โครงการเปิดตัวใหม่กรุงเทพฯ–ปริมณฑลปี’68 ลดลงหนัก–47.2% เหลือ32,887 ยูนิต

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ปี 2569 คาดว่าจะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวน 153,462 ยูนิต เพิ่มขึ้น 4.2% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 137,261 – 177,527 ยูนิต และจะมีการเปลี่ยนระหว่าง -6.8% ถึง 20.5% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 147,347 ยูนิต และคาดว่าจะมีมูลค่า 513,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 508,473 – 539,215 ล้านบาท  หรือเปลี่ยนแปลงระหว่าง 1.9% ถึง 8% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีมูลค่า 499,157 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลในช่วงไตรมาส 4ปี 2568 ชะลอตัวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เช่นเดียวกับด้านอุปทานที่ปรับตัวลดลง ทั้งใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียน สะท้อนให้เห็นถึงการระมัดระวังของผู้ประกอบการต่อการเปิดขายโครงการใหม่ แต่หากพิจารณารายไตรมาสพบว่าการโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้นทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนหนึ่งเป็นผลแรงหนุนของมาตรการรัฐ ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ0.01% รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา นอกจากนี้ในช่วงปลายปีตลาดอสังหาฯยังได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการ Quick Big Win ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นถึงปานกลาง และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยข้อมูลการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน กรุงเทพฯ – ปริมณฑลไตรมาส 4  มีที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวน 4,306 ยูนิต ลดลง -2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบ้านเดี่ยวได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 1,837 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 42.7% ขณะที่บ้านแฝดได้รับใบอนุญาตจัดสรรเพิ่มขึ้น ถึง 72.4% และทาวน์เฮ้าส์ลดลง -21.1%

ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2568 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงทุกจังหวัดจำนวน 19,802 ยูนิต ลดลง –47.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และพบว่าทาวน์เฮาส์มีจำนวนมากที่สุด คือ 8,705 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 44% รองลงมาได้แก่ บ้านเดี่ยวมีจำนวน 8,082 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 40.8%

ขณะที่กรุงเทพฯมีการขอใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 7,181 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 36.3% รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรปราการจำนวน 6,584 ยูนิต ส่วนจังหวัดนครปฐมและนนทบุรี ไม่มีโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย

ส่วนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลปี 2568 มีประมาณ 61,304  ยูนิต ลดลง–12.5% โดยเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 32,357 ยูนิต ลดลง –24.4% และอาคารชุด 28,947 ยูนิต เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดยมีเพียงจังหวัดกรุงเทพฯท่านั้นที่มีใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% ขณะที่ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบลดลงทุกจังหวัด โดยปทุมธานีลดลงมากที่สุด –35.6% ส่วนอาคารชุด มีเพียงพื้นที่กรุงเทพฯและสมุทรปราการที่ได้รับใบอนุญาตเพิ่มขึ้น 13.7% และ1.8% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนจังหวัดสมุทรสาครไม่มีจำนวนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดในปี 2568 ที่ผ่านมา

โครงการเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลปี’68 จำนวน 252 โครงการจำนวน 32,887 ยูนิตลดลง–47.2%

ด้านข้อมูลการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลทั้งปี 2568 มีจำนวน 252 โครงการเท่านั้น ลดลง–30% มีจำนวนหน่วยในผังรวม 32,887 ยูนิต ลดลง–47.2% มูลค่าโครงการรวม 253,720 ล้านบาท ลดลง–49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่จำนวน 13,890 ยูนิต ลดลง–57.2% มูลค่ารวม 151,097 ล้านบาท ลดลง–54.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนโครงการอาคารชุดมีจำนวนรวม 18,997 ยูนิต ลดลง–36.3% มูลค่ารวม 102,623 ล้านบาท ลดลง–37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ลดลงทุกจังหวัดมีจำนวนรวม 72,584 ยูนิต

ขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ลดลงทุกจังหวัดมีจำนวนรวม 72,584 ยูนิต ลดลง–25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 97,284 ยูนิต โดยเป็นผลมาจากการลดลงของแนวราบทั้งบ้านจัดสรรและบ้านที่ประชาชนสร้างเอง ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียน โดยปทุมธานีลดลงมากที่สุด –41.8% ขณะที่จังหวัดนครปฐมมีอาคารชุดสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นถึง 112.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนจังหวัดสมุทรสาครไม่มีอาคารชุดสร้างเสร็จจดทะเบียนในปี 2568

ส่วนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลตลอดทั้งปี 2568ลดลงทุกประเภท และทุกระดับราคา ยกเว้นอาคารชุดระดับราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นทั้งหน่วยและมูลค่า โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 147,347 ยูนิต ลดลง -13.9% เมื่อเทียบกับปี 2567 มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 499,157  ล้านบาท โดยอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 71,718 ยูนิต ลดลง -16.4% มูลค่าการโอน 177,058 ล้านบาท ส่วนบ้านแนวราบมีจำนวน 75,629 ยูนิต ลดลง -11.4% มูลค่าการโอนอยู่ที่ 322,099 ล้านบาท

ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่หรือที่อยู่อาศัยที่โอนจากนิติบุคคล มีจำนวน 67,297 ยูนิต ลดลง–17.5% และมีมูลค่า 310,216 ล้านบาท ส่วนที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนมากถึง 80,050 ยูนิต ลดลง–10.6% มูลค่า 188,941 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ต่อที่อยู่อาศัยมือสองในปี 2568มีสัดส่วนเท่ากับ 46 : 54

ด้านภาพรวมที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งปี 2568 มีจำนวน 72,584 ยูนิต ลดลง–25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 97,284 ยูนิต โดยเป็นผลมาจากการลดลงของบ้านแนวราบทั้งบ้านจัดสรรและบ้านที่ประชาชนสร้างเอง โดยปทุมธานีมีจำนวนบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ลดลงมากที่สุด–41.8% และมีเพียงนครปฐมที่มีอาคารชุดสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นถึง 112.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนจังหวัดสมุทรสาครไม่มีอาคารชุดสร้างเสร็จจดทะเบียนในปี 2568 ที่ผ่านมา

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง