งพวกฟรีแลนซ์และธุรกิจสตาร์ท-อัพ และมีจำนวนไม่น้อยที่ผู้ใช้เป็นนักท่องเที่ยวที่สามารถทำงานที่ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตได้ ดังนั้นรูปแบบของโค-เวิร์คกิ้ง สเปซจึงเป็นที่ยอมรับในวงกว้างไปทั่วโลก ทำให้จำนวนของโค-เวิร์คกิ้ง สเปซเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในสหรัฐ อเมริกา ยุโรป และทั่วเอเชียรวมทั้งในประเทศไทย

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศสนใจเข้ามาพัฒนา โคเวิร์คกิ้ง สเปซ เป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ภาพรวมตลาด โคเวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพมหานครและในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งพบว่ายังคงมีผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศให้ความสนใจและมีแผนพัฒนา โคเวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพมหานคร อีกกว่า 50,000 ตารางเมตรในปี 2563 ดังนี้

จัสท์โค (JustCo) แบรนด์ โคเวิร์คกิ้ง สเปซ จากสิงค์โปร์ ที่วางแผนพัฒนาโคเวิร์คกิ้ง สเปซ   5  แห่งในกรุงเทพฯ  สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมา  เปิดบริการแล้ว 2 สาขา คือ สาขาแรกที่อาคาร AIA Sathorn ในเดือนพฤษภาคม พื้นที่ประมาณ 3,200 ตร.ม. และอาคาร All Seasons Place พื้นที่ประมาณ 3,500 ตร.ม.   และยังมีแผนพัฒนาโคเวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพมหานครอีก 3 แห่ง ที่อาคารสีลม เซ็นเตอร์  อัมรินทร์ ทาวเวอร์ และ สามย่าน มิตรทาวน์  พื้นที่รวมกกว่า 19,000 ตารางเมตร

นอกจากนี่ยังมี WeWork แบรนด์ โคเวิร์คกิ้ง สเปซ จากอเมริกา ที่เตรียมพัฒนา  โคเวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพมหานครอีกกว่า 5 แห่ง ที่อาคารสปริง ทาวเวอร์  อาคารสุทธิ เดอะ ปาร์ค พระราม4  อาคารสิริภิญโญ และ อาคารวานิสสา ชิดลม พื้นที่รวมกว่า 20,000 ตารางเมตร

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ที่ประกาศเดินหน้าขยายไลน์ธุรกิจใหม่โคเวิร์คกิ้ง สเปซ แบรนด์ ‘คอมมอน กราวด์’ (Common Ground) เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่อีก 2 สาขา ที่อาคาร จี ทาวเวอร์ พระราม 9 และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อีกกว่า 6,000 ตารางเมตร

Spaces (สเปซเซส) แบรนด์โคเวิร์คกิ้งสเปซของ Regus ผู้บุกเบิกโคเวิร์กกิ้งและออฟฟิศพร้อมใช้งานแบบครบวงจรสุดสร้างสรรรค์แห่งอัมเสตอร์ดัม ก็เปิดโค-เวิร์คกิ้ง สเปซโครงการใหม่ กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่กว่า 1,919 ตารางเมตร บนชั้น 3 ของโครงการมิกซ์ยูสซัมเมอร์ฮิลล์ (Summer Hill) และยังมีแผนพัฒนา โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ อีก 1 แห่งย่านพหลโยธิน  19 ด้วยพื้นที่ประมาณ 1,500 – 2,000 ตารางเมตร

อุปสงค์ : ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยอุปทานที่มีจำกัด ส่งผลให้โคเวิร์คกิ้งสเปซ ในกรุงเทพฯ มีอัตราการเช่าที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในย่านสุขุมวิท  สยาม – ปทุมวัน สีลมและสาทร

อุปทาน : ประมาณ 28,151 ตารางเมตร โคเวิร์คกิ้ง สเปซ   ถูกเพิ่มเข้าไปในตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2561 ส่งผลให้ ณ ครึ่งแรก ปี 2562 อุปทานพื้นที่  โคเวิร์คกิ้ง สเปซ ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 113,280 ตารางเมตร และมีอุปทานอีกกว่า 50,000 ตารางเมตรที่จะเข้ามาในอนาคต

ค่าเช่าค่าเช่าโค-เวิร์คกิ้ง สเปซในกรุงเทพมหานคร มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าอาจจะน้อยกว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม โดยเฉพาะพื้นที่สุขุมวิท, สยาม – ปทุมวัน, สีลมและสาทร

โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ: ตลาดเฉพาะกลุ่มที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

โค-เวิร์คกิ้ง สเปซเป็นรูปแบบใหม่ของพื้นที่สำนักงานที่เข้าสู่ตลาดมาเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากเซอร์วิสออฟฟิศ มินิ-ออฟฟิศ และโฮมออฟฟิศ หรืออื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาพื้นที่ทำงาน แต่ว่าโค-เวิร์คกิ้ง สเปซเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดกรุงเทพมหานครหรือเป็นแค่เพียงของใหม่ของแปลกของกรุงเทพมหานคร ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครในช่วง 6 –7 ปีที่ผ่านมามีอัตราว่างเฉลี่ยน้อยกว่า 10% ต่ำที่สุดในช่วงมากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นตลอดในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าที่สูงขึ้นในทำเลที่ไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของบริษัทขนาดเล็ก สตาร์ท-อัพ และ ธุรกิจ SME

นอกจากนั้นธุรกิจสตาร์ท-อัพหรือ SME อาจจะยังไม่พร้อมหรือมั่นใจพอที่จะเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงาน ดังนั้นโค-เวิร์คกิ้ง สเปซจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่ดูเป็นทางการกว่าที่บ้านแต่ไม่จริงจังแบบพื้นที่สำนักงานในรูปแบบเดิมและมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการทำงานรวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่ดูดี โค-เวิร์คกิ้งสเปซ ยังมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากกว่าเซอร์วิสออฟฟิศ และที่สำคัญที่สุดคือมีค่าเช่าที่ต่ำกว่า ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเป็นพื้นที่ทำงาน เช่น โต๊ะทำงาน ระบบ wi-fi ความเร็วสูง ห้องประชุม รวมทั้งพริ๊นเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ

ความนิยมของโค-เวิร์คกิ้ง สเปซในประเทศไทยก็เริ่มมีมากขึ้นตามกระแสโลก โค-เวิร์คกิ้ง สเปซเริ่มมีขึ้นในกรุงเทพมหานครในปี 2555 หลังจากที่พื้นที่รอบนอกโดนน้ำท่วมในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2554 คนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่บริษัทได้ ดังนั้นจึงทำงานที่บ้านแทน หลังจากนั้นโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดรับกับจำนวนของฟรีแลนซ์หรือคนที่สามารถทำงานที่บ้านได้เพิ่มขึ้นทุกปีซึ่งโค-เวิร์คกิ้ง สเปซมีความเหมาะสมกับคนที่ทำงานในกลุ่มนี้

ผู้ให้บริการโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ในประเทศไทยขยายการให้บริการของตนเองไปในทำเลใหม่ และมีรูปแบบใหม่ๆ ออกมารวมทั้งมีการร่วมทุนกับพันธมิตรอื่นๆ โดยเฉพาะในอนาคตอีก 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าการยอมรับว่าโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ เป็นอีกรูปแบบของสถานที่ทำงานจะขยายไปในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในตลาดอาคารสำนักงานเท่านั้น ผลกระทบที่อาจจะมีต่ออาคารสำนักงานแบบทั่วไปคือการออกแบบหรือว่าการจัดการอาคารสำนักงานที่จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นคงไม่เหมือนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโครงการค้าปลีกแบบเดิมๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของช็อปปิ้งออนไลน์

ความนิยมของ โค-เวิร์คกิ้ง สเปซในประเทศไทยก็เริ่มมีมากขึ้นตามกระแสโลก โค-เวิร์คกิ้ง สเปซเริ่มมีขึ้นในกรุงเทพมหานครในปี 2555 โดย HUBBA เป็นผู้พัฒนา โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ แห่งแรกของประเทศไทยในย่านเอกมัย ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นเจ้าตลาด และเปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร หลังจากที่พื้นที่รอบนอกโดนน้ำท่วมในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2554 คนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่บริษัท ดังนั้นจึงทำงานที่บ้านแทน หลังจากนั้น โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดรับกับจำนวนของฟรีแลนซ์หรือคนที่สามารถทำงานที่บ้านได้เพิ่มขึ้นทุกปี โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ มีความเหมาะสมกับคนที่ทำงานในกลุ่มนี้ และจำนวนโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ในประเทศไทยก็มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จน ณ สิ้นในปี  2561 โค-เวิร์คกิ้ง สเปซมีจำนวนมากกว่า 120 แห่ง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นประมาณ 25 %  และคาดการณ์ว่าจะมากกว่า 140 แห่ง ณ สิ้นปี 2562 นี้

ในปี  2561 ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ประกอบการต่างชาติรายใหญ่เข้ามาลงทุนพัฒนาโค-เวิร์คกิ้ง สเปซในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีสไตล์ของพวกเขาซึ่งครอบคลุมหลายชั้นและส่วนใหญ่ใช้พื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร ซึ่งการเข้ามาด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ของผู้ประกอบการต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆในประเทศเริ่มมีขีดจำกัดในการแข่งขันที่น้อยลง

โค-เวิร์คกิ้ง สเปซกว่า 28,151 ตารางเมตร เปิดให้บริการใหม่ในตลาดกรุงเทพฯในปี 2561ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ณ ครึ่งแรก ปี  2562 ประเทศไทยโค-เวิร์คกิ้ง ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 113,280 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่อีกประมาณ 50,000 ตารางเมตร ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 และในอนาคต

ประมาณ 90% ของจำนวนพื้นที่ โค-เวิร์คกิ้ง สเปซทั้งหมดในกรุงเทพฯตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าปัจจุบันและพื้นที่สุขุมวิทมีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 29% และพบว่าซัพพลายกว่า 88% ของ  โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ทั้งหมดในกรุงเทพฯตั้งอยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ ( CBD ) ที่อาคารส่วนใหญ่เป็นอาคารเกรด A  สยามและ ปทุมวัน ก็เป็นอีกทำเลที่ผู้ประกอบการสนใจพัฒนาโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ซึ่งรองลงมาจากในพื้นที่ย่านสุขุมวิทโดยมีสัดส่วนประมาณ 24% ของตลาด โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ตามมาด้วยพื้นที่สีลมและสาทรที่ประมาณ 23%  ซึ่งเนื่องจากราคาที่ดินได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในย่านศูนย์กลางธุรกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและเรื่องของที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีอย่างจำกัด เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง2 – 3 ปีที่ผ่านมาและอุปทานที่จำกัด ของ โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ในกรุงเทพฯเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราการเช่าที่ค่อนข้างสูงในย่านสุขุมวิท ,  สยามปทุมวันและสีลมและสาทร คาดการณ์ว่าค่าเช่าโค-เวิร์คกิ้ง สเปซในกรุงเทพมหานครจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2562 แม้ว่าอาจจะน้อยกว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่สุขุมวิท, สยาม, ปทุมวัน, สีลมและสาทร มีการปรับขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่องเนื่องจากโค-เวิร์คกิ้ง สเปซ ส่วนใหญ่ที่เปิดให้บริการมีอัตราการเช่าที่ค่อนข้างสูงและพื้นที่โค-เวิร์คกิ้ง สเปซใหม่ที่มีอย่างจำกัด ถูกเพิ่มเข้ามาในตลาดรวมถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง