พฤกษา โฮลดิ้งเน้นสร้าง Synergy เชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลวิมุตเข้ากับโครงการที่พักอาศัย

พฤกษา โฮลดิ้งปรับนแผนการดำเนินธุรกิจจากการเปิดโครงการจำนวนมากเป็นการโฟกัสใน Strategic Locationที่มีศักยภาพและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เน้นการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจอสังหาฯ และสุขภาพ เชื่อมโยงการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลวิมุตเข้ากับโครงการที่พักอาศัยของพฤกษา

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทพฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)ปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจจากการเปิดโครงการจำนวนมาก (Mass) มาเป็นการโฟกัสใน Strategic Locationที่มีศักยภาพและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในระยะยาว หันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยเน้นการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจอสังหาฯ และสุขภาพ เชื่อมโยงการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลวิมุตเข้ากับโครงการที่พักอาศัยของพฤกษาอย่างชัดเจนมากขึ้น เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างในตลาด ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ให้บริการทั้งเรื่องบ้านและสุขภาพควบคู่กัน ด้วยการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ ยกระดับจากผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น Integrated Living & Healthcare Platform เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในประเทศไทย

ทั้งนี้บริษัทได้ประกาศทิศทางธุรกิจใหม่ที่ชัดเจนขึ้น โดยการวาง Positioning ของแบรนด์ให้เป็นผู้ให้บริการเพียงเจ้าเดียวในขณะนี้ที่สามารถเชื่อมโยง “บ้าน” และ “สุขภาพ” เข้าด้วยกันได้อย่างครบวงจร หลังจากที่โรงพยาบาลวิมุตได้เปิดดำเนินการมาเป็นปีที่ 5 และใช้เวลาในช่วงปีที่ผ่านมาพัฒนาศักยภาพจนมีความพร้อมด้านศูนย์ความชำนาญการเฉพาะทางที่หลากหลาย

การสร้าง Synergy กับอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มพฤกษาใช้จุดแข็งของการมีโรงพยาบาลวิมุต ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นปีที่ 5 เข้ามาเชื่อมโยงการให้บริการทางการแพทย์เข้ากับโครงการที่พักอาศัย ทำให้พฤกษากลายเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในตลาดที่ให้บริการทั้งเรื่อง “บ้าน” และ “สุขภาพ” ควบคู่กัน ซึ่งช่วยเสริมสร้าง Positioning ของแบรนด์

โดยหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ คือการเชื่อมโยง ‘การอยู่อาศัย’ เข้ากับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  • Well Home การออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตระยะยาว ด้วยแนวคิด Life-Design Function
  • Well Care ระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการดูแลต่อเนื่อง
  • Well Community การสร้างสังคมคุณภาพ ผ่านกิจกรรม ความรู้ และประสบการณ์ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

โดยมี 3 โครงการมาสเตอร์พีซที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดแนวคิด ‘Lifetime Well-Living’ ผ่านคาแรกเตอร์ที่แตกต่างตามไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วย เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่าน Courtyard ที่เชื่อมแสง ลม และพื้นที่สีเขียว เพื่อยกระดับสุขภาวะของครอบครัว, เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ออกแบบ Passive Design ที่มาพร้อม ‘สุขภาพดี’ และบริการ Personal Wellness Lifestyle by ViMUT Hospital และแชปเตอร์ เจริญกรุง-ริเวอร์ไซด์ ที่ผสมผสานกับความเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งมุมมองและลมธรรมชาติ พร้อมสร้างบรรยากาศแบบ ‘Community of Friends’ เชื่อมโยงผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 18,000-19,000 ล้านบาท พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และวางแผนยุทธศาสตร์ในระยะ 3 ปี ตั้งเป้าหมายรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) ขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10%

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับพอร์ตโฟลิโออสังหาฯเน้นเซกเมนต์กลาง-บนมากขึ้น โดยลดสัดส่วนสินค้ากลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงให้เหลือประมาณ25%ภายในปีนี้ โดยขยายตัวเข้าสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น เช่น บ้านเดี่ยวราคา 7 ล้านบาทขึ้นไป หรือกลุ่มราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แบรนด์ที่เป็น “Brand Champion”

รวมทั้งยังมีแผนขยายธุรกิจใหม่โดยโฟกัสธุรกิจเช่าและเช่าซื้อ ด้วยการนำที่ดิน Land Bank เดิมที่ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาเพื่อขายมาพัฒนาเป็นโครงการให้เช่าแทน เช่น อพาร์ตเมนต์ ซึ่งได้เริ่มทดลองเปิดโครงการอพาร์ตเมนต์ให้เช่าเฟสแรกไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาจำนวนประมาณ 30 ยูนิต ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมียอดปล่อยเช่าเต็ม 100% ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บริษัทจึงมีแผนที่จะทยอยเปิดโครงการอพาร์ตเมนต์เพิ่มเติมในทำเลลำลูกกาและบ่อวินภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อช่วยสร้างความสมดุล (Balance) ให้กับพอร์ตโฟลิโอรวมของบริษัท และมีการใช้โมเดล “เช่าซื้อ” (Rent-to-Own) เพื่อช่วยกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพแต่ยังไม่พร้อมเรื่องสินเชื่อธนาคาร เพื่อปิดช่องว่าง (Gap) และช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

การลงทุนในธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) โดยมีโครงการแวร์เฮาส์ที่จะทยอยเสร็จเพื่อช่วยสร้างความสมดุล (Balance) ให้กับพอร์ตโฟลิโอ และธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยขยายการบริการรับสร้างบ้านให้กับลูกค้าภายนอกโครงการ เช่น แบรนด์ Fy โดยใช้ความเชี่ยวชาญจากทีมก่อสร้างแนวราบของบริษัทเอง เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ในส่วนของงานบริการก่อสร้าง

ด้านผลกระทบจากสถานการณ์สงครามได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของพฤกษา ทำให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5-10% ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทจึงเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและพยายามรักษาสมดุลของกำไรโดยรวมผ่านวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การเร่งปิดโครงการ โดยโครงการที่ใกล้จะจบจะมีการเร่งดำเนินการให้เร็วกว่าแผน เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ค่าส่วนกลางและการดูแลรักษา การบริหารกระแสเงินสด ด้วยการนำกระแสเงินสดที่มีอยู่ไปปิดเงินกู้ที่มีต้นทุนสูง (High-cost debt) ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ปัจจุบันเดอกเบี้ยฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% และการใช้ต้นทุนเดิม  โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการเดิมที่ได้รับรู้ต้นทุนไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้บริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ในช่วงต้น ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนตรึงราคาสำหรับบ้านที่เป็นสต็อกเดิมไว้ แต่สำหรับโครงการใหม่จะมีการพิจารณาจังหวะเวลา (Timing) ในการตั้งราคาให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด

บริษัทไม่ได้ “แตะเบรก” หรือหยุดการพัฒนาโครงการเนื่องจากภาวะสงคราม แต่จะเน้นการปรับพอร์ตให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (Demand) และเลือกทำเลเชิงกลยุทธ์ (Strategic Location) มากขึ้นแทน

อังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้แปลง Brand Promise ไปสู่ Customer Experience อย่างเป็นระบบ โดยนำ Well-Living เข้าไปอยู่ในทุก Touchpoint ทั้งในมิติของ Product ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพ และบริการที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมสร้าง Community ที่แข็งแรง เพื่อให้ความสุขไม่ใช่เรื่องที่ต้องค้นหา แต่เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบไว้แล้วในบ้าน ผ่านแคมเปญ ‘Beyond Technology. A new way of well-Living, redefined.’ สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างชีวิตที่ดี คือ ‘ระบบชีวิต’ ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ต้นในบ้าน เช่น ระบบคุณภาพอากาศที่ฝังอยู่ในโครงสร้างบ้าน การออกแบบ Airflow การใช้ Landscape เพื่อช่วยฟอกอากาศ การมีแพทย์ดูแลคุณและครอบครัวอยู่ใกล้ ๆ สิ่งเหล่านี้คือ Invisible Value คุณค่าที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และเป็นประสบการณ์ที่ลูกบ้านสัมผัสได้จริงในทุกวัน

นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดจุดแข็งด้านธุรกิจเฮลธ์แคร์ในเครือ ด้วยการยกระดับ Family Doctor แพทย์เฉพาะทางประจำครอบครัว สู่การดูแลแบบทีมผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Expert) ที่รวมทีมแพทย์และบุคลากรการแพทย์หลากสาขาจากโรงพยาบาลในเครือวิมุต เข้ามาดูแลและให้คำปรึกษาลูกบ้านแบบครบวงจรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่สะดวก เหมือนมีหมออยู่ที่บ้านจริง ๆ

นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีในทุกวันให้ลูกค้าในเครือ ผ่าน Exclusive Program ภายใต้ชื่อ ‘Well-Living Club’ บน Line OA ที่เชื่อมลูกบ้านเข้ากับบริการสุขภาพ สิทธิประโยชน์ และ Community Experience ทั้งหมดไว้ในที่เดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่างในการเชื่อมโยงการอยู่อาศัยเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ พร้อมกับสิทธิพิเศษ

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง