แสนสิริประกาศแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคงผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ ในจำนวนนนี้เป็นโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมจำนวน 17 โครงการใหม่ มูลค่า 25,000 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์และดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ทั้งแบรนด์นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ และอณาสิริ

ภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคา 10-30 ล้านบาทยังป็นเซกเมนต์ที่มีความแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเพียง 5% เมื่อเทียบกับเซกเมนต์อื่นที่ลดลงสูงถึง 9-15% ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือ “ต้นทุนเดิม” ซึ่งโครงการที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับผู้ซื้อก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนวัสดุ ก่อสร้าง และน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า
โดยในช่วงกว่า 4เดือนที่ผ่านมา ได้เปิดตัวโครงการใหม่ไปแล้ว 5โครงการ ประกอบด้วย แบรนด์นาราสิริ 2โครงการ แบรนด์อนาสิริ 2โครงการ ซึ่งทั้ง4โครงการประสบความสำเร็จด้านยอดขายเป็ยอย่างงดี โดยสามารถปิดการขายเฟสแรกได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ และแบรนด์เศรษฐสิริ 1โครงการ
โดยเฉพาะแบรนด์เรือธงในกลุ่มบ้านแนวราบระดับไฮเอ็นด์ “เศรษฐสิริ” ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีได้เปิดตัวกว่า 45 โครงการ มูลค่ารวม 98,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและพัฒนาจำนวน 14 โครงการ ระดับราคาตั้งแต่ 10-40 ล้านบาท อาทิ เศรษฐสิริ กรุเทพ-ปทุมธานี2,เศรษฐสิริ งามวงศ์วาน,เศรษฐสิริ พหลโยธิน-สายไหม,เศรษฐสิริ วงแหวน-ลำลูกกา และเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ซึ่งเป็นโครงงการใหม่ล่าสุดที่เตียมจะเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9-10 พฤษภาคมนี้

แบรนด์เศรษฐสิริเริ่มต้นโครงการแรกในปี 2003ในย่านสนามบินน้ำ ปัจจุบันมีโครงการที่ได้พัฒนาไปแล้วรวม 45 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 98,000 ล้านบาท โดยยึดหลักการพัฒนา คือ Customer Insight ไม่หยุดพัฒนาดีไซน์และฟังก์ชันตามพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา,Ecosystem & Security ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และการบริหารจัดการหมู่บ้านโดย Plus Property Management,Value Appreciation สินค้าของเศรษฐสิริมีศักยภาพในการขายต่อ (Resale) โดยพบว่าบางโครงการสามารถทำกำไรได้ 7% – 9% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีหลังจากปิดการขาย
โดยโครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ถือเป็นโครงการไฮไลท์ที่นำเสนอดีไซน์ “Berlin” เป็นครั้งแรกในโซนนี้ และเป็นโครงการแรกของแบรนด์ที่มีแบบบ้านขนาดใหญ่พิเศษกว่า 500 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นในทำเลที่มีศักยภาพการเข้าถึงเมืองได้รวดเร็ว เน้นกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ทั้งกลุ่มYoung Successor หรือคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น เจ้าของธุรกิจ,Content Creator, เจ้าของแบรนด์คนรุ่นใหม่, เจ้าของธุรกิจออนไลน์ หรือแพทย์รุ่นใหม่ ซึ่งต้องการบ้านที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จและมีพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลงทุนที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง มาสู่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้เงินปันผลจากหุ้นมาสร้างความมั่งคั่ง (Wealth) ผ่านการซื้อบ้านระดับพรีเมียมเนื่องจากมีความแน่นอนสูงกว่า

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนและจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อในการตัดสินใจซื้อ ด้านต้นทุนและราคา เนื่องจากราคาบ้านในปัจจุบันเป็นราคาที่คำนวณจาก “ต้นทุนเดิม” ทั้งค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรง โดยวิกฤตต้นทุนขาขึ้นคาดการณ์ว่าภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า ราคาบ้านใหม่จะต้องปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและสภาวะเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกและสงคราม
ขณะเดียวกันผู้ซื้อยังได้สิทธิประโยชน์จากผู้ประกอบการที่มีความยืดหยุ่นในการเจรจาและพร้อมมอบโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ โดยบริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษช่วยผ่อนชำระให้นานสูงสุดถึง 48 เดือน (4 ปี) เพื่อลดภาระของผู้ซื้อ
รวมถึงมาตรการรัฐและปัจจัยทางการเงินทั้งค่าโอนกรรมสิทธิ์ มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจากภาครัฐที่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำประมาณ 2.5% – 3.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมาตรการ LTV ที่ให้สิทธิในการกู้ได้เต็ม 100% สำหรับบ้านหลังแรก ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางปีนี้
สำหรับที่ตั้งโครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผู้นำในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือทำเลศักยภาพ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการพัฒนาต่อเนื่องกว่า 20 ปี ใกล้ทางด่วนและวงแหวนรอบนอก เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองและบางนาได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เช่น โรงเรียนนานาชาติ ตลาดสด และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน
ส่วนการดีไซน์เป็นแบบ Berlin นำเสนอรูปแบบบ้านสไตล์เบอร์ลินที่เน้นโทนสี Monochrome (เทา ดำ ขาว) ให้ความรู้สึกทรงพลังและทันสมัย ตอบโจทย์รสนิยมคนรุ่นใหม่ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่พิเศษ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวและสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดรวมเกือบ 10 ไร่ พร้อมการออกแบบที่เชื่อมโยงกับทัศนียภาพของโครงการ
โครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นเพียง 16.99 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 79 ไร่ พัฒาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 156 ยูนิต ขนาดที่ดิน 100-213 ตารางวา ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 287-504 ตารางมตร เปิดขายเฟแรกก่อรจำนวน 15 ยูนิต

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุณแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า แม้ว่าตลาดบ้านจัดสรรในกรุงเทพฯอาจจะอยู่ในช่วงที่เผชิญกับปัจจัยลบหลายอย่าง แต่กลุ่มของบ้านจัดสรรในระดับราคา 10 – 30 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหรือได้รับความสนใจต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มหลักของบ้านจัดสรรในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป เพราะมีสัดส่วนที่มากกกว่า 70% ของบ้านในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป โดยกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีอายุไม่มากนักหรือประมาณ 30 – 35 ปี ซึ่งมีรายได้สูง ประสบความสำเร็จจากการทำงานหรือธุรกิจ รวมไปถึงกลุ่มที่ขยายครอบครัว
นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มตลาดบ้านจัดสรรที่มีการแข่งขันสูงพอสมควร เนื่องจากการสำรวจตลาดจะเห็นได้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านจัดสรรในระดับราคานี้มีจำนวนที่ลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าบ้านจัดสรรที่มีราคาต่ำกว่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายพยายามเข้ามาแย่งกำลังซื้อในกลุ่มนี้
ด้านทำเลที่มีความน่าสนใจ นอกจากจะเป็นย่านชานเมืองทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯแล้ว ทำเลทางทิศเหนือของกรุงเทพฯอย่างย่านจตุโชติก็น่าสนใจ เพราะมีทางด่วน ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกที่ทำให้การเข้าถึงย่านสำคัญของกรุงเทพฯชั้นในทำได้ไม่ยากนัก ไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรวมไปถึงศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโรงเรียนานาชาติ
สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมธนารักษ์ที่พบว่าราคาที่ดินในย่านนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 8-12% ขณะที่ข้อมูลจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่าราคาบ้านเดี่ยวกลุ่มรีเซล (Resale) ยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องถึงปีละ 7-9% ตอกย้ำว่าแบรนด์เศรษฐสิริคือ ‘A True Legacy of Wealth’ หรือ ‘มรดกแห่งความมั่งคั่ง’ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง





