โฮมโปรเผยรายงานกำไรไตรมาส 1 ปี’69 กว่า 1.4 พันล้านบาท ดันศักยภาพโตระยะยาว

โฮมโปร เปิดผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2569 แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากกำลังซื้อและปัจจัยเศรษฐกิจ โดยบริษัทมีรายได้รวมที่ 17,149.05 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,403.97 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

วีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HMPRO) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 17,149.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,403.97 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากการจำหน่ายสินค้า และการบริการลูกค้า (ช่างโฮมโปร) อยู่ที่ 16,041.90 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่ายังคงเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 472.09 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในทำเลท่องเที่ยว

แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากฐานสูงในปีก่อน และการขาดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่โฮมโปรสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริหาร Product Mix และ Margin Optimization อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 26.60% จาก 26.18% ในปีก่อนหน้า สะท้อนการขยายตัวของอัตรากำไรจากโครงสร้างสินค้าและการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะสินค้า Private Brand ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงสร้างกำไรของบริษัทมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานและภาวะเศรษฐกิจ

“บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์ “Seasonal Agile Strategy” เพื่อบริหารจังหวะดีมานด์ในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าคลายร้อน เช่น เครื่องปรับอากาศและพัดลม ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส ช่วยสนับสนุนยอดขายและสร้างโมเมนตัมเชิงบวกเข้าสู่ไตรมาสถัดไป”

ในมิติของการเติบโตระยะยาว โฮมโปรเร่งพัฒนาโมเดล “Hybrid Store” ที่ผสานจุดแข็งของโฮมโปรและเมกาโฮมเข้าด้วยกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม B2C และ B2B พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และต้นทุน รวมถึงสร้าง Synergy ทางธุรกิจในระยะยาว ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 4 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา, ไฮบริดสโตร์ 14 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา

นอกจากนี้ บริษัทฯ เดินหน้าสร้าง Engagement กับลูกค้าต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมการตลาดต่างๆ อาทิ แคมเปญ Double Day, บริการจากทีม “ช่างโฮมโปร” (CHANG HomePro) และโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ซึ่งไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขาย แต่ยังตอบโจทย์เทรนด์ Circular Economy และการบริโภคอย่างยั่งยืน ด้านฐานะทางการเงิน โฮมโปรยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20.98% และสามารถลดภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้รายได้ในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่โฮมโปรยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งการเพิ่มมาร์จิ้น ปรับพอร์ตสินค้า และพัฒนาโมเดลค้าปลีกใหม่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง